มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 1 บทที่ 30 ชายหญิงนอนร่วมกัน?

        ฮูหยินผู้เฒ่าจูไม่เชื่อว่าบ้านห้าจะช่วยเหลือครอบครัวเฉิงชิงด้วยความหวังดี คิดว่านี่น่าจะเป็นคำแก้ตัวของบ้านห้าที่ตั้งใจจะกดดันบ้านรอง

         

        ควักเอาเงินหนึ่งพันตำลึงเงินจากนางก็แล้วไป บอกว่าการกระทำของนางในฐานะย่านั้นไม่มีเมตตา เดิมควรชดเชยให้ครอบครัวเฉิงชิงไปเรื่อยๆ… ถุย ไอ้เจ้ามารผจญนั่นคู่ควรที่จะใช้จ่ายเงินของบ้านรองหรือ?

         

        บ้านเดิมของฮูหยินผู้เฒ่าจูเดิมไม่ร่ำรวย แต่พอแต่งเป็นภรรยาคนที่สองให้กับนายท่านรองเฉิงก็พยายามอย่างหนักจนให้กำเนิดบุตรชายสองคน บุตรสาวหนึ่งคน จึงค่อยๆ ได้รับความโปรดปรานจากนายท่านรองเฉิง ยามนายท่านรองเฉิงยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นนางที่จัดการเรื่องราวต่างๆ ภายในบ้าน

         

        นายท่านรองเฉิงป่วยเสียชีวิตในช่วงรุ่งโรจน์ของชีวิต เฉิงจือหย่วนก็ต้องการจะแยกบ้าน ทรัพย์สมบัติของบ้านรองทั้งหมดจึงตกอยู่ในกำมือของฮูหยินผู้เฒ่าจู นางจึงไม่ขัดสนเงินทอง

         

        หนึ่งพันตำลึงเงินไม่ถือว่าเยอะ แต่การที่ฮูหยินผู้เฒ่าจูต้องควักให้ครอบครัวเฉิงชิงก็ถือเป็นเรื่องปวดใจ คำพูดของนางหลี่ยังคงดังก้อง ยิ่งทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าจูอัดอั้นตันใจ

         

        เฉิงชิงนับว่าเป็นตัวอะไร ก็แค่สอบเข้าสถานศึกษาหนานอี๋ได้เท่านั้น

         

        บุตรชายแท้ๆ ของนางเป็นถึงผู้ว่าการเขตพิเศษ หลานชายแท้ๆ อายุสิบห้าปีก็สอบได้เป็นบัณฑิตซิ่วไฉแล้ว หากบ้านห้าต้องการจะบ่มเพาะบุตรหลานตระกูลเฉิงก็ควรจะเลือกเฉิงกุยสิ!

         

        เงินค่าชดเชยที่นางมอบให้เฉิงชิงเป็นเงินส่วนตัว ย่อมให้ภายนอกรับรู้ไม่ได้

         

        เสียไปเปล่าๆ หนึ่งพันตำลึงเงินทั้งยังไม่ตกไปยังที่ที่ดี ภายในใจของฮูหยินผู้เฒ่าจูรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ถึงอย่างไรนางก็ล่วงเลยเข้าสู่วัยเลขห้าแล้ว พอโกรธจัดจึงก็ล้มป่วยลง

         

        หมอกล่าวว่าฮูหยินผู้เฒ่าถูกไฟแผดเผาจิตใจจนเกินไป ในใบจ่ายยามีหวงเหลียน[1]ประกอบอยู่ ฮูหยินผู้เฒ่าจูดื่มยาคำหนึ่ง ด่าเฉิงชิงประโยคหนึ่ง แม่นมโจวถูกตัดเบี้ยหวัดรายเดือนนั้นเรื่องเล็ก ด้วยกลัวจะเสียความเชื่อใจของฮูหยินผู้เฒ่า จึงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแสดงตนต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่า แค้นใจนักที่ไม่อาจลองยาแทนฮูหยินผู้เฒ่าได้

         

        แต่สิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่าจูสนใจกลับไม่ใช่ความกระตือรือร้นในการปรนนิบัติของแม่นมโจว ยิ่งบ้านห้าดูแลเฉิงชิง นางก็ยิ่งทนไม่ได้ที่จะให้เฉิงชิงหลุดพ้นจากสภาพเลวร้าย

         

        สอบเข้าสถานศึกษาได้แล้วอย่างไร แม้แต่วุฒิจวี่เหรินก็ยังไม่ใช่… ถุย!

