มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 2 ตอนที่ 60 คลอดลูก

        หลังจากที่แม่นมลู่ได้รับจดหมายนางก็เริ่มจัดการข้าวของในทันที

        โดยเริ่มจากการหาสิ่งของที่จางจ้าวฉือจำเป็นต้องใช้ในการคลอดบุตรก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนจางจ้าวฉือเองก็เอาของที่ตนเองจะต้องใช้ในการคลอดลูกมาห่อในถุงผ้าใบใหญ่ มีทั้งของตนเอง รวมทั้งของที่เด็กแรกเกิดจำเป็นต้องใช้ ยังมีสมุนไพรรวมถึงเครื่องมือต่างๆ ที่ต้องใช้ตอนคลอดลูก แม่นมลู่เอาถุงผ้าใบใหญ่ออกมา จากนั้นจึงพูดกับหลี่เหยียนเซี่ยว่า “แม่นางหลี่ นี่คือของที่ฮูหยินของพวกเราจะใช้สำหรับคลอดบุตร มีความสำคัญเป็นอย่างมาก คงต้องฝากให้เจ้าดูแลแล้ว”

        หลี่เหยียนเซี่ยรับมาก็เอาไปสะพายไว้บนหลัง “แม่นมเจ้าคะ ท่านวางใจได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลถุงผ้านี้เป็นอย่างดี”

        แม่นมลู่กล่าว “ผู้ใดจะไปคิดว่าคนเป่ยตี้จะโหดร้ายเช่นนี้ จะพ้นคืนข้ามปีอยู่แล้วเชียว พวกเราก็มิรู้ว่าจะไปฉลองคืนข้ามปีที่ใด”

        หลี่เหยียนเซี่ยเอ่ย “แม่นมลู่เจ้าคะ รอจนถึงตอนที่ไล่คนของเป่ยตี้ไปแล้วพวกเราค่อยจัดงานคืนข้ามปีด้วยกันทุกวันไปเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”

        แม่นมลู่ฟังแล้วก็หัวเราะออกมา “เจ้านี่ก็ช่างพูดช่างจาเสียจริง เอาล่ะๆ ไปดูว่าของของตนเองเก็บมาครบแล้วหรือยัง หากกลับมาที่นี่ไม่ได้ ถึงตอนนั้นหากเจ้าอยากจะได้อะไรก็คงหามิได้แล้ว”

        หลี่เหยียนเซี่ยรับคำ แล้วกลับไปเก็บของที่ห้องของตนเอง

        จางจ้าวฉือพาชิงเหมี่ยวกับชิงซุยรีบร้อนกลับมา ก่อนจะลากแม่นมลู่เข้าไปด้านในห้อง แล้วเอาของพวกนั้นที่ตนเองเคยซ่อนเอาไว้ออกมา “แม่นม ท่านว่าข้าเอาของพวกนี้ไปซ่อนเอาไว้ในห้องลับของเรือนด้านข้างเป็นอย่างไรเจ้าคะ? เรือนของเราไม่ปลอดภัยแต่หากเอาไปด้วยก็ยิ่งไม่ปลอดภัยเจ้าค่ะ”

        แม่นมลู่เอ่ย “ฮูหยินของข้า พวกเราจากไปแล้วที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ของพวกเราอีกต่อไปแล้วนะ ของพวกนี้เจ้าก็อย่าซ่อนเอาไว้ในเมืองนี้เลย ใช้ห่อผ้าหลายใบมาใส่ก็ได้แล้ว ข้าจะให้คนเอาไปส่งที่ด่านเยี่ยนเหมิน เมื่อครู่เว่ยซื่อจื่อได้ส่งคนมา กล่าวไว้ว่าอีกเดี๋ยวจะให้เจ้าไปที่ประตูทิศตะวันตก เขาจะส่งคนไปรอเจ้าที่นั่น”

        จางจ้าวฉือฟังแล้วก็พยักหน้า “จริงด้วยสินะ พื้นที่ลับในเรือนของพวกเราคาดว่าคนเป่ยตี้ก็สามารถหาเจอได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ฟังคำท่านแล้วกันนะเจ้าคะ พวกเราจะเอาของพวกนี้ให้คนไปส่งที่ด้านเยี่ยนเหมิน”

        แม่นมลู่เอ่ย “อย่าใช้พวกหีบหรือกล่องนะ ให้ใช้ถุงผ้าธรรมดา ใส่เสร็จแล้วข้าจะให้คนส่งไปนะ”

