มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 1 บทที่ 29 เป็นถึงอ๋องขึ้นเขาไปล่าสัตว์ด้วยตัวเอง?

        เมื่ออวิ๋นซีได้ฟังคำของเจ้าบ้านโจวก็อดคิดถึงเมื่อเช้าตอนที่ตนเองตื่นขึ้นมาแล้วเห็นแผ่นหลังของเขายืนเงียบๆ อยู่ข้างหน้าต่างไม่ได้ นี่เขาดูแลนางทั้งคืนเลยหรือ? นางทอดถอนใจอย่างปลงๆ อยู่เพียงในใจ สุดท้ายก็ยิ้มบางๆ “พี่สะใภ้โจว ท่านทราบหรือไม่ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ใด? ” นางไม่สามารถเรียกเขาว่าสามีได้จริงๆ ทั้งยังรู้สึกว่ายากที่จะเปิดปากเอ่ยเรียกเช่นนั้น

        เจ้าบ้านโจวคิดไปว่านางคงเขินอายจึงทำเพียงยิ้มน้อยๆ ให้ “สามีท่านได้ยินบิดาข้ากล่าวว่าไก่ป่าช่วยบำรุงร่างกายได้ดียิ่ง เพราะเหตุนี้ วันนี้เขาจึงตามสามีข้าและพวกโจวซานขึ้นเขาไปล่าสัตว์ เห็นบอกว่าจะไปล่าไก่ป่ามาให้ท่าน”

        ภรรยาของโจวต้าพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าเมื่อหูของอวิ๋นซีได้ยินกลับให้รู้สึกแปลกประหลาดเล็กน้อย เขาเป็นถึงท่านอ๋องแต่กลับถ่อขึ้นเขาไปล่าไก่ป่าให้ตน? นี่จะมิใช่วัสดุใหญ่ใช้งานเล็กหรือ [1] ?

        มิใช่ว่านางบอกเขาไปแล้วหรือว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่อีกฝ่ายจะต้องลดฐานะของตนเพื่อมาทำเรื่องเหล่านี้ให้นาง? ตัวนางเองร่างกายแข็งแรง และมีดวงที่แข็งยิ่งนัก ต่อให้ไม่มีใครมาคอยดูแล ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่ตายหรอก

        พี่สะใภ้ แล้วท่านทราบหรือไม่ว่าพวกเขาไปล่าสัตว์กันที่ใด? ” นางมองไปรอบทิศ ที่นี่ชัดเจนว่าเป็นช่องเขา อีกทั้งสภาพแวดล้อมรอบข้างยังดูดิบเถื่อนเต็มไปด้วยธรรมชาติเช่นนี้ ไม่แน่ว่าบนเขานั้นอาจจะเต็มไปด้วยของล้ำค่า

        ก่อนหน้านี้ตอนที่ออกตามหาเชียนเย่หลิงต้าน นางก็ได้พบสมุนไพรมากมายอยู่บนเขา ทว่าการตามหาเชียนเย่หลิงต้านนั้นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดจึงมิได้เด็ดสมุนไพรใดกลับมาด้วยเลย ยิ่งกว่านั้นในตอนนี้นางก็รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องนอนพักอยู่บนเตียงอีกต่อไป อีกทั้งหากได้ออกไปเดินเล่นบนเขาเสียหน่อยก็ไม่แน่ว่าอาจได้พบอะไรที่น่าสนใจก็เป็นได้

        ข้าได้ยินสามีบอกว่า วันนี้พวกเขาจะไปที่เขาเสี่ยวอ้าวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม บนเขาแห่งนั้นมีสัตว์ให้ล่าค่อนข้างมาก ทำไมหรือ? ฮูหยินฉิน ท่านอยากจะไปด้วยหรือ? ” ภรรยาโจวต้าอดถามไม่ได้

        นางกังวลเสียจริงว่าฮูหยินฉินที่งดงามราวกับเทพธิดาผู้นี้จะอยากไปที่เขาเสี่ยวอ้าวแห่งนั้น ทว่าที่นั่นมีสัตว์ป่าอยู่ไม่น้อย กระทั่งพวกงูพิษเองก็หามีน้อยเช่นกัน

        อวิ๋นซีพยักหน้า “ตอนนี้ข้ารู้สึกสบายกายและกระปรี้กระเปร่าขึ้นมากแล้วจึงอยากออกไปเดินเล่นเสียหน่อย หากว่าพี่สะใภ้ไม่สะดวก เช่นนั้นก็บอกข้ามาก็ได้เจ้าค่ะว่าจะไปที่นั่นได้อย่างไร ข้าไปเองได้” นางรู้ดีว่าชาวบ้านชาวเมืองทั้งหลายล้วนมีเรื่องมากมายให้ต้องทำในแต่ละวันจึงเกรงใจหากจะให้ภรรยาโจวต้าพาตนเองไป