         

        ฮูหยินผู้เฒ่าจูสั่งแม่นมโจวหลายประโยคด้วยเสียงต่ำ แม่นมโจวก็ก้มหัวรับคำ แววตากรีดแทงราวกับมีดตกอยู่บนร่างของแม่นมโจว

         

        เรื่องง่ายเช่นนี้หากยังทำไม่ได้อีกล่ะก็…

         

        บ่าวจะไม่ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าผิดหวังอีก!

         

        แม่นมโจวสบถสาบานรับประกัน ฮูหยินผู้เฒ่าจูจึงตัดสินใจให้โอกาสแก่นางอีกครั้ง แม่นมโจวรับใช้ฮูหยินผู้เฒ่าโจวมานานหลายปี หากไม่พูดถึงความสามารถในการจัดการเรื่องราว อย่างน้อยก็ยังมีใจภักดีโดยไม่มีข้อแม้

         

        อดไม่ได้ที่จะกำชับอีกหลายประโยค ให้แม่นมโจวดำเนินเรื่องด้วยความระมัดระวัง ถึงอย่างไรก็ยังห่างกับตอนเฉิงชิงเข้าร่วมการสอบเข้ารับราชการอยู่มาก ค่อยๆ ดำเนินเรื่องไป อย่าให้บ้านห้าจับจุดอ่อนได้

         

        ตลอดชีวิตของฮูหยินผู้เฒ่าจูมักเสียเปรียบต่อเฉิงชิงอยู่ร่ำไป ในสายตาเห็นเฉิงชิงเป็นดั่งหนามยอกอก ตัดสินใจจะไม่หยุดพักจนกว่าจะสามารถตัดอนาคตของเฉิงชิงได้

         

        ตัวของเฉิงชิงเองนั้นไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย

         

        แม้ว่านางจะแสดงความเคารพต่อท่านย่าเลี้ยงผู้นั้นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แต่คนเขาก็ยังมองนางไม่เจริญตาอยู่ดี แล้วไยต้องไปเอาใจด้วยเล่า?

         

        ในเมื่อทั้งสองฝ่ายต่างเข้าหน้ากันไม่ติด เฉิงชิงก็มีความสุขแล้วที่สามารถเอาเปรียบฮูหยินผู้เฒ่าจูได้

         

        นางอดทนไปตลอดทาง จนเมื่อถึงบ้านจึงค่อยประกาศข่าวดีเรื่องนี้ นางหลิ่วแทบจะไม่เชื่อหู

         

        ที่นาและเคหาสน์เล็กๆ ผืนหนึ่งจริงๆ น่ะหรือ?”

         

        ท่านปู่ให้ข้าดูโฉนดแล้ว บนนั้นเขียนชื่อของข้าไว้ ย่อมไม่มีทางเป็นของปลอมไปได้ เป็นที่ดินสำหรับเพาะปลูกพร้อมเคหาสน์เล็กๆ จำนวนหนึ่งร้อยหมู่ เพียงพอต่อการดำรงชีวิตประจำวันของครอบครัวเรา พวกท่านก็ไม่ต้องทำงานเย็บปักเพื่อดำรงชีวิตทั้งวันแล้ว!

         

        พึ่งพาการเย็บปักหาเงินดำรงชีวิตไหนเลยจะง่าย เข็มตำนิ้วมือนั้นเรื่องเล็ก ที่สำคัญคือทำลายสายตา สตรีที่ทำงานเย็บปักเป็นอาชีพ ตอนอายุยังน้อยก็ยังคงทำได้อย่างคล่องแคล่ว แต่พอถึงวัยกลางคนดวงตาก็ไม่ไหวแล้ว ทั้งยังปวดกระดูกสันหลังช่วงเอวและลำคอ

         

        นางหลิ่วยินดีมาก “อำเภอหนานอี๋มีทั้งภูเขาและแม่น้ำ แต่พื้นที่เพาะปลูกมีน้อย เงินที่ได้จากสองมือก็ไม่แน่ว่าจะซื้อที่ได้ นับประสาอะไรกับที่นาและเคหาสน์จำนวนหนึ่งร้อยหมู่ ลูกชาย ที่นาและเคหาสน์นี้คือที่พึ่งของเจ้า…

         

        ความยินดีของนางหลิ่วไม่ใช่การเสแสร้ง

         