        แม่นมกลับออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้ถึงแม้จะไปด้วยตนเอง แต่ทว่าในห้องลับกลับมีหลายคนติดตามนางไปด้วย หลังจากนางกลับไปก็ได้บอกกล่าวกับสวี่เหรา จางจ้าวฉือ รวมถึงสวี่ตี้เอาไว้ ว่าเฉินอู่ฝูขันทีข้างกายขององค์ฮ่องเต้เหลียงเฉิงตี้ได้ส่งคนมาให้นางเพื่อปกป้องความปลอดภัยของนาง ตอนนี้คนเหล่านี้อาศัยอยู่เรือนหลังของสกุลสวี่ ซึ่งปกติแล้วจะอาศัยอยู่ในที่ลึกๆ ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ง่าย ซึ่งแต่ละคนก็เป็นผู้ที่มีวรยุทธ์แข็งแกร่ง หากถึงช่วงเวลาคับขันจริงๆ ก็สามารถปกป้องชีวิตพวกเขาได้

        แม่นมลู่มอบถุงผ้าหลายใบให้กับเหล่าคนที่หน้าตาดูธรรมดามากๆ ให้พวกเขารีบนำไปส่งที่ด่านเยี่ยนเหมิน เพื่อจัดคนเดินทางออกจากเหอซี ซึ่งฝ่ายเว่ยหลางเองก็ได้ตั้งกระโจมบัญชาการอยู่ใกล้ๆ กับด่านเยี่ยนเหมิน

        หลังจากคนผู้นั้นได้รับคำสั่ง ก็รีบนำห่อผ้าเดินทางออกจากเรือนสกุลสวี่ แล้วมุ่งหน้าไปยังด่านเยี่ยนเหมินโดยที่ตลอดทางไม่ได้เป็นจุดสนใจ

        เมื่อจัดการข้าวของเสร็จแล้ว จางจ้าวฉือก็นับว่าวางเรื่องในใจลงไปได้เล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมองสวี่จือ

        คุณหนูทั้งสองของสกุลหลี่ถูกส่งกลับไปที่เรือนของตนเอง หลังจากสวี่จือได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพก็กลับมาในห้องของตนเอง ข้าวของ เสื้อผ้า ตั๋วเงินล้วนรื้อออกมาจนหมด เสื้อผ้าอาภรณ์ก็เลือกตัวที่ไม่สะดุดตา พวกที่ทำจากผ้าไหมก็โยนทิ้งเอาไว้ในตู้เสื้อผ้า เครื่องประดับก็เอาแต่พวกเครื่องเงินออกมา ส่วนพวกเครื่องทองโยนไปไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง พวกของรักของสำคัญพวกนั้นก็เอามาใส่ห่อผ้าเอาไว้ ส่วนตั๋วเงินก็พกติดตัว

        จางจ้าวฉือเมื่อเห็นเครื่องประดับที่ดูสวยงามพวกนั้นถูกโยนไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งก็อดที่จะถามนางมิได้ “ของพวกนี้เหตุใดลูกถึงไม่เก็บไปด้วยหรือ?”

        สวี่จือตอบกลับไปอย่างรู้สึกผิด “ข้าได้ยินท่านพี่บอกว่าพวกเราทำเช่นนี้ก็เพื่อล่อให้คนของเป่ยตี้เข้ามา ในเมื่อแสร้งทำเป็นเมืองแตกแล้วหนีไป เช่นนั้นก็ต้องทำเป็นรีบหนีไปเจ้าค่ะ ตอนที่หนีผู้ใดจะเก็บของไปจนเกลี้ยงล่ะเจ้าคะ เอาของพวกนี้โยนทิ้งไว้ที่นี่ พวกเขาจะได้คิดว่าพวกเรารีบร้อนมากอย่างไรเล่าเจ้าคะ ท่านแม่เจ้าคะ ของพวกนี้มิค่อยมีค่าเท่าใดนัก ของที่มีค่าข้าเก็บเอาไปหมดแล้วเจ้าค่ะ”

        จางจ้าวฉือได้ฟังเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “ไอ๊หยา เป็นลูกที่ละเอียดรอบคอบ เหตุใดแม่ถึงคิดไม่ถึงล่ะเนี่ย จือเอ๋อร์ ลูกรีบเก็บเถิด แม่จะไปสั่งงานอีก”

