มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 36 บทที่ 1061 อัญเชิญจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

       พวกหลงอวี้รีบนับจำนวนกระดูกอย่างรวดเร็วทันที พบว่าเงาร่างอันมืดมนชั่วร้ายหกสายที่ปรากฏตัวขึ้นนั้น มันไม่ใช่ทั้งนักรบกระดูกสามัญที่มีกระดูกหนึ่งร้อยสามท่อน และก็ไม่ใช่ตระกูลราชันเผ่ากระดูกที่มีกระดูกสี่ร้อยหกสิบท่อนเช่นกัน แต่แน่นอนว่าไม่มีทางเป็นราชวงศ์เผ่ากระดูกที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าอยู่แล้ว

       เผ่ากระดูกหกตัวนั้น แต่ละตัวล้วนมีจำนวนกระดูกแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันทั้งหมดคือ พวกมันล้วนมีจำนวนกระดูกเกินหนึ่งร้อยสามท่อน มากสุดคือหนึ่งร้อยยี่สิบท่อน

       ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย เอาเป็นว่าแม้แต่ในหนังสือประวัติศาสตร์ของเผ่าอสูรก็ยังไม่มีบันทึกไว้

        “แย่แล้ว สถานการณ์ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีซะแล้วสิ”

       ซื่อชิงเฟิงมีสีหน้าตึงเครียดลงทันที

        “คงเป็นเพราะเวลาผ่านไปนานเกินไป เผ่ากระดูกพวกนี้เลยเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น ไม่ได้เป็นเผ่ากระดูกแบบเดียวกับที่ถูกเผ่ามนุษย์และเผ่าอสูรร่วมมือกันกำจัดทิ้งในอดีตแล้ว”

       หลงอวี้เอ่ยพูดเสียงเครียด 

        “ไม่ว่าอย่างไร ตอนนี้เรารีบหนีก่อนเถอะ ที่นี่เป็นถิ่นของพวกมัน หากเสียเวลาที่นี่มากเกินไป มันย่อมไม่เป็นผลดีต่อพวกเราแน่”

        “ข้าเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน”

       ซื่อชิงเฟิงพยักหน้ารับ

       เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีจำนวนมากแค่ไหนกันแน่ การต่อสู้กับพวกมันที่นี่ย่อมไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดแน่นอน ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการหลบหนีออกจากที่นี่ไปก่อน

       แต่ลูกหลานแห่งเผ่ากระดูกหกตัวตรงหน้านี้ ต่อให้พวกหลงอวี้ร่วมมือกันทั้งหมดก็รับมือยากอยู่ดี เพราะอีกฝ่ายนั้นเป็นจอมจักรพรรดิสามดาวสี่ตัวกับจอมจักรพรรดิสองดาวสองตัว กำลังรบโดยรวมสูงกว่าศักดิ์สิทธิ์นักรบอสูรเกล็ดดำห้าตัวก่อนหน้านี้เสียอีก

       แต่ในตอนที่พวกซื่อชิงเฟิงหันหลังกลับไปเตรียมจะหลบหนีนั่นเอง เผ่ากระดูกหกตัวนั้นก็ร่วมมือกันทำลายภาพโซ่เทวะโลหิตมังกรของหลงอวี้ทิ้งได้พอดี

       ต่อจากนั้น พวกหลงอวี้ยังไม่ทันได้หลบหนีออกไป ลูกหลานเผ่ากระดูกหกตัวนั้นก็ได้พุ่งเข้ามาโจมตีใส่ด้วยความเร็วสูงสุดขีดจากหลายทิศทาง ปิดล้อมผู้คนทั้งหมดไว้ทันที

        “หนีไม่ได้แล้ว”

       ยั่วไฉ่เมิ่งส่งเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกเล็กน้อย

       ตอนนี้พวกเขาอยู่ภายในโบราณสถานดึกดำบรรพ์ ย่อมไม่สามารถใช้งานกระสวยมิติแบบก่อนหน้านี้ได้อยู่แล้ว เพราะการเร่งเร้าให้กระสวยมิติทำงานมันก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน แถมภายในโบราณสถานแห่งนี้ ด้านหน้าก็ไม่ใช่อวกาศอันว่างเปล่าด้วย ใครจะไปรู้ว่าจุดที่ปรากฏตัวขึ้นมันจะยังมีอันตรายอะไรอื่นรออยู่อีกหรือเปล่า