        โอกาสในชีวิตของบุตรสาวทั้งสามอาจจะไม่ดีนัก แต่ก็ยังพอมีอยู่ หาสามีที่ซื่อตรงพึ่งพาได้ อีกครึ่งชีวิตที่เหลือก็มีที่พึ่งพิงแล้ว เป็นภรรยาให้กำเนิดบุตรชายเลี้ยงดูบุตรสาว ในอนาคตก็มีบุตรหลานมากตัญญู

         

        มีเพียงเฉิงชิงที่เป็นสตรีปลอมเป็นบุรุษ ในเมื่อไม่อาจแต่งให้ใครได้และไม่อาจแต่งภรรยาให้กำเนิดบุตรได้ หากเส้นทางในการสอบเข้ารับราชการไม่ราบรื่น อนาคตของเฉิงชิงจะเป็นอย่างไรเล่า?

         

        เมื่อมีที่นาพร้อมเคหาสน์หนึ่งร้อยหมู่ ความกังวลใจของนางหลิ่วก็ลดลงไปเกินครึ่ง หากเฉิงชิงเรียนได้ไม่ดี ก็ยังสามารถกลับบ้านเกิด เป็นเจ้าของที่เล็กๆ พึ่งพาพื้นที่เพาะปลูกของเคหาสน์ แม้อาจจะมีชีวิตที่ไม่ถึงกับร่ำรวยแต่ก็ไม่อดตาย!

         

        บุตรสาวคนที่สามหัวเราะ “ขโมยไก่ไม่สำเร็จยังเสียข้าวสารอีกกำมือ[2] สมน้ำหน้าพวกบ้านเดิม!

         

        ทั้งครอบครัวล้วนไม่รู้สึกว่าการที่นางจูเสียเงินชดเชยมีอะไรไม่ถูกต้อง นี่คือเรื่องปกติของยามนี้ ชาวบ้านธรรมดาฟ้องร้องไปถึงที่ว่าการ โทษบางอย่างที่ไม่หนักไม่เบาก็ยุติคดีด้วยค่าปรับเช่นกัน

         

        เดิมการใช้ฝีปากแนะนำสั่งสอนก็เป็นเรื่องที่เสียเวลา ยังคงเป็นค่าปรับที่ทำให้คนเจ็บปวดใจ

         

        ที่ดินเพาะปลูกพร้อมเคหาสน์ร้อยหมู่สามารถฟื้นฟูความยากจนภายในครอบครัวได้ ลองคิดอีกที เงินที่ซื้อที่นาพร้อมเคหาสน์ก็ยังเป็นของที่นางจูควักให้ ความสุขของครอบครัวเฉิงชิงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

         

        เฉิงชิงกล่าวว่าตนได้ฝากที่นาและเคหาสน์ให้บ้านห้าดูแล นางหลิ่วก็ชมว่าเฉิงชิงทำถูกต้องแล้ว

         

        ปู่และย่าของเจ้าไม่มีทางเอาเปรียบ การมีพวกเขาดูแลที่นาและเคหาสน์ยังเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้บ้านเดิมส่งคนมาก่อกวนได้พอดี!

         

        การใช้ชีวิตสามารถพัฒนาคนจริงๆ นางหลิ่วผู้ที่ทำเป็นแค่บีบน้ำตาตลอดเวลารู้จักการคำนวณแผนการแล้ว เฉิงชิงดีใจที่มารดามีพัฒนาการ การสอบเข้าสถานศึกษาผ่านก็ถือเป็นลาภลอย วันนี้มีเรื่องที่น่ายินดีสองเรื่องในบ้าน ตอนเย็นนางหลิ่วจึงทำอาหารมากมายให้ทั้งครอบครัวกินอย่างสนุกสนานกลมเกลียว ทั้งหมดล้วนรู้สึกว่าชีวิตช่างมีความหวัง

         

        ส่วนบ้านห้าจะสามารถควบคุมพวกบ้านเดิมไม่ให้หาเรื่องยุ่งยากมาให้ได้หรือไม่นั้น เฉิงชิงกล่าวว่าไม่จำเป็นต้องกังวลใจ ในเมื่อหนีไม่พ้นก็ต้องเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ

         

        บ้านรองมาหาเรื่องยุ่งยากไม่ได้เป็นเรื่องที่ไม่ทันตั้งตัว ในวันที่สอง สมาธิของนางหลิ่วก็ถูกเรื่องอื่นดึงดูด แม้แต่การที่เฉิงชิงมีที่ดินและเคหาสน์ขนาดเล็กก็ยากที่จะขจัดความกังวลของนางหลิ่วไปได้

         

        เจ้าว่าอะไรนะ ยามเย็นก็ต้องอาศัยอยู่ที่สถานศึกษา?”

