มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 1 บทที่ 28 ความประหลาดใจของนายท่านห้าเฉิง

        ในที่สุด นางที่อยู่ในยุคโบราณก็กลายเป็นผู้ที่มีเคหสถานแล้ว!

         

        เฉิงชิงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

         

        หากเป็นตอนก่อนหน้าที่จะทะลุมิติมาที่นี่ ที่ดินร้อยหมู่นี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของนางเลย พื้นที่เพาะปลูกภายในประเทศไม่อนุญาตให้ซื้อขาย แต่พื้นที่เกษตรกรรมฟาร์มปศุสัตว์ของต่างประเทศ เพียงมีเงินก็สามารถซื้อเข้ากระเป๋าได้แล้ว ปีที่นางอายุยี่สิบสี่ปีก็ได้รับของขวัญวันเกิดเป็นฟาร์มปศุสัตว์แห่งหนึ่งในบราซิล

         

        แต่ยามนี้ไม่เหมือนกับวันวาน ตอนนี้นางไม่ใช่คุณหนูใหญ่ผู้ร่ำรวยแล้ว อีกทั้งยังต้องพึ่งมารดาและเหล่าพี่สาวเย็บปักถักร้อยหาเลี้ยงชีพและเลี้ยงดู ‘หนุ่มน้อยเฉิงชิง’ ความยากจนได้บั่นทอนเกณฑ์ความสุขของนาง เคหาสน์เล็กๆ ขนาดหนึ่งร้อยหมู่ สำหรับเฉิงชิงในยามนี้ถือว่าเป็นเงินก้อนโตก้อนหนึ่ง… เมื่อคิดว่าเงินที่ซื้อเคหาสน์พร้อมที่นายังเป็นของที่ท่านย่าเลี้ยงจูคายออกมา เฉิงชิงก็ยิ่งมีความสุขแล้ว

         

        นางขอให้นายท่านห้าเฉิงช่วยดูแลโฉนด หมายถึงนำเคหาสน์พร้อมที่นาไปฝากให้นายท่านห้าเฉิงดูแล นายท่านห้าเฉิงก็ยิ่งเห็นทางดูรื่นตาจึงตอบรับโดยไม่ได้บ่ายเบี่ยงแม่แต่น้อย

         

        งานเล็กน้อยพวกนี้เจ้าไม่สนใจก็ดี เจ้าควรจดจ่ออยู่กับการเตรียมสอบเข้ารับราชการ การสอบเข้าสถานศึกษาได้เป็นเพียงแค่ขั้นพื้นฐานที่สุดเท่านั้น สำหรับตระกูลเฉิงที่เป็นตระกูลบัณฑิต ความสามารถในการเล่าเรียนก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องหายาก ต้องเรียนให้ประสบความสำเร็จจนเป็นที่ประจักษ์ ผู้อื่นจึงจะให้ความสำคัญแก่เจ้า

         

        เมื่อนางฟังคำสั่งสอนของนายท่านห้าเฉิงแล้ว เฉิงชิงก็มีข้อสงสัยของตนเอง กลับมายังอำเภอหนานอี๋ได้สามเดือนกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าคดีของเฉิงจือหย่วนมีความคืบหน้าหรือไม่

         

        นางยังคงให้ความสนใจกับการรายงานของราชสำนัก ที่ไม่เคยกล่าวถึงคดียักยอกเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเมืองเหอไถเลย

         

        ท่านปู่ขอรับ ไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อใจคนในตระกูล แต่ว่าในฐานะบุตร…

         

        นายท่านห้าเฉิงเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง

         

        ในฐานะบุตรทนมาได้ตั้งนานถึงเพียงนี้โดยไม่ถามไถ่ ก็ถือว่าเชื่อใจคนในตระกูลมากแล้ว

         

        คดีของเฉิงจือหย่วน… นายท่านห้าเฉิงพึมพำกับตนเอง มีบางเรื่องที่ไม่อาจกล่าวให้เฉิงชิงฟังได้ กลุ่มก้อนเหล่านั้นในราชสำนัก ความวิตกของนายท่านหกเฉิง เด็กหนุ่มอย่างเฉิงชิงไหนเลยจะเข้าใจ?

         

        ปู่หกของเจ้าเคยเขียนจดหมายกลับมา ใต้เท้าข้าหลวงใหญ่จางกลับเมืองหลวงไปกราบทูลรายงานต่อฝ่าบาทแล้ว

         

        อย่างที่คิด ภายในราชสำนักต้องมีคนจึงจะสามารถจัดการเรื่องราวได้ดี เรื่องที่ข้าหลวงใหญ่กลับเมืองหลวง ถ้าวันนี้นายท่านห้าเฉิงไม่เอ่ย เฉิงชิงก็คงสอบถามไม่ได้ข้อมูลเลยแม้แต่น้อย

         

        นางอยู่ห่างจากศูนย์กลางอำนาจไกลเกินไปแล้ว!

