มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 1 บทที่ 29 จะแสดงความภักดีก็ต้องมีคุณสมบัติด้วย!

        นายท่านห้าเฉิงมีความคิดจะทดสอบ จึงตั้งใจบอกเล่าสถานการณ์อย่างคลุมเครือ

         

        เฉิงชิงจึงได้แต่เพียงวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งสามหนึ่งรอบ

         

        สถานการณ์แรกคือความรัก ความโปรดปรานของโอรสสวรรค์คือดาบสองคม ไม่ว่าจะเป็นสนมคนโปรดหรือบุตรแห่งครอบครัวสวรรค์ ยามปกติผู้ที่ได้รับความโปรดปรานมักจะประสบความอิจฉาไม่มากก็น้อย แม้กระทั่งคดีใหญ่อย่างการยักยอกเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โอรสสวรรค์ยังต้องปกป้องให้รอดพ้นจากแรงกดดัน ผู้ที่อยู่รอบนอกเกรงว่าจะอิจฉาจนเป็นบ้าไปจริงๆ!

         

        คือความอิจฉาและก็เกี่ยวกับผลประโยชน์ โอรสสวรรค์มีเพียงหนึ่งเดียว ผู้ที่ได้รับความโปรดปรานเพียงจำนวนน้อยนิดก็อาจจะร่วงหล่นไปอยู่ในคนจำนวนมากได้

         

        หากโอรสสวรรค์ปกป้องผู้ที่พระองค์โปรดปราน วังหลังและราชสำนักล้วนยากที่จะมั่นคงสงบสุขได้ ท่านปู่หกไม่จำเป็นต้องลงมืออยู่เบื้องหน้า สามารถรอโอกาสที่เหมาะสมเพื่อลงมือ

         

        เฉิงชิงกล่าวอย่างอ้อมค้อม ความหมายแสดงถึงความเข้าใจอย่างชัดเจน หากให้ผู้อื่นลงมืออยู่เบื้องหน้า ท่านปู่หกแห่งเมืองหลวงคอยเก็บกวาดอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าโอรสสวรรค์คิดจะเอนเอียงเข้าข้างผู้ใด ขุนนางใหญ่ผู้มีอิทธิพลในราชสำนักจะตั้งตนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับโอรสสวรรค์อย่างไร นายท่านหกเฉิงไม่จำเป็นต้องไปล่วงเกินใคร เพียงหาโอกาสชำระล้างมลทินบนตัวของเฉิงจือหย่วนจนสะอาดก็เป็นใช้ได้แล้ว

         

        เคราแพะของนายท่านห้าเฉิงสั่นเบาๆ

         

        นี่คือบุตรชายของเฉิงจือหย่วนจริงหรือ?

         

        หากเป็นเพราะความเคารพ เจ้าจะทำอย่างไร!

         

        หากเป็นเพราะความเคารพ… ท่านปู่ ความคิดของข้าก็เป็นเช่นเดียวกับความรัก คนในตระกูลเฉิงของพวกเรามีไม่น้อยเลยที่เข้าราชสำนักเป็นขุนนาง แต่กลับไม่ผู้ใดเข้าเน่ยเก๋อ เลยไม่อาจช่วยเหลือท่านปู่หกให้คืบหน้าและฉุดท่านปู่หกให้ถอยหลัง ไม่อาจนำบิดาข้าและคดียักยอกเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติมารวมกันได้ ตระกูลเฉิงของพวกเราไม่ต้องถึงกับไปขัดแย้งกับผู้อื่นด้วยเหตุผลนี้

         

        นาท่านหกเฉิงคิดที่จะเข้าเน่ยเก๋อหรือไม่?

         

        ย่อมต้องคิดอยู่แล้ว

         

        ราชวงศ์เว่ยก็เหมือนกับราชวงศ์หมิง ไม่มีอัครเสนาบดีที่ทำหน้าที่ทั้งหมดเพียงผู้เดียว อำนาจของอัครเสนาบดีถูกเน่ยเก๋อแบ่งไป เน่ยเก๋อคือหน่วยงานที่ช่วยเหลือโอรสสวรรค์ดูแลราชการแผ่นดิน และยังเป็นหน่วยงานที่แบ่งอำนาจของโอรสสวรรค์ไป โอรสสวรรค์พึ่งพาขุนนางใหญ่ในเน่ยเก๋อเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็ป้องกันการใช้อำนาจเด็ดขาดของเน่ยเก๋อ ราชวงศ์เว่ยก่อตั้งมาร้อยกว่าปี โอรสสวรรค์ในประวัติศาสตร์และเน่ยเก๋อมักจะปะทะกันบ่อยครั้ง…

         

        สามารถกล่าวได้ว่า ขุนนางทั้งราชวงศ์เว่ยต่างถือว่าการเข้าเน่ยเก๋อคือเป้าหมายในการช่วงชิง อำนาจมากมายเกียรติยศสูงส่ง ยามนี้นายท่านหกเฉิงเป็นขุนนางขั้นสองในเมืองหลวง หากไม่คิดจะเข้าเน่ยเก๋อนั่นสิแปลก!