         

        ท่านแม่ ในเมื่อข้าสอบเข้าสถานศึกษาได้แล้ว ก็ย่อมต้องเคารพกฎของสถานศึกษา นอกจากบรรดาศิษย์พี่ห้องเจี่ยที่สามารถจัดการตามใจชอบได้ ในยามปกติศิษย์คนอื่นๆ ต่างก็ต้องอาศัยอยู่บนเขาขอรับ

         

        ศิษย์พี่ห้องเจี่ยคือผู้ที่มีวุฒิจวี่เหริน ในเมื่อสอบผ่านได้วุฒิจวี่เหรินแล้ว ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงการสังสรรค์ทางสังคมต่างๆ สถานศึกษาค่อนข้างผ่อนคลายในการกวดขันกับพวกเขา และไม่บังคับให้ศิษย์ห้องเจี่ยอาศัยอยู่บนเขา นอกเหนือจากเวลาเข้าเรียนทั้งหมดสามารถจัดการได้เอง

         

        แต่ห้องอี่ ปิ่ง และติงทั้งสามห้องนี้ เท่าที่เฉิงชิงรู้ไม่มีผู้ใดได้รับสิทธิพิเศษ ทุกคนล้วนเคารพกฎข้อนี้ของสถานศึกษา

         

        โลกด้านล่างเขาช่างน่าตื่นตาตื่นใจ อำเภอหนานอี๋มีหอโคมเขียว มีบ่อนพนัน… หากสถานศึกษากวดขันไม่เข้มงวดก็คงไม่อาจทำให้ผู้คนแย่งชิงกันเพื่อเข้ามาได้

         

        เหตุผลเหล่านี้นางหลิ่วล้วนฟังไม่เข้าใจ

         

        แต่… แต่สถานการณ์ของเฉิงชิงไม่เหมือนกัน ยามกลางวันร่วมเรียนกับกลุ่มศิษย์ชายก็ช่างเถิด แต่ยามกลางคืนยังต้องร่วมหลับนอนด้วยกันอีก?

         

        ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!

         

        ใบหน้าของนางหลิ่วเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เฉิงชิงสงบเยือกเย็นอย่างเทียบไม่ได้  “ท่านแม่ไม่ต้องกลัวว่าอยู่บนเขาแล้วข้าจะลำบาก ข้าตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะสอบเข้ารับราชการ ข้าจะต้องเอาชนะความยากลำบากทั้งหมดให้ได้”

         

        เฉิงชิงทำใจเรื่องชายหญิงอยู่ร่วมกันแล้ว แม้จะไม่ค่อยสะดวกแต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็ก ถึงอย่างไรนางก็ไม่เคยมีความคิดเรื่องต้องการแต่งงาน จึงไม่สนใจชื่อเสียงดีงามอะไรนั่น

         

        เรื่องสตรีปลอมเป็นบุรุษ เฉิงชิงคิดจะปิดบังไปตลอดชีวิต

         

        ไหล่ของนางหลิ่วสั่นระริก สุดท้ายก็กอดเฉิงชิงร้องไห้ยกใหญ่

         

        บุตรสาวคนโตไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่ทำให้นางหลิ่วทุกข์ใจ จึงเอ่ยกับน้องสาวทั้งสองเป็นการส่วนตัวว่า “ระยะห่างของสถานศึกษากับตัวอำเภอไม่ถือว่าไกล วันหยุดในแต่ละเดือนหรือช่วงพักผ่อนก็สามารถกลับมาบ้านได้ แยกจากกันใกล้แค่นี้ท่านแม่ยังทนไม่ไหว ในอนาคตน้องชายยังต้องเข้าเมืองหลวงไปสอบเข้ารับราชการ จะไม่ถึงขั้น… เฮ้อ!

         

        การตามใจบุตรมากเกินไปจะถือเป็นการฆ่าบุตร ท่านแม่รักและทะนุถนอมน้องชายเกินไปแล้ว ยังดีที่น้องชายมีความคิดเป็นของตนเอง!

[1] หวงเหลียน คือสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นชนิดหนึ่ง มักใช้สำหรับรักษาอาการร้อนใน มีรสขมมาก

[2] ขโมยไก่ไม่สำเร็จยังเสียข้าวสารอีกกำมือ หมายถึงฉวยโอกาสทำเรื่องไม่ดีไม่สำเร็จอีกทั้งยังขาดทุน

Author Glory Forever