       แทนที่จะเผชิญหน้ากับอันตรายที่ไม่รู้ว่าคืออะไร ไม่สู้เผชิญหน้ากับเผ่ากระดูกเหล่านี้แล้วรีบกำจัดทิ้งไปเลยยังจะดีกว่า

        “ในเมื่อหนีไม่ได้ อย่างนั้นก็สู้เถอะ”

       หลงอวี้ไม่เสียเวลาคิด ดวงตาพลันมีจิตสังหารสว่างวาบ เขาเป็นผู้ที่เปลี่ยนความคิดได้เด็ดขาดชัดเจนมากที่สุดคนหนึ่ง เหล่าเผ่าอสูรทั้งหลายที่ร่วมทางมาด้วยรวมถึงซื่อชิงเฟิงต่างก็ยังตั้งสติจากการถูกปิดล้อมอย่างกะทันหันไม่ได้เลย

       เพราะเผ่ากระดูกหกตัวนั้นได้แยกกันมาปิดล้อมไว้จากทุกทิศทาง หากพวกเขาคิดจะหลบหนีละก็ ด้านหลังพวกเขาจะต้องเปิดโล่งให้พวกเผ่ากระดูกโจมตีได้ง่ายๆ แน่ ไม่มีทางหนีรอดไปได้อย่างเด็ดขาด

       แต่หากเลือกปะทะกับอีกฝ่ายละก็ มันจะเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับหลงอวี้เลย

       เพราะอีกฝ่ายตอนนี้ล้วนแยกย้ายกันอยู่คนละทิศทางแล้ว

       ตัวที่อยู่ใกล้หลงอวี้ที่สุด เป็นเผ่ากระดูกระดับจอมจักรพรรดิสามดาวหนึ่งตัว หลงอวี้จึงเพ่งเป้าไปที่เจ้าหมอนี่ กระดูกทั่วทั้งร่างของมันมีอยู่หนึ่งร้อยสิบแปดท่อน มันเรียงตัวกันกลายเป็นรูปร่างที่แปลกประหลาดพิสดารชนิดหนึ่ง แผ่กลิ่นอายลี้ลับพิสดารและมืดมนชั่วร้าย โถมเข้าโจมตีใส่หลงอวี้ทันที

       เพราะเมื่อครู่นี้หลงอวี้สามารถกักขังเผ่ากระดูกทั้งหกตัวไว้ได้ด้วยตัวคนเดียว ทำให้หลงอวี้ตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของอีกฝ่ายไปทันที แถมอีกฝ่ายยังมั่นใจในตัวเองอย่างมาก ส่งระดับจอมจักรพรรดิสามดาวเพียงตัวเดียวมาล่าสังหารหลงอวี้

       อีกฝ่ายกุมความได้เปรียบจากการเป็นฝ่ายโจมตีก่อน พุ่งเข้าประชิดตัวหลงอวี้ในพริบตา

       กระดูกหนึ่งร้อยสิบแปดท่อนบนร่างกายของเผ่ากระดูกตัวนั้นได้เปลี่ยนรูปแบบการเรียงตัวไป เพียงพริบตาเดียวก็ก่อตัวเป็นเขตอาคมที่ค่อนข้างลึกล้ำพิสดารแต่ก็มืดมนชั่วร้ายวงหนึ่ง

       จากนั้นก็ได้มีพลังอักขระเทวะคุณสมบัติเงามืดอันทรงพลังสายหนึ่งรวมตัวกันภายในเขตอาคมกระดูกอันมืดมนน่าสะพรึงวงนี้ พลังอักขระเทวะสายนั้นได้อัดแน่นกลายเป็นลำแสงสายหนึ่งพุ่งทะลวงความว่างเปล่าออกมายิงใส่หลงอวี้อย่างรุนแรง

        ‘ชั้นชั้นสูงเผ่ากระดูก สามารถใช้กระดูกของตัวเองมาสร้างเป็นเขตอาคมเพื่อใช้งานพลังงานอักขระเทวะได้ ช่างมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครจริงๆ’

       หลงอวี้คิดในใจ ไม่กล้าประมาทเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาไม่เคยพบเห็นวิธีการต่อสู้แบบนี้มาก่อนเลย แตกต่างจากการใช้ศาสตร์แห่งโซ่เทวะและอาคมเทวะของเผ่ามนุษย์และเผ่าอสูรอย่างสิ้นเชิง

        “ดาวมืดตั้วลั่ว”

       หลงอวี้พึ่งพาวิชาควบคุมสมดุลในการวิเคราะห์จุดอ่อนของลำแสงที่อีกฝ่ายยิงออกมา จากนั้นก็สร้างดาวมืดตั้วลั่วมากมายนับไม่ถ้วนออกไประเบิดใส่ลำแสงสายนั้น