        ข้าคงปล่อยให้ท่านไปเองเช่นนั้นไม่ได้หรอก เขาเสี่ยวอ้าวเป็นสถานที่ที่อันตรายมาก แม้ข้าจะไปด้วยก็อนุญาตให้ท่านไปไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น ก่อนคุณชายฉินจะออกไปยังได้กำชับให้ข้าช่วยดูแลท่าน ดังนั้นข้ายิ่งมิอาจให้ท่านไปเสี่ยงอันตรายในป่าเขาเช่นนั้นได้” ก่อนหน้านี้โจวต้าได้บอกแก่นางว่า คุณชายฉินผู้นี้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ เพราะป้ายหยกประจำตัวเพียงชิ้นเดียวของอีกฝ่ายกลับสามารถขายได้เงินมหาศาล

        ด้วยเหตุนี้ ฮูหยินฉินผู้นี้ย่อมต้องเป็นคนสูงส่งล้ำค่าเช่นกัน อีกทั้งสามีของอีกฝ่ายยังได้มอบเงินให้โจวต้าตั้งมากมาย ดังนั้นทั้งพ่อสามีและโจวต้าจึงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าให้นางดูแลฮูหยินผู้นี้ให้ดีเพื่อเป็นการตอบแทนคุณชายฉิน

        พี่สะใภ้ ข้าไม่ไปเขาเสี่ยวอ้าวแล้วก็ได้เจ้าค่ะ เพียงแต่อยากออกไปเดินเล่นดูทิวทัศน์ของภูเขานี้” ความรู้สึกลึกๆ บอกอวิ๋นซีว่าที่แห่งนี้จะต้องเป็นสถานที่ที่งดงามมากแน่ๆ

        เมื่อภรรยาโจวต้าได้ยินก็ได้แต่หัวเราะเบาๆ “ฮูหยินฉิน ที่นี่เป็นเพียงช่องแคบระหว่างหุบเขาจะมีสิ่งใดน่าชมกัน” นางตากผ้าผืนสุดท้ายเสร็จ จากนั้นก็เช็ดมือแล้วจึงกล่าวต่อ “ท่านนอนพักฟื้นอยู่แต่ในบ้านมานานคงจะอุดอู้แล้วกระมัง เช่นนั้นข้าจะพาท่านออกไปเดินเล่นเสียสักหน่อยก็แล้วกัน” ขอแค่อีกฝ่ายไม่ไปเขาเสี่ยวอ้าว นางก็คงไม่มีอะไรให้ต้องกังวลเพียงนั้น อย่างมากก็แค่พาฮูหยินไปเดินเล่นวนรอบหมู่บ้านก็นับว่าใช้ได้แล้ว อีกประการตอนนี้คนในหมู่บ้านต่างก็รู้กันหมดแล้วว่าในบ้านของพวกเขามีสาวงามราวเทพธิดาเข้ามาพักอาศัยอยู่ด้วย ไม่ว่าใครพอได้ทราบข่าวนี้เป็นต้องอยากรู้อยากเห็นกันไปทั่ว เพียงแต่รู้มาว่านางกำลังป่วยไข้อยู่จึงไม่ใครกล้ามารบกวน

        อวิ๋นซีเมื่อได้ยินว่าตนสามารถออกไปได้ก็รีบยิ้มรับ พยักหน้าว่า “ขอบคุณพี่สะใภ้มากเจ้าค่ะ”

        นางยิ้มดีใจขณะเดินตามภรรยาโจวต้าออกไป ทว่าเมื่อเดินไปถึงหน้าประตูก็บังเอิญเจอเข้ากับนายท่านโจว เดิมทีนางเคยคิดว่าคนเป็นหัวหน้าหมู่บ้านจะต้องเป็นชายชราที่ดูเข้มงวด แต่คิดไม่ถึงเลยว่านายท่านโจวที่อายุหกสิบกว่าผู้นี้จะเป็นชายชราที่มีแววตาเมตตาปราณี ทันทีที่เห็นอวิ๋นซีก็รีบแย้มยิ้มให้พร้อมถามไถ่ถึงสุขภาพว่าตอนนี้นางรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง?