         

        เฉิงชิงเชื่อมั่นว่าคนในตระกูลจะสามารถช่วยให้เฉิงจือหย่วนพ้นโทษได้ เฉิงจือหย่วนคือหลานชายของท่านปู่หก หลานชายถูกกล่าวหาด้วยความผิดเช่นนี้ ศักดิ์ศรีของท่านปู่หกย่อมมัวหมอง ไม่อาจแน่ใจว่าวันใดจะถูกฝ่ายตรงข้ามขุดเรื่องนี้มาเล่นงานและฉุดท่านปู่หกให้ถอยหลัง

         

        แต่หากการชำระล้างมลทินให้เฉิงจือหย่วนทำให้ท่านปู่หกต้องขัดแย้งกับขุนนางใหญ่ผู้มีอิทธิพลท่านอื่นๆ เฉิงชิงก็รู้สึกว่าท่านปู่หกต้องไม่ยินยอมเป็นแน่

         

        เป็นหลานชายไม่ใช่บุตรชาย เมื่อชั่งน้ำหนักดู หากราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินไป แล้วจะเสี่ยงไปทำไมกัน?

         

        หากเป็นบุตรชายแท้ๆ ก็ไม่แน่ว่าจะสำคัญกว่าอนาคตของตัวท่านปู่หกเอง

         

        ไม่มีบุตรชายแล้วก็ค่อยให้กำเนิดใหม่ได้ แต่หากอนาคตของตัวท่านปู่หกเองถูกขัดขวาง การเติบโตของทั้งตระกูลเฉิงแห่งหนานอี๋ก็จะได้รับความเสียหายอย่างหนักด้วยเช่นกัน!

         

        สิ่งสำคัญที่สุดของคนเราคือเห็นแจ้งถึงคุณค่าของตนเอง เฉิงจือหย่วนสำคัญต่อครอบครัวของเฉิงชิงมาก แต่ไม่นับว่าเป็นอันใดต่อตระกูลเฉิงแห่งหนานอี๋ทั้งหมด

         

        เฉิงชิงไม่มีความรู้สึกพอใจ ปีนั้นเฉิงจือหย่วนดื้อรั้นจะไปจากหนานอี๋ ละทิ้งการสอบจิ้นซื่อต่อ หายไปหลายปีก็เป็นนายอำเภอขั้นเจ็ด เดิมหลายปีนี้ก็ไม่ได้ทำประโยชน์ให้กับตระกูลเฉิงแห่งหนานอี๋ ไยตระกูลเฉิงแห่งหนานอี๋จะต้องเทหมดหน้าตักเพื่อเฉิงจือหย่วนด้วย?

         

        เฉิงชิงสมองปลอดโปร่งพอแล้วถึงค่อยคิดจะพูดคุยเปิดอกกับนายท่านห้าเฉิงสักครั้ง

         

        นางไม่กลัวตระกูลเฉิงจะรู้สึกว่าราคาที่ต้องจ่ายมากเกินไปจึงหยุดระหว่างทางที่จะพลิกคดีให้เฉิงจือหย่วน แต่กลัวว่าเมื่อนายท่านหกเฉิงแห่งเมืองหลวงเห็นว่าหมดหวังที่จะพลิกคดีให้เฉิงจือหย่วนแล้ว จะเห็นคุณธรรมก่อนคนในครอบครัวอย่างตรงไปตรงมา ทั้งยังซ้ำเติมเฉิงจือหย่วนด้วยตนเอง

         

        หากเป็นเช่นนั้นก็คงสายเกินไปแล้ว ราชสำนักเห็นว่าเขาเป็นขุนนางต้องโทษที่ยักยอกเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ อาในตระกูลเดียวกันก็จะอับอายที่ไปข้องเกี่ยวด้วย ไม่แน่ว่าตระกูลเฉิงจะขับไล่เฉิงจือหย่วนออกจากตระกูลอย่างตรงไปตรงมา… เฉิงชิงเองก็ต้องโดนด้วย นี่สิถึงจะถือเป็นนรกจำลองอย่างแท้จริง!