         

        เฉิงชิงมองตาปริบๆ นายท่านห้าเฉิงจึงเลือกกล่าวในสิ่งตนเองสามารถกล่าวได้ ถึงแม้ว่าใต้เท้าจางจะกลับเมืองหลวงไปกราบทูลรายงาน แต่ภายในราชสำนักยังมีขุนนางใหญ่ทรงอิทธิพลที่ยังคงมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับคดียักยอกเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเมืองเหอไถ ฮ่องเต้ได้แต่มองขุนนางในข้าราชสำนักปะทะริมฝีปากกัน ฎีกาที่เน่ยเก๋อ[1]ถวายขึ้นไปก็ถูกทิ้งเอาไว้ ผู้ใดก็ไม่อาจไตร่ตรองได้กระจ่างถึงความคิดของฮ่องเต้

         

        คดียังไม่ไต่สวน บิดาเจ้ามีโทษหรือไม่อยู่นอกเหนือการตรวจสอบ พลานุภาพสวรรค์ยากคาดเดา ความหมายของปู่หกของเจ้าคือนิ่งสงบมองดูความเปลี่ยนแปลง

         

        เฉิงชิงงงงวย

         

        ก็แค่คดียักยอกเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ภายในพื้นที่ถือเป็นคดีใหญ่ แต่พอไปถึงในราชสำนักก็ไม่นับว่าเป็นอะไรได้?

         

        ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์เว่ยก็ยิ่งควรว่าคดีแบบนี้เป็นคดีธรรมดา มีอะไรที่ไม่อาจไต่สวนได้กัน… วันนั้นที่คุ้มกันโลงศพของเฉิงจือหย่วนกลับหนานอี๋ อาสามเฉิงจือซู่ก็ปฏิเสธไม่ให้นำโลงศพเข้าบ้านเดิม ทั้งยังยกความพิโรธของโอรสสวรรค์มาอ้าง ดังนั้นจึงสั่งให้ข้าหลวงใหญ่มาตรวจสอบคดีนี้

         

        เหตุใดข้าหลวงใหญ่กลับเมืองหลวงไปกราบทูลรายงานแล้ว โอรสสวรรค์กลับไม่รีบร้อน

         

        ฟ้าร้องดังแต่ฝนกลับตกน้อย[2] เฉิงชิงรู้สึกแปลกใจมาก

         

        นางไม่รู้อะไรเกี่ยวกับราชสำนักเลย จึงได้แต่เพียงลองวิเคราะห์ดูอย่างระมัดระวัง “ท่านปู่ขอรับ หรือว่าคดีนี้เกี่ยวข้องอะไรกับคนใหญ่คนโต ผู้มีอิทธิพลทำให้โอรสสวรรค์ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง

         

        นายท่านห้าเฉิงมองนางอย่างแปลกใจ “หรือว่าเจ้าได้ยินข่าวลืออะไร

         

        ท่านปู่ ข้าก็แค่เดาไปเรื่อยเปื่อยน่ะขอรับ ข้าอายุยังน้อยประสบการณ์ยังไม่มากพอ หากพูดผิดไปขอท่านอย่าได้เห็นเป็นเรื่องตลก อุทกภัยที่เมืองเหอไถมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติก็ถูกยักยอก เสียงร้องเรียนจากประชาชนย่อมมาจากทั่วสารทิศ โอรสสวรรค์พิโรธหนักจึงสั่งให้ใต้เท้าข้าหลวงใหญ่สืบสวนคดีนี้ นอกจากสงสารราษฎรที่ประสบภัยพิบัติแล้วก็ยังต้องขจัดความโกรธของทวยราษฎร์ ยิ่งคดีถูกไขเร็วขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งสามารถตัดสินโทษของขุนนางที่เกี่ยวข้องกับคดีเร็วขึ้นเท่านั้น ความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมและโกรธเกรี้ยวภายในใจของราษฎรที่ประสบภัยพิบัติจึงจะสามารถแห้งเหือดไปได้! ข้าหลวงใหญ่จะกลับเมืองหลวงไปกราบทูลรายงานแล้ว แสดงว่าย่อมต้องสืบสวนคดีจนใกล้กระจ่าง แต่โอรสสวรรค์กลับไม่ได้บัญชาให้ไต่สวนในทันที… นอกเสียจากว่าเกี่ยวข้องกับผู้ที่โอรสสวรรค์ให้ความสำคัญแล้ว ข้าก็นึกเหตุผลอื่นไม่ออกขอรับ