       ตูม ตูม ตูม

       เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นในอวกาศอย่างต่อเนื่อง หลงอวี้ใช้วิชาดาวมืดตั้วลั่วต้านรับการโจมตีของอีกฝ่ายได้สำเร็จ

       แต่วินาทีต่อมานั่นเอง หลงอวี้ก็รู้สึกได้ว่ากระดูกทั่วร่างของอีกฝ่ายมันได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างไปอีกครั้ง ได้มีพลังอักขระเทวะจิตใจคุณสมบัติเงามืดชนิดหนึ่งเล่นงานหลงอวี้อย่างไร้ร่องรอย ทำให้หลงอวี้รู้สึกง่วงเหงาหาวนอนขึ้นมา

       ยังดีที่หลงอวี้ฝึกศาสตร์ลับกายาโลกวิสุทธิ์ไว้ถึงขั้นที่สี่แล้ว พลังของศาสตร์ลับวิชานี้พลันทำงานขึ้นมาทันที สลายพลังอักขระเทวะจิตใจนั่นทิ้งไปอย่างไร้ร่องรอย

        “หัตถ์เก้าปรภพ”

       หลงอวี้ฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายกำลังตื่นตกใจ ปล่อยทักษะพันธนาการที่ทรงพลังที่สุดออกไปทันที อิทธิฤทธิ์วิถีจักรพรรดิหัตถ์เก้าปรภพ กระดูกแขนสีขาวข้างหนึ่งได้ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าแล้วพุ่งออกไปคว้าจับเผ่ากระดูกตัวนั้นทันที

        “กัดกร่อน”

       พลังอักขระเทวะเก้าปรภพได้หลั่งไหลเข้าไปในกระดูกทั่วร่างของอีกฝ่าย แต่หลงอวี้กลับรู้สึกได้ว่าฤทธิ์ในการกัดกร่อนของพลังอักขระเทวะเก้าปรภพเหมือนจะทำอะไรอีกฝ่ายไม่ค่อยได้

       เหมือนว่าเผ่ากระดูกพวกนี้มีภูมิต้านทานต่ออักขระเทวะคุณสมบัติเงามืดโดยธรรมชาติ ทำให้หัตถ์เก้าปรภพของหลงอวี้ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ค่อยได้

        “ฟู่ๆ”

       เผ่ากระดูกตัวนั้นได้ส่งเสียงราวกับอสรพิษร้ายออกมาทันที กระดูกทั่วร่างพลันรวมตัวกันกลายเป็นเขตอาคมที่มีพลังป้องกันแข็งแกร่งสุดขีดวงหนึ่ง สามารถต้านรับหัตถ์เก้าปรภพของหลงอวี้ไว้ได้เลยทีเดียว

        “สะบั้นมิติพิฆาต”

       วารีศักดิ์สิทธิ์สะบั้นมิติสีน้ำเงินอ่อนบนสองมือของหลงอวี้พลันก่อตัวเป็นคมมีดสองเล่มในพริบตา จากนั้นก็ไปปรากฏตัวตรงใจกลางกระดูกของเผ่ากระดูกที่รวมตัวกันอยู่ในพริบตา

       พลังทำลายอันรุนแรงของอักขระเทวะสะบั้นมิติได้ผ่าสะบั้นกระดูกสองท่อนของเผ่ากระดูกตัวนั้นจนขาดในพริบตา ทำให้เผ่ากระดูกนั่นได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่บาดแผลแค่นั้นกลับไม่เป็นปัญหาอะไรสำหรับมันเลย

        ‘กระดูกพวกนี้แข็งขนาดนี้เลยหรือเนี่ย’

       หลงอวี้ตะลึงงัน รีบเก็บวารีศักดิ์สิทธิ์สะบั้นมิติกลับมาอยู่บนแขนทั้งสองข้างของตัวเองทันที นี่คือส่วนที่ร้ายกาจที่สุดของวารีศักดิ์สิทธิ์สะบั้นมิติ ไปมาไร้ร่องรอย เพียงพริบตาเดียวก็สามารถโจมตีถึงตัวศัตรูได้ แต่อานุภาพในการโจมตีของมันตอนนี้กลับดูจะยังอ่อนเกินไปหน่อย