        อวิ๋นซีตอบทุกคำถามอย่างชัดเจน ทั้งยังไม่ลืมกล่าวคำขอบคุณด้วยความเกรงอกเกรงใจเสียยืดยาว

        เมื่อทักทายกันเสร็จสรรพ พี่สะใภ้โจวก็นำอวิ๋นซีเดินจากไป ในระหว่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวเสริม “บิดาข้าท่านเป็นคนดี ถึงแม้จะเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่ก็ไม่หลงระเริงในอำนาจ ไม่ว่าจะลงมือทำสิ่งใดก็ล้วนคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนในหมู่บ้านเป็นอันดับหนึ่ง” ตอนที่พี่สะใภ้โจวพูดถึงพ่อสามีของตน ใบหน้านวลก็เผยรอยยิ้มกว้าง

        อวิ๋นซีพยักหน้า นางเองก็รับรู้ได้ว่านายท่านโจวผู้นี้เข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้เพียงเดินวนรอบหมู่บ้านกับภรรยาโจวต้าไปได้รอบหนึ่ง นางก็ค้นพบว่าแม้หมู่บ้านสกุลโจวจะเป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในช่องเขา ทว่าชาวบ้านที่อาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้ก็มีกันหลายครอบครัว อีกทั้ง ระหว่างทางยังได้พบเจอกับสตรีหลายนาง พวกนางล้วนจิตใจดี น่าคบหา ทั้งยังพากันถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่าร่างกายของอวิ๋นซีเป็นอย่างไรบ้างแล้ว

        ที่นี่ทั้งเงียบสงบ ผู้คนในหมู่บ้านก็รักใคร่ปรองดอง ช่างเป็นสถานที่ที่ดียิ่ง

        เดินไปได้สักพักอวิ๋นซีก็พูดกับภรรยาโจวต้า “พี่สะใภ้ พวกเราขึ้นไปดูบนเขาที่อยู่ใกล้ๆ นี้จะได้หรือไม่เจ้าคะ? หากเป็นภูเขาที่โดยปกติแล้วพวกท่านเองก็มักจะไปกัน ข้าว่าไม่น่าจะมีอันตรายใด” นางเชื่อว่า ต่อให้บนเขาจะมีสมุนไพรอยู่ ชาวบ้านละแวกนี้ก็คงไม่รู้ ดังนั้นนางจึงได้แต่วาดหวังไว้ประมาณหนึ่งด้วยใจที่อยากจะขึ้นไปเดินดูบนเขาแห่งนี้จริงๆ

        แท้จริงแล้วตัวนางเป็นหมอ เพียงแต่ในตอนที่ยังอยู่ในตระกูลเฉียวกลับถูกจำกัดไว้ด้วยสถานะจึงมีอีกหลายสิ่งที่ไม่อาจกระทำได้ ทว่าตอนนี้ที่ได้มาเกิดใหม่ในฐานะหมอหญิงชาวบ้าน นางย่อมสามารถขึ้นไปเก็บสมุนไพรได้อย่างเปิดเผยโดยมิต้องหวาดกลัวคำครหาใดๆ อีกต่อไปแล้ว

        เอ่อ…” ภรรยาโจวต้าขบคิด สุดท้ายก็พยักหน้า “ก็ได้ ข้าจะพาท่านไปเดินเล่นบนภูเขา แต่ว่าร่างกายของท่านเพิ่งจะหายดี หากว่ามีตรงไหนที่ไม่สบาย ท่านจะต้องรีบกลับไปกับข้านะเจ้าค่ะ” นางกังวลเล็กน้อย หากสามีล่วงรู้เข้าว่าตนพาฮูหยินฉินขึ้นไปบนเขา คนเป็นต้องโกรธเกรี้ยวราวฟ้าผ่าเป็นแน่

        เมื่อได้เดินชมบรรยากาศรอบด้าน อวิ๋นซีก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าที่นี่มีพื้นที่สำหรับปลูกข้าวน้อย แต่ที่ตีนเขากลับมีพื้นที่เพาะปลูกอยู่หลายแห่งที่เกิดจากการถางขึ้นมาด้วยน้ำมือมนุษย์ ทว่าสำหรับพื้นที่เพาะปลูกกลางช่องเขาเช่นนี้ ไม่ว่าจะปลูกข้าวสาลีก็ดี หรือปลูกข้าวก็ดี ผลผลิตที่ได้ล้วนไม่มากมาย “พี่สะใภ้ ผลผลิตส่วนใหญ่ของพวกท่านล้วนได้มาจากพื้นที่เพาะปลูกที่ถูกถางดินภูเขาหรือ? ”