        จางจ้าวฉือแบกท้องโตรีบไปที่เรือนหลัก แม่นมลู่ยังคงสั่งคนย้ายของ ส่วนจางจ้าวฉือก็ลากแม่นมลู่มาบอกเล่าถึงความคิดของสวี่จือเมื่อครู่ แม่นมลู่จึงเอ่ยว่า “ข้าคิดได้แล้ว เจ้าวางใจเถิด ข้ารับประกันว่าคนเป่ยตี้เข้ามาก็จะคิดว่าพวกเรารีบร้อนหนีออกไป ไม่ใช่ไหวตัวทันแล้วหนีออกไปก่อนเช่นนี้ ดีหรือไม่?”

        จางจ้าวฉือหัวเราะแล้วเอ่ย “ข้าว่าในเมื่อมีแม่นมลู่อยู่ เรือนนี้ก็มีเสาหลักแล้วเจ้าค่ะ”

        แม่นมลู่หัวเราะแล้วกล่าว “เจ้ารีบไปทางนั้นเถิด ข้ายังต้องดูว่ามีของสิ่งใดที่จำเป็นต้องเอาไปอีก”

        สวี่ตี้เดินเข้ามาหน้าตามอมแมม เห็นจางจ้าวฉือยืนท้องโตอยู่หน้าประตูก็เอ่ย “ท่านแม่ขอรับ เตรียมตัวกันเป็นอย่างไรบ้าง? หากเตรียมตัวเสร็จแล้วก็ไปที่ประตูทิศตะวันตกเถิด พวกเราจะเปิดประตูแล้วนะขอรับ”

        จางจ้าวฉือตอบ “แม่นมลู่ยังเก็บของอยู่เลย สวี่ตี้ ลูกว่าคนของเป่ยตี้จะฟังพวกเราแล้วเข้ามาในเมืองหรือไม่?” ประโยคหลังนางถามเสียงเบา

        สวี่ตี้ยื่นหน้ามาตรงหน้าของจางจ้าวฉือ แล้วพูดเสียงเบาตอบกลับไปว่า “ตอนบ่ายหรือตอนเย็นพวกเขาจะยังโจมตีอีกขอรับ ถึงตอนนั้นพวกเราที่อยู่บนกำแพงก็จะรีบหนี พวกเขาจะคิดว่าพวกเราขวางเอาไว้ไม่ไหวแล้วจึงหนีไป”

        จางจ้าวฉือเอ่ย “เมื่อครู่ข้าพูดกับพ่อของเจ้าแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้นจะต้องรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ให้ได้ ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ก็มีความหวัง แม่ไม่หวังให้พวกเจ้าเป็นวีรบุรุษ แม่ขอแค่พวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่กับข้า ได้ยินหรือไม่?” ประโยคสุดท้ายจางจ้าวฉือพูดน้ำตาคลอ

        สวี่ตี้พยักหน้า “ท่านแม่ พวกเราวางแผนทั้งหมดเอาไว้ดีแล้วไม่มีปัญหา ท่านจะต้องรักษาตัวเองดีๆ ดูแลน้องชายของข้าดีๆ นะขอรับ”

        สวี่ตี้ลูบท้องของจางจ้าวฉือ แล้วพูดเบาๆ “เด็กน้อย เจ้าจะต้องเชื่อฟังท่านแม่ หากไม่เชื่อฟังรอเจ้าออกมาแล้วข้าจะตีก้นเจ้า” สวี่ตี้พูดจบก็รู้สึกว่าเด็กในท้องของจางจ้าวฉือถีบมือของตนเอง

        สวี่ตี้พูดด้วยความตกใจ “ท่านแม่ เขาเตะข้า”

        จางจ้าวฉือหัวเราะแล้วตอบ “ข้าก็บอกกับเจ้าแล้ว น้องชายของเจ้าคนนี้เป็นเด็กฉลาด เจ้าพูดอะไรเขาฟังรู้เรื่องหมด”

        สวี่ตี้เอ่ย “ขอแค่เจ้าเชื่อฟัง ข้าจะให้ความรักเจ้าอย่างแน่นอน หากเจ้าไม่เชื่อฟังล่ะก็ เหอะ ก้นเล็กๆ ของเจ้าจะโดนฟาดแน่นอน”