         

        โอรสสวรรค์ก็เป็นมนุษย์ ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ย่อมมีเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา[3]

         

        เฉิงชิงไม่ใช่คนพื้นเมือง ไม่มีจิตใจกลัวเกรงของผู้ที่ต่ำต้อยจนเป็นธุลีแบบนั้นต่อฮ่องเต้ของระบบศักดินา

         

        ไม่ใช่ว่าฮ่องเต้ทุกพระองค์จะเข้าใจเรื่องราวในราชสำนักทั้งหมด ฮ่องเต้ที่ความสามารถไม่เพียงพอ ถูกขุนนางที่มีอำนาจครอบงำก็ล้วนมีอยู่ในแต่ละราชวงศ์

         

        คนใหญ่คนโตผู้มีอิทธิพลที่ว่าก็ไม่แน่ว่าจะเป็นผู้ที่ทำให้โอรสสวรรค์เกรงกลัวเสมอไป หากตรวจสอบไปถึงขุนนางที่โอรสสวรรค์รักและให้ความสำคัญ หรือบุคคลในฝ่ายในที่โอรสสวรรค์รักและโปรดปราน หรือพระญาติฝ่ายนอกที่ทำให้โอรสสวรรค์สับสน… ฟ้าร้องดังแต่ฝนกลับตกน้อย ก็ไม่น่าจะมีอะไรนอกเหนือจากเหตุผลเหล่านี้?

         

        สีหน้าของนายท่านห้าเฉิงยิ่งแสดงความประหลาดใจ “สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เจ้าคิดได้เองหรือ?”

         

        เฉิงชิงพยักหน้าสุดแรง

         

        ยามที่ยังสอบไม่ได้วุฒิอันใด หากนางยังแสร้งโง่ แล้วภายในตระกูลจะเอาอะไรมาให้ความสำคัญนาง?

         

        เฉิงชิงเองก็ไม่ได้คิดว่าตนเองฉลาดหลักแหลมมากมาย แต่อย่างน้อยไอคิวนางก็อยู่ในระดับบน

         

        ก่อนหน้าที่จะทะลุมิติ ครอบครัวของนางก็มีคนมากมายที่ต่อสู้แย่งชิงสิทธิสืบทอด นางมอบความพ่ายแพ้ให้คู่แข่งมากมายจึงได้อยู่เหนือผู้อื่น

         

        ตระกูลเฉิงแห่งหนานอี๋เป็นตระกูลใหญ่ที่อยู่มาร้อยกว่าปี ครอบครัวของนางก่อนหน้าที่จะทะลุมิติมา แม้ว่าจะเพิ่งร่ำรวยมาได้ไม่กี่สิบปี แต่ผู้ที่สร้างตระกูลจนร่ำรวยในรุ่นแรกล้วนแล้วแต่มีความเรียบง่ายและจริงใจ เมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกับนางที่เกือบทั้งหมดได้รับการศึกษาระดับสูง แม้แต่คนภายในครอบครัวนางที่อ่อนวัยกว่าหนึ่งรุ่นก็คงไม่อาจรับมือกับการสอบเข้ารับราชการของราชวงศ์เว่ยได้ แต่ในสังคมยุคปัจจุบันก็ไม่ได้ต่างกัน

         

        ที่เฉิงชิงสามารถเอาชนะได้ ล้วนพึ่งพาความสามารถในการอดทน พึ่งพาความโหดร้ายที่พอควร และพึ่งพาการแสดงอันล้ำเลิศของนาง!

         

        เฉิงชิงเองก็ค่อนข้างมีประสบการณ์ว่ายามใดที่ควรแสดงออกถึงคุณค่าของตนเอง

         

        เด็กหนุ่มวัยสิบสามปี อาจมีพรสวรรค์ด้านการเล่าเรียนเป็นอย่างมาก สอบผ่านบัณฑิตซิ่วไฉก็ไม่นับว่าเป็นอันใด เด็กมีพรสวรรค์ที่สอบผ่านบัณฑิตจวี่เหริน สอบผ่านบัณฑิตจิ้นซื่อล้วนมีหมด

         

        แต่เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีที่ลองวิเคราะห์ราชสำนักและความคิดของโอรสสวรรค์ แม้ความคิดจะค่อนข้างหยาบกระด้าง แต่ก็ตรงจุดสำคัญ นี่ค่อนข้างทำให้นายท่านห้าเฉิงคาดไม่ถึงและประหลาดใจเป็นอย่างมาก

         

        มีความสามารถในการเล่าเรียน นายท่านห้าเฉิงไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลก ตระกูลเฉิงแห่งหนานอี๋ไหนเลยจะขาดแคลนบัณฑิต ถึงแม้บุตรหลานตระกูลเฉิงของตนจะใช้การไม่ได้ก็ยังมีสถานศึกษาหนานอี๋ ตระกูลเฉิงก็ยังคงสามารถชุบเลี้ยงผู้มีความสามารถอย่างเมิ่งไหวจิ่น!