        ภรรยาโจวต้าส่งเสียงอืมออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะอธิบายเสริม “พื้นที่ของพวกเราถือว่าอยู่ในบริเวณซอกเขา พื้นที่ทำนาเพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ก็มีไม่มาก ดังนั้นจึงทำได้แค่ถางดินภูเขา” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ นางก็อดทอดถอนใจออกมาไม่ได้ “เดิมทีเราคิดว่าเมื่อถางที่บริเวณเขาแล้ว ทุกคนจะมีพื้นที่สำหรับปลูกพืชพันธุ์อาหารได้มากขึ้น และชีวิตของพวกเราก็จะได้ดีขึ้นอีกหน่อย ทว่าทุกๆ สองเดือนหัวหน้าเขตจะให้คนขึ้นมาสำรวจที่นี่ครั้งหนึ่ง หากพวกเขาพบว่ามีการถางที่ภูเขาไป โดยไม่ได้แจ้งต่อหัวหน้าหมู่บ้านจนเป็นเหตุให้หัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้ทำการจดบันทึกแล้วรายงานต่อผู้ดูแลตำบล ท่านหัวหน้าเขตก็จะริบพื้นที่นั้นไว้ ซ้ำร้ายยังจะมีบทลงโทษอื่นอีกด้วย”

        คิดถึงตรงนี้นางก็อดรู้สึกปวดใจขึ้นมาไม่ได้ “พื้นที่เพาะปลูกบนเขา และพื้นที่ถางใหม่ต้องลงบันทึกในเล่ม ยิ่งกว่านั้นในทุกปีพวกเราก็จะต้องส่งส่วยให้ทางการ หากเก็บเกี่ยวได้ไม่ดี เมื่อจ่ายส่วยไปแล้วและผลผลิตที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอให้หนึ่งครอบครัว พวกเราก็ได้แต่ต้องอดทนให้ผ่านฤดูหนาวไปจนกระทั่งปีใหม่มาเยือนครา แต่กว่าจะถึงตอนนั้นทุกคนก็ต้องปวดท้องหิวกันไปเป็นแถบๆ ”

        เมื่ออวิ๋นซีได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นไม่น่ามองยิ่ง “มิใช่ราชสำนักมีกฎเกณฑ์หรือว่า พื้นที่ภูเขา พื้นที่รกร้าง และพื้นที่แห้งแล้งที่ชาวบ้านถางทำกิน ภายในสิบปีแรกมิต้องจ่ายส่วยใดๆ ? ” แน่นอนว่า การถางที่ของชาวบ้านย่อมมีกำหนดเป็นกฎเกณฑ์ของบ้านเมือง หนึ่งครอบครัวถางที่ได้แค่ห้ามู่ [2] เท่านั้น

        ที่ไหนกันเล่า พวกเราต้องเริ่มจ่ายส่วยกันตั้งแต่ปีแรกที่ถางที่” ภรรยาโจวต้ามองอวิ๋นซีอย่างไม่อยากเชื่อ ภายในสิบปีไม่เก็บส่วย? เรื่องพรรค์นี้พวกเขาไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ

        เมื่ออวิ๋นซีได้ยินคำตอบนั้น ในใจก็รู้แล้วว่าด้วยเรื่องนี้จะต้องมีลับลมคมในแน่ เนื่องจากข้อเสนอให้ไม่เก็บส่วยชาวบ้านที่ถางที่ใหม่ภายในสิบปีนั้นถือเป็นข้อเสนอที่เมื่อห้าปีก่อนบิดาของนาง เฉียวกั๋วกงเป็นผู้เสนอขึ้น ดังนั้นเรื่องนี้นางไม่มีทางลืมได้อย่างแน่นอน ยิ่งกว่านั้น ในตอนนั้นฮ่องเต้เองก็ตัดสินพระทัยที่จะทำตามข้อเสนอนี้ ทั้งยังมีประกาศพระราชโองการออกมาแล้วด้วย ทว่าการที่พวกพี่สะใภ้โจวไม่ทราบเรื่องนี้ นางก็คงบอกได้เพียงว่าจักต้องมีคนตั้งใจปิดบังพวกเขาไว้อย่างแน่นอน

        นางแค่นเสียงเย็นชาในใจ ดูท่าหานโจวแห่งนี้จะมีพวกขุนนางคดโกงที่คิดเอาเปรียบชาวบ้านอยู่มาก และหากจวินเหยียนไม่ตั้งใจจัดการเรื่องนี้ให้ดีก็คงยากจะทำให้งานใหญ่สำเร็จลุล่วง

         

        ———————————————————————————————

        เชิงอรรถ

        [1] วัสดุใหญ่ใช้งานเล็ก(大材小用)หมายถึง ใช้คนไม่เหมาะสมกับงาน

        [2] มู่亩)หน่วยวัดขนาดพื้นที่ของจีน หนึ่งมู่เท่ากับ 666.67 ตารางเมตร

         

Author Jinovel