        จางจ้าวฉือหัวเราะแล้วผลักสวี่ตี้เบาๆ “เจ้าโตขนาดไหนแล้วหือ ยังทำตัวเด็กขนาดนี้ มีใครเขาขู่เด็กอย่างเจ้าบ้าง รีบไปทำงานของเจ้าไป”

        สวี่ตี้รับคำแล้วรีบวิ่งออกไป

        หลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้ว คนของสกุลสวี่ต่างรีบแบกสัมภาระของตนเองขึ้นหลังแล้วมายืนอยู่หน้าประตูใหญ่ จางจ้าวฉือมองเรือนเล็กที่อาศัยมาสามปีกว่าก็ถอนหายใจ “พวกเราไปกันเถิด”

        บนถนนมีผู้คนแบกห่อผ้า พลางจูงบุตรสาวบุตรชายเดินไปทางประตูตะวันตก เมื่อมีคนเห็นจางจ้าวฉือก็ตะโกนเรียก “หมอจาง”

        ประตูทิศตะวันตกเปิดออกแล้ว ผู้คนในเมืองต่างทยอยกันออกไปด้านนอกเมือง มีบางคนเดินไปก็หันกลับมามองที่แห่งนี้ด้วยดวงตาแดงก่ำ นี่คือบ้านของตนเอง เมื่อยามที่จำต้องทิ้งไปเช่นนี้ ในใจก็รู้สึกไม่อยากจากไปจริงๆ

        มีคนที่พาคนเหล่านี้เดินทางมาที่ด่านเยี่ยนเหมินโดยเฉพาะ ตลอดทางเว้นระยะไม่ไกลกันมีทหารเฝ้าด่านเยี่ยนเหมินยืนอยู่ข้างทางอย่างเป็นระเบียบ ตอนนี้ดึกมากแล้ว ท้องฟ้าก็มืดสลัว ลมจากทางเหนือเย็นพัดผ่านบาดข้างแก้มจนเจ็บ สวี่จือเอาผ้าพันคอดึงขึ้นไปปิดที่แก้ม ผ้าพันคอผืนนี้เป็นจางจ้าวฉือที่ใช้ไหมพรมขนแกะถักให้ เป็นแบบถักง่ายที่สุด ระดับฝีมือของจางจ้าวฉือนั้นมีจำกัดจริงๆ ผ้าพันคอผืนนี้บางจุดหลวมบางจุดแน่นเกินไป ยังดีที่เป็นขนแกะ อีกทั้งยังถักออกมาหนา และยาว เมื่อใช้พันคอแล้วรู้สึกอุ่นเป็นพิเศษ

        ชิงเหมี่ยวแบกถุงผ้าใบใหญ่ ด้านในใส่เสื้อผ้าของคนในเรือนเอาไว้ ข้อมือยังห้อยถุงผ้าเล็กๆ เอาไว้ ข้างในก็ใส่พวกเสื้อผ้าอาภรณ์เช่นกัน เมื่อนางเห็นสวี่จือดึงผ้าพันคอขึ้นก็รีบช่วยจัดผ้ากันลมของสวี่จือให้คลุมมิดชิด “คุณหนูเก้าเจ้าคะ พวกเราใกล้จะถึงกันแล้วเจ้าค่ะ”

        สวี่จือเอ่ย “พี่ชิงเหมี่ยว ท่านเหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ ข้าช่วยท่านแบกถุงผ้าเล็กๆ นี่ดีหรือไม่เจ้าคะ?”

        ชิงเหมี่ยวตอบ “มิได้เจ้าค่ะ ตอนนี้ร่างกายของท่านยังเล็กอยู่ ไม่สามารถแบกของหนักเกินไปได้ จะกดทำให้คุณหนูตัวไม่สูงขึ้นนะเจ้าคะ ท่านอย่าเห็นว่าของเยอะเลยเจ้าค่ะ พวกนี้เป็นเสื้อผ้าทั้งนั้น ไม่หนักเจ้าค่ะ”

        สวี่จือถอนหายใจ “แต่ว่าหวังว่าครั้งนี้พวกเราจะสามารถกำจัดคนเป่ยตี้พวกนั้นไปได้นะเจ้าคะ ต่อไปจะได้ไม่สามารถมาทำสงครามกับพวกเราได้อีก”

        ชิงเหมี่ยวเอ่ย “ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ พวกเขาน่ารังเกียจเกินไปแล้ว”