         

        แต่การมีความฉลาดทางด้านการเมือง นายท่านห้าเฉิงก็รู้สึกว่าค่อนข้างแปลกแล้ว

         

        หากเฉิงชิงเป็นบุตรของบ้านหก ได้ฟังผ่านหูมองผ่านตามาตั้งแต่เด็กแล้วสามารถกล่าวเช่นนี้ได้ เขาคงไม่รู้สึกแปลกใจอันใด แต่เฉิงชิงเป็นบุตรชายของเฉิงจือหย่วน ตัวเฉิงจือหย่วนเองเป็นพวกหัวแข็ง ไหนเลยจะสามารถสอนสิ่งเหล่านี้แก่บุตรชายได้ ดังนั้นเด็กคนนี้จึงขัดเกลาตนเอง เป็นมาโดยกำเนิด ช่างไม่ง่ายเลย!

         

        ท่าทีของนายท่านห้าเฉิงเปลี่ยนไปแล้ว เดิมเขานั่งอยู่หลังโต๊ะแล้วสนทนากับเฉิงชิงที่ยืนอยู่ ยามนี้เขาเชิญให้เฉิงชิงนั่งกล่าวคำด้วยกัน ทั้งยังให้คนยกชามาให้

         

        เฉลียวฉลาดและเติบโตเป็นผู้ใหญ่เร็วเกินไป ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป เจ้าความคิดรอบคอบ กังวลเพื่อคดีของบิดาเจ้าไม่น้อย เดิมทีเห็นว่าเจ้ายังอายุน้อย มีบางเรื่องที่ไม่เหมาะจะบอกกล่าวแก่เจ้า ในเมื่อเจ้าสามารถคิดเองได้ ยามนี้ข้าก็จะทดสอบเจ้าอีกครั้ง สมมติว่าคดีนี้เป็นแบบที่เจ้ากล่าวมา เพราะเกี่ยวข้องกับบุคคลที่โอรสสวรรค์ให้ความสำคัญจึงเตะถ่วงไป หากปู่หกของเจ้าคิดจะแก้ตัวแทนบิดาเจ้าก็กลัวจะทำให้โอรสสวรรค์พิโรธ เจ้าจะทำเช่นไร?”

         

        อะไรคือสมมติว่าคดีเป็นอย่างที่นางกล่าว คำพูดนี้ของท่านปู่ห้าถือเป็นการยอมรับการคาดเดาของนางอย่างชัดเจนแล้ว

         

        จะสามารถทำให้ท่านปู่ห้าให้ความสำคัญและยอมรับคุณค่าของนางได้หรือไม่นั้น ก็ต้องดูที่คำตอบของนางแล้ว!

         

        หากตอบไม่ดี หลังจากนี้คนในตระกูลก็จะไม่ฟังความเห็นของนางต่อคดีของเฉิงจือหย่วนอีก

         

        หากตอบได้ดี นางก็จะมีคุณสมบัติเข้าร่วม รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของคดี ถึงขนาดที่พลิกคดีเพื่อเฉิงจือหย่วนด้วยมือของตนได้

         

        เฉิงชิงจัดอาภรณ์นั่งหลังเหยียดตรง

         

        ท่านปู่ขอรับ การให้ความสำคัญของโอรสสวรรค์แบ่งเป็นกี่รูปแบบ สถานการณ์ต่างกัน วิธีการรับมือก็ย่อมแตกต่างเช่นกัน

         

        สุดท้ายแล้วคือความรัก คือความเคารพ หรือคือความเกรงกลัวกันแน่?

[1] เน่ยเก๋อ คือหน่วยงานสำหรับปรึกษาและดูแลราชการแผ่นดิน

[2] ฟ้าร้องดังแต่ฝนกลับตกน้อย หมายถึงพูดจาใหญ่โตแต่กลับลงมือทำจริงน้อย

[3] เจ็ดอารมณ์หกปรารถนา หมายถึงอารมณ์ความรู้สึกความปรารถนาแบบปุถุชนทั่วไป เจ็ดอารมณ์ ได้แก่ 1.ความยินดี 2.ความโกรธ 3.ความเศร้า 4.ความกลัว 5.ความรัก 6.ความเกลียดชัง 7.ความอาวรณ์ หกปรารถนา ได้แก่ 1.รูป 2.รส 3.กลิ่น 4.เสียง 5.สัมผัส 6.ความคิด

Author Glory Forever