       แม้ว่าวารีศักดิ์สิทธิ์สะบั้นมิติจะเป็นยุทธภัณฑ์ระดับอนันต์ แต่เพราะระดับความเข้ากันได้กับอักขระเทวะคุณสมบัติมิติของหลงอวี้ยังอยู่แค่ระดับหก ทำให้อานุภาพของวิชาสะบั้นมิติพิฆาตของเขามันยังไม่รุนแรงมากนัก

       ที่ก่อนหน้านี้สามารถสังหารศัตรูในพริบตาเดียว เป็นเพราะเขายังอยู่ในโลกเทพยุทธ์ก็เท่านั้น ผู้ฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่ล้วนไม่ให้ความสำคัญกับการฝึกฝนกายเนื้อ วิชาสะบั้นมิติพิฆาตจึงสามารถโจมตีเข้าไปข้างในร่างกายศัตรูและสร้างผลลัพธ์อันน่าตะลึงได้

        “เกรงว่าคงกำจัดมันทิ้งไม่ได้ในเวลาสั้นๆ แน่…”

       หลงอวี้ฉวยโอกาสในพริบตาที่หัตถ์เก้าปรภพยังพันธนาการอีกฝ่ายได้ รีบตรวจสอบดูสถานการณ์โดยรอบทันที ซึ่งก็ทำให้เขาได้พบเรื่องที่คาดไม่ถึง

       นั่นก็คืออสูรฝึกยุทธ์ของเผ่าอสูรมัจฉาทองคำเองก็ต่อกรกับเผ่ากระดูกได้ยากมากเหมือนกับเขา แต่เผ่าอสูรปีกขาวนั้นไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะซื่อชิงเฟิงนั้น ทั่วร่างได้มีพลังอักขระเทวะแสงศักดิ์สิทธิ์ถูกรวมไว้ ปลดปล่อยประกายแสงอันศักดิ์สิทธิ์และสว่างเรืองรองออกมา ถึงกับสะกดเผ่ากระดูกระดับจอมจักรพรรดิสามดาวตัวหนึ่งไว้ได้อย่างสมบูรณ์

       จะเห็นได้ว่าซื่อชิงเฟิงนั้นต่อกรกับพวกเผ่ากระดูกได้ง่ายกว่าหลงอวี้หลายเท่า

        ‘อักขระเทวะคุณสมบัติแสงสว่างใช้ต่อกรกับเผ่ากระดูกได้ผลดีเป็นพิเศษเลย’

       หลงอวี้มองออกทันที และในจังหวะนั้นเอง ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นอายของซื่อชิงเฟิงเล็กน้อย เพราะว่าพลังอักขระเทวะที่อีกฝ่ายใช้งานมันเหมือนกับของคนคนหนึ่งในโลกเทพยุทธ์มาก นั่นคือ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

       จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เป็นคนที่พูดน้อยมากมาโดยตลอด และไม่ค่อยพบเจอผู้คน ทั้งยังไม่ค่อยลงมือต่อสู้ด้วย แต่ช่วงที่ผ่านมานี้ หลงอวี้ได้เห็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ฝึกฝนอยู่ในเขตแดนคู่ขนานกับบันไดสวรรค์เก้าปรภพ จึงเคยได้สัมผัสกับพลังอักขระเทวะที่นางบรรลุไว้

       พลังอักขระเทวะชนิดนั้น มันคล้ายคลึงกับของที่ซื่อชิงเฟิงใช้งานอยู่เลย

       แถมหลงอวี้ยังได้รู้ด้วยว่า ร่างจริงของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นอสูรฝึกยุทธ์ตนหนึ่ง แต่หลงอวี้ก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่านี้แล้ว รู้เพียงว่ากลิ่นอายของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์นั้นเหมือนกับของซื่อชิงเฟิงอย่างมากเลยจริงๆ

        ‘สถานการณ์ย่ำแย่มาก ดูท่าคงได้เวลาเรียกกำลังเสริมแล้ว’

       หลงอวี้คิดในใจ พลันเร่งเร้าสัญลักษณ์เก้าปรภพ ใช้พลังงานมิติพิเศษภายในภพเก้าปรภพในการส่งจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ออกมา

       ฟึ่บ

       เงาร่างของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ในชุดกระโปรงยาวสีขาวพลันปรากฏตัวขึ้นข้างกายหลงอวี้ นางเองก็เป็นยอดฝีมือระดับจอมจักรพรรดิสามดาวคนหนึ่งเหมือนกัน เมื่อถูกหลงอวี้เรียกตัวออกมาอย่างกะทันหันแล้วก็ตะลึงงันเล็กน้อย

        “ผู้อาวุโสจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างซับซ้อน