        เส้นทางจากเหอซีไปที่ด่านเยี่ยนเหมินนั้นเป็นถนนที่ทำจากหินง่ายๆ เส้นหนึ่ง ที่ทำขึ้นมาเพื่อทหารคุ้มกันด่านเยี่ยนเหมินโดยเฉพาะ ถนนไม่ได้กว้างมาก ในขณะที่เดินไปก็ไม่ได้เรียบมาก เดินไปได้ครู่หนึ่ง จางจ้าวฉือก็รู้สึกว่าร่างกายหนักอยู่เล็กน้อย ท้องก็เคลื่อนไปด้านล่าง นางใช้มือลูบไปมาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “เด็กน้อย เจ้าอย่ารีบร้อนสิ พวกเรายังไม่ถึงที่หมายเลย แต่ว่าก็ใกล้แล้ว เจ้าอดทนอีกหน่อยนะ”

        แม่นมลู่อยู่ข้างกายของจางจ้าวฉือตลอด เห็นการกระทำของจางจ้าวฉือก็รีบถาม “เป็นอย่างไรบ้าง?”

        จางจ้าวฉือเอ่ยตอบ “ข้ารู้สึกว่าท้องมันเคลื่อนไปด้านล่างหนักมาก คาดว่าใกล้จะคลอดแล้วเจ้าค่ะ”

        แม่นมลู่ฟังแล้วก็ร้อนใจมาก “แบบนี้จะพูดว่าดีได้อย่างไรกัน ด้านหน้ายังมีทางอีกสิบกว่าลี้ พวกเราไม่สามารถทำการคลอดบุตรข้างทางได้นะ”

        บนใบหน้าของจางจ้าวฉือเต็มไปด้วยเหงื่อ นางกัดฟันแน่นพลางกล่าว “แม่นม ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ข้าจะอดทนอีกหน่อย พวกเรารับเดินไปข้างหน้ากันเถิด”

        แม่นมลู่เอ่ยตอบ “เดินอันใดกันเล่า? เจ้าเองก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยคลอดลูกมาก่อน ยิ่งเดินเด็กก็จะยิ่งมาไวขึ้น เหยียนเซี่ย เหยียนเซี่ย เจ้ามานี่ รีบมาเร็วเข้า”

        หลี่เหยียนเซี่ยที่เดินอยู่ด้านหน้าได้ยินก็รีบวิ่งมาหา แม่นมลู่รีบเอ่ยสั่ง “เจ้าเอาของให้คนอื่น เจ้ามาอุ้มฮูหยินของพวกเราไปหน่อย”

        หลี่เหยียนเซี่ยฟังแล้วก็รีบเอาของบนหลังของตนเองให้กับคนด้านข้าง ก่อนที่นางจะอุ้มจางจ้าวฉือขึ้น เดินไปได้ไม่กี่ก้าวจางจ้าวฉือก็เอ่ยขึ้นว่า “แม่นมลู่เจ้าคะ เคลื่อนไปด้านล่างหนักขึ้นแล้ว ไม่ไหวแล้วจริงๆ คลอดข้างทางก็ข้างทางเถิดเจ้าค่ะ”

        แม่นมลู่ร้อนใจจนเหงื่อแตกไปทั้งตัว ไม่ไกลออกไปนางเห็นทหารที่ตนเองรู้จักแต่เรียกชื่อไม่ถูก คงจะเคยตามหม่าหมิงมาหาสวี่ตี้ที่เรือนมาก่อน นางจึงเข้าไปจูงมือเขามา “น้องชาย ฮูหยินของพวกเราจะคลอดลูกแล้ว ตรงใกล้ๆ นี้มีที่พักอะไรหรือไม่?”

        เหอเอ้อร์โก่วที่ถูกแม่นมลู่ลากมา เขาได้ยินคำพูดของแม่นมลู่ก็มองไปรอบๆ “เรียนท่านแม่นม ใกล้ๆ นี้มีศูนย์บัญชาการของพวกเราอยู่ขอรับ อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนัก ข้าพาพวกท่านไปที่นั่นนะขอรับ?”