         

        นายท่านห้าเฉิงมองเฉิงชิงแล้วมองอีก “เจ้าสามารถแยกแยะหนักเบาได้อย่างชัดเจน

         

        เฉิงชิงหัวเราะ “ท่านปู่หกต่างหากถึงจะเป็นความหวังของวงศ์ตระกูลขอรับ เป็นแกนกลางของตระกูลเฉิงแห่งหนานอี๋อย่างแท้จริง มีท่านปู่หกอยู่ บุตรหลานตระกูลเฉิงที่เข้าไปเป็นขุนนางในราชสำนักก็จะมีผู้ดูแล สถานศึกษาหนานอี๋ถึงจะเป็นของตระกูลเฉิง ภายใต้รังที่พลิกคว่ำไม่มีไข่ที่สมบูรณ์[1] ทั้งหมดล้วนให้ความสำคัญกับท่านปู่หก เหตุผลนี้ข้าก็ยังคงเข้าใจขอรับ

         

        นายท่านห้าเฉิงทอดถอนหายใจอยู่นาน

         

        คำพูดนี้ของเฉิงชิงตรงไปถึงส่วนลึกภายในจิตใจของเขา ผู้นำตระกูลย่อมชมชอบที่ได้เห็นบุตรหลานภายในตระกูลมองภาพรวม ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตระกูล หากไม่มีตระกูลเฉิงแห่งหนานอี๋ บุตรหลานตระกูลเฉิงที่เป็นขุนนางในราชสำนักก็ยากที่จะก้าวหน้าได้

         

        เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีผู้หนึ่งรู้เรื่องรู้ราวถึงเพียงนี้ ผู้ใหญ่ในบ้านรองทั้งหมดกลับไม่เข้าใจ

         

        บุญคุณความแค้นในวันวานควรจะตายไปพร้อมกับเฉิงจือหย่วน นี่เป็นโอกาสอันดีในการคลี่คลาย แต่นางจูสตรีใจคอคับแคบวิสัยทัศน์สั้นผู้นั้นกลับต้องการจะตัดอนาคตของเฉิงชิง ช่างสมดั่งคำโบราณที่ว่า ผมยาวแต่ความรู้และประสบการณ์สั้น[2]เสียจริง!

         

        ชั่วขณะหนึ่งนายท่านห้าเฉิงรู้สึกว่าตนเองดูเหมือนจะให้ของชดเชยจากนางจูน้อยเกินไป เฉิงชิงคือต้นกล้าที่ควรค่าแก่การเลี้ยงดูสั่งสอน

         

        ใบหน้าของเขาแสดงถึงความเมตตา สนับสนุนให้เฉิงชิงกล่าวต่อ

         

        หากคนผู้นั้นเป็นผู้ที่โอรสสวรรค์เกรงกลัวเล่า?”

         

        ผู้ที่โอรสสวรรค์เกรงกลัวนั่นก็ยุ่งยากแล้ว

         

        รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉิงชิงค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นขมขื่น

         

        หากเป็นผู้ที่แม้แต่โอรสสวรรค์ยังเกรงกลัว เฉิงชิงจะไปยั่วโทสะได้อย่างไรในฐานะบุตรหากไม่ขจัดโทษให้บิดาถือว่าอกตัญญู ในฐานะราษฎรของแคว้นเว่ยย่อมต้องแบ่งเบาความเหนื่อยยากของโอรสสวรรค์ หากมีผู้ที่โอรสสวรรค์เกรงกลัวขัดขวางคดีนี้ ข้ายินดีจะเป็นหอกให้โอรสสวรรค์บุกฝ่าดงศัตรู! แน่นอนว่าก่อนที่จะปะทะกับขุนนางใหญ่เหล่านั้น ข้าก็จะออกจากตระกูลด้วยตนเอง ไม่มีทางที่จะให้มาเกี่ยวพันถึงตระกูลเฉิงแห่งหนานอี๋!

         

        สีหน้าของนายท่านห้าเฉิงแข็งทื่อ

         

        ไม่ลังเลที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อต้องการจะพลิกคดีให้เฉิงจือหย่วน หากผู้ใดมาขวางหน้า ผู้นั้นย่อมถูกเฉิงชิงมองเป็นศัตรู!

         

        ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเฉิงชิงสามารถทำได้จริงหรือไม่ เพียงแค่ปณิธานนี้ก็นับว่าสูงส่งแล้ว

         

        เมื่อมองดูแล้ว บุคลิกก็ยังพอมีส่วนคล้ายคลึงกับเฉิงจือหย่วนอยู่บ้าง

         

        นายท่านห้าเฉิงส่ายศีรษะ “เจ้านี่นะ ช่างมีความชอบธรรมแบบเด็กหนุ่ม ราษฎรของโอรสสวรรค์มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ไม่ใช่ว่าผู้ใดก็มีคุณสมบัติที่จะแสดงความภักดีต่อโอรสสวรรค์ หากเจ้ามิอาจยืนอยู่ในท้องพระโรง โอรสสวรรค์ไหนเลยจะรู้ว่าเจ้าคือผู้ใด?”

         

        ท่านปู่ ข้า…

         

        ดังนั้นหากเป็นแบบสถานการณ์สุดท้ายจริง คดีนี้ก็เกี่ยวพันถึงบุคคลที่ทำให้โอรสสวรรค์เกรงกลัว?

         

        เฉิงชิงยังคงต้องการสอบถามอย่างละเอียด แต่นายท่านห้าเฉิงกลับยกชาส่งแขก “ข้าเหนื่อยแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถิด เรื่องในท้องพระโรงไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะสามารถสอดมือเข้าไปยุ่งได้ คดีนี้หากมีความคืบหน้า ข้าค่อยบอกเจ้า สิ่งที่เจ้าสามารถทำในยามนี้คือการตั้งใจกับการเรียน!

         

        เฉิงชิงแม้ไม่เต็มใจแต่ก็ทำได้เพียงจากไป

         

        นายท่านห้าเฉิงปฏิเสธที่จะพูดคุยต่อแล้ว นางไม่อาจถามข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากปากของอีกฝ่ายได้ ไม่สิ นายท่านห้าเฉิงแสดงชัดเจนแล้วว่าได้เอ่ยไปทั้งหมดแล้ว ยามเฉิงชิงพาบุตรสาวคนโตไปจากบ้านห้าก็คล้ายกับยังคงครุ่นคิดอยู่

         

        ผู้ใดกันที่ทำให้โอรสสวรรค์เกรงกลัวจนเตะถ่วงการสืบสวนของคดีนี้?

         

        แล้วจุดยืนของนายท่านหกเฉิงเป็นเช่นไรกันนะ

         

        บุตรสาวคนโตประหลาดใจ “น้องชาย เจ้าสอบผ่านเข้าสถานศึกษาแล้ว ไยถึงยังไม่ดีใจเล่า?”

         

        เฉิงชิงอดกลั้นความหงุดหงิดภายในใจไว้ แล้วเปลี่ยนมาเป็นใบหน้ายิ้มแย้ม “ผู้ใดกล่าวว่าข้าไม่ดีใจ พวกเรารีบกลับบ้านเถิด พอพบท่านแม่แล้วข้ายังมีข่าวดีอีกข่าวจะประกาศ!

         

        เฉิงชิงปิดปากเงียบตลอดทางไม่ยอมตอบคำถาม ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้ของบุตรสาวคนโต

         

        นางได้เคหาสน์พร้อมที่นาเล็กๆ หนึ่งแปลงย่อมดีใจมาก แต่ทางฝั่งของบ้านรองนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าจูกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด

         

        ตั้งแต่นางหลี่แห่งบ้านห้ามาเมื่อหลายวันก่อน บรรยากาศกดดันในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าจูก็มากขึ้น ฮูหยินผู้เฒ่าที่มักจะชอบดูแลดอกไม้ใบหญ้าก็ตกแต่งดอกไม้เสียไปหลายกระถาง ผู้คนที่รับใช้ข้างกายล้วนพบกับหายนะ ทุกคนต่างเดินกันอย่างรวดเร็วราวหางจุกตูด ด้วยกลัวว่าจะไปกระตุ้นโทสะฮูหยินผู้เฒ่าเข้า

         

        แม้แต่ผู้ที่ฮูหยินผู้เฒ่าพึ่งพาอย่างมากในยามปกติอย่างแม่นมโจวก็… ไม่ต้องพูดถึงว่าฮูหยินผู้เฒ่าสั่งสอนแม่นมโจวต่อหน้าผู้คน ทั้งยังลงโทษด้วยการหักเบี้ยหวัดรายเดือนเป็นเวลาหนึ่งปี

         

        วันนี้ได้ข่าวว่าสถานศึกษาหนานอี๋ประกาศรายชื่อแล้ว มีรายชื่อของเฉิงชิงอยู่ในนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าจูอดไม่ได้ที่จะยิ้มหยัน

         

        ไอ้แก่บ้านห้ารู้จักห่วงใยคนในตระกูลเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน ยังมาทำให้ข้าเสียหน้าเพื่อไอ้มารผจญที่ยังไม่ได้เป็นแม้กระทั่งบัณฑิตซิ่วไฉ ดี ดีมาก!

[1] ภายใต้รังที่พลิกคว่ำไม่มีไข่ที่สมบูรณ์ หมายถึงครอบครัวที่ถูกทำลายไปแล้ว คนในครอบครัวไหนเลยจะสามารถอยู่อย่างมีความสุขสมบูรณ์ได้

[2] ผมยาวแต่ความรู้และประสบการณ์สั้น หมายถึงสตรีที่มีวิสัยทัศน์แคบ ความคิดเรียบง่าย มีความเข้าใจผิวเผิน

Author Glory Forever