        แม่นมลู่ตอบได้แข็งขัน แล้วหันไปพูดกับชิงเหมี่ยวชิงซุย “พวกเจ้าสองคนพาคุณหนูเก้ากับพวกที่เหลือไปกันต่อ อย่าเดินแยกจากคนในจวนของพวกเราเด็ดขาด ข้าทิ้งคนสองคนให้กับพวกเจ้า พวกเขาจะปกป้องพวกเจ้า ถึงด่านเยี่ยนเหมินก็ฟังคำสั่งของคนของซื่อจื่อ เขาสั่งให้พวกเจ้าไปพักที่ไหนก็พักที่นั่น ที่อยู่ไม่ดีไม่ต้องไปคิดมาก จะต้องปกป้องคุณหนูเก้าให้ดี รู้หรือไม่?”

        ชิงเหมี่ยวรับคำ สวี่จือฟังคำสั่งของแม่นมลู่ก็เอ่ยปากถาม “แม่นม ท่านแม่เป็นอะไรหรือเจ้าคะ?”

        แม่นมลู่เอ่ยตอบ “คุณหนูเก้า เจ้าไปด่านเยี่ยนเหมินกับพวกเขา ถึงแล้วจะมีคนจัดที่ทางให้พวกเจ้า ท่านแม่ของเจ้าจะคลอดน้องชายแล้ว เจ้าช่วยอะไรไม่ได้ ฟังคำของข้า ตามชิงเหมี่ยวชิงซุยไปทางนั้น ไปพักก่อน เช่นนี้ในใจของแม่เจ้าก็มีเรื่องให้ห่วงน้อยลง”

        สวี่จือพยักหน้าเข้าใจ “แม่นม ข้าเข้าใจความหมายของท่านเจ้าค่ะ” พูดจบก็วิ่งไปข้างกายของจางจ้าวฉือ “ท่านแม่ ท่านกับน้องชายจะต้องปลอดภัยนะเจ้าคะ ข้าจะไม่สร้างความวุ่นวายให้ท่าน ข้าจะไปรอพวกท่านที่ด่านเยี่ยนเหมินนะเจ้าคะ”

        จางจ้าวฉือลูบหน้าสวี่จือ “เด็กดี แม่ขอบคุณเจ้านะ ลูกต้องระวังความปลอดภัยนะ ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้นจะต้องรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ให้ดี ขอแค่มีชีวิตอยู่ก็มีความหวัง จำคำแม่ไว้นะ”

        สวี่จือพยักหน้า แม่นมลู่มองคนข้างกายตนเองสองคนไปอยู่ตรงหน้าของชิงเหมี่ยวกับชิงซุย หลังจากออกคำสั่งง่ายๆ จากนั้นก็พาหลี่เหยียนเซี่ย แล้วก็อีกสามคนตามหลังเหอเอ้อร์โก่วไปยังศูนย์บัญชาการใกล้ๆ บนภูเขา

        เพราะว่าที่นี่เป็นศูนย์บัญชาการ จึงเลือกสถานที่ที่อยู่ใกล้กับน้ำ อีกทั้งไม่เพียงจะใช้ไม้มาทำเป็นบ้านเล็กๆ เรียบง่าย ยังมีหม้อ เตาไฟที่สร้างเอาไว้ง่ายๆ อยู่ด้วย ปกติแล้วที่นี่จะให้คนที่มาฝึกซ้อมในภูเขาพักอาศัย ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสงคราม พวกทหารต่างไปเฝ้าด่านหรือช่วยเฝ้าเมืองเหอซี ที่นี่จึงไม่มีผู้ใดอยู่

        เหอเอ้อร์โก่วเมื่อพาคนมาถึงที่นี่ก็เอ่ยกับแม่นมลู่ “แม่นมขอรับ น้ำในโอ่งเป็นน้ำที่วันก่อนพวกเราตักกลับมา ปกติแล้วไม่มีผู้ใดใช้เท่าไหร่ พวกท่านใช้ได้อย่างวางใจ คำสั่งของนายหนักแน่นดั่งขุนเขาของเหล่าทหาร ข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานนักขอรับ”

        แม่นมลู่รีบขอบคุณ “เจ้าช่วยพาพวกเรามาที่นี่ก็ขอบคุณมากแล้ว เจ้าไปทำงานของเจ้าเถิด”

        หลังจากเหอเอ้อร์โก่วจากไปแล้ว แม่นมลู่ก็รีบไปหาผ้านวม องครักษ์ทั้งสามคนได้ปูหญ้าแห้งหนาๆ บนพื้นชั้นหนึ่งแล้ว แม่นมลู่นำผ้านวมวางไว้ด้านบน สั่งให้หลี่เหยียนเซี่ยไปต้มน้ำร้อนที่เตา องครักษ์ทั้งสามคนก็ไปลาดตระเวนใกล้ๆ

        จางจ้าวฉือนอนอยู่บนผ้านวม อยู่ในความดูแลของแม่นมลู่ตลอดเวลา “เห็นหัวเด็กแล้ว มีข้าอยู่เจ้าอย่ากลัว”

        จางจ้าวฉือใบหน้าขาวซีด ทั้งตัวเต็มไปด้วยเหงื่อไคล หอบหายใจหนัก “แม่นม ข้าคลอดมาสองคนแล้ว ทั้งยังเป็นหมอ อีกทั้งก็ยังมีท่านอยู่ ข้าไม่มีอันใดให้กลัวเจ้าค่ะ ข้าตรวจสอบด้วยตนเองแล้ว ตำแหน่งเด็กตรงแล้วเจ้าค่ะ”

        แม่นมลู่ลูบท้องของจางจ้าวฉือ “ข้าตรวจให้ อีกเดี๋ยวให้เจ้าออกแรงเบ่งคุณชายน้อยออกมา จะต้องเป็นเด็กที่ดื้อแน่ๆ ถึงได้เลือกเกิดในเวลานี้ ในภายภาคหน้าจะต้องเป็นคนที่ไม่กล้าฟ้าดินเป็นแน่”

        จางจ้าวฉือหัวเราะแล้วเอ่ย “พวกเราอย่าเลี้ยงลูกลิงจอมซนออกมาเลยเจ้าค่ะ ซุกซนเกินไปดูแลยาก”

        จางจ้าวฉือรู้ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาคลอด จึงต้องเบนความสนใจของตนเอง ไม่เช่นนั้นความสนใจไปอยู่ที่เด็กที่กำลังจะคลอดคงจะรู้สึกว่าเวลามันช่างทรมานเกินไป ความกดดันในใจก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

        หลี่เหยียนเซี่ยต้มน้ำร้อนเสร็จแล้ว แม่นมลู่ส่งกรรไกรตัดสายสะดือให้นาง ให้นางเอาไปต้มเสียก่อน แล้วจึงตรวจอีกรอบ “พวกเรามาเริ่มเบ่งกันเถิด”

        จางจ้าวฉือใช้สองมือจับผ้านวมใต้ร่างแน่น แล้วทำตามจังหวะของแม่นมลู่ หายใจเข้าหายใจออก จากนั้นก็เบ่ง ความเจ็บปวดทำให้จางจ้าวฉือเหมือนใบไม้บนเรือลำน้อยที่โยกคลอนไปมาบนท้องทะเล จะดิ้นรนอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุด จางจ้าวฉือยุ่งมาตลอดช่วงสาย เดิมทีร่างกายก็เหนื่อยล้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งยังเดินเท้าเป็นสิบลี้ ตอนนี้ก็ยังต้องมาใช้แรงเบ่งลูกอีก นางจึงค่อยๆ อ่อนแรงลง

        แม่นมลู่เห็นว่าจางจ้าวฉือเริ่มที่จะสติเลือนราง ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา จึงเอาปิ่นบนหัวจิ้มลงไป ปลายปิ่นแทงเข้าไปที่ปลายนิ้วของจางจ้าวฉือ จนมีเลือดไหลซึมออกมาหนึ่งหยดใหญ่ สมองของจางจ้าวฉือถึงได้สติกลับมาอีกครั้ง

        แม่นมลู่เอ่ยปลอบ “ฮูหยิน ข้ารู้ว่าเจ้าเหนื่อยมาก แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาพัก เจ้ายังมีลูกในท้องอยู่นะ พวกเราอดทนอีกหน่อยก็จะเสร็จแล้ว”

        จางจ้าวฉือรู้ว่าตนเองตอนนี้จำเป็นต้องมีสติ จึงพูดกับแม่นมลู่อย่างอ่อนแรงว่า “วิธีเมื่อครู่ของท่านไม่เลวเลย หากข้าจะนอนอีกท่านก็ทำต่อไปนะเจ้าคะ”

        แม่นมลู่น้ำตาคลอ “มา พวกเรามาเบ่งกันต่อ”

        จางจ้าวฉือไม่รู้ว่าถูกแม่นมลู่แทงไปกี่ครั้ง รอจนกระทั่งรู้สึกว่าด้านล่างโล่งเบา ท้องเองก็ไม่ได้เกร็งขนาดนั้นแล้ว โสตประสาทได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็ก นางก็หมดสติไป

        แม่นมลู่ส่งเด็กให้หลี่เหยียนเซี่ย ให้นางเอาเด็กไปทำความสะอาดแบบง่ายๆ แล้วรีบมาดูแลจางจ้าวฉือ ถึงแม้เด็กจะคลอดออกมาแล้ว แต่ว่ารกยังมิได้เอาออกมา

        จึงช่วยลูบท้องให้จางจ้าวฉือที่สลบไปแล้วเพื่อเอารกเด็กออกมา แม่นมลู่ร้อนใจจนเหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัว สุดท้ายก็นำรกออกมาได้สำเร็จ

        แม่นมลู่รู้สึกอ่อนล้าไปทั้งตัว พูดกับหลี่เหยียนเซี่ยว่า “แม่นางหลี่ เจ้าพาคุณชายน้อยไปที่ด่านเยี่ยนเหมินก่อน พวกเราจะรีบตามไปทีหลัง”

        หลี่เหยียนเซี่ยได้ยินเช่นนั้นแล้วก็ตกใจ “แม่นม เหตุใดกันเจ้าคะ?”

        แม่นมลู่มองท้องฟ้าที่มืดลงแล้วก่อนจะเอ่ย “ที่นี่ใกล้กับเหอซีมาก พวกเราอยู่ที่นี่ทั้งหมดจะไม่ปลอดภัย เจ้าพาคุณชายน้อยไปที่ด่านเยี่ยนเหมินแล้วไปหาพวกชิงเหมี่ยว ดูแลคุณชายน้อยให้ดี ข้ารอฮูหยินตื่นขึ้นมาก็จะพาไปรวมตัวกับพวกเจ้า”

        หลี่เหยียนเซี่ยพยักหน้ารับ “แม่นม ท่านโปรดวางใจ ข้าจะต้องพาคุณชายไปทางนั้นอย่างปลอดภัย พวกท่านเองก็ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ”

        ส่งหลี่เหยียนเซี่ยไปแล้ว แม่นมลู่ก็เรียกองครักทั้งสามคนมา “ข้ารู้ว่าพวกเจ้ามาที่นี่ไม่ใช่แค่ปกป้องข้า จะต้องปกป้องครอบครัวของใต้เท้าสวี่ ตอนนี้ฮูหยินเพิ่งจะคลอดลูกเสร็จ อีกเดี๋ยวจะตื่นขึ้นมา พวกเจ้าออกมาแบกฮูหยินพาไปที่ด่านเยี่ยนเหมินคนหนึ่ง อย่างอื่นไม่ต้องไปสนใจ จากนั้นพวกเจ้าสองคนที่เหลือก็เดินทางไปทางเหนือกับข้าต่อ พวกเราไม่สามารถเดินทางไปในทางเดียวกันได้ แบบนั้นอันตรายเกินไป”

        องครักษ์ทั้งสามคนเมื่อครู่เห็นแล้ว หลังจากคนของเป่ยตี้ออกมาจากประตูตะวันตก ไม่เพียงจะตามไล่ฆ่าตลอดทาง ยังมีคนมาตรวจแถวชายป่า ประชาชนที่วิ่งช้าก็ถูกคนของเป่ยตี้ฆ่าทิ้ง อีกทั้งก็ไม่รู้ว่าคนเป่ยตี้จะรู้หรือไม่ว่าฮูหยินสวี่นั้นใกล้จะคลอดบุตรแล้ว ถึงได้มีกลุ่มคนเป่ยตี้จุดไฟเดินมุ่งตรงมาทางนี้

        ทั้งสามคนรับคำสั่ง แม่นมลู่เห็นไฟที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ ก็กัดฟัน แล้วใส่ชุดให้จางจ้าวฉือ จากนั้นห่มผ้ากันลมหนาวหนาๆ ให้นางก่อนจะส่งให้กับองครักษ์ผู้หนึ่งที่ถนัดในการวิ่งที่สุด ส่วนตนเองก็สวมผ้ากันลมสีแดงของจางจ้าวฉือ แล้วออกเดินทางไปทางเหนือภายใต้การคุ้มครองขององครักษ์อีกสองคน

         

Author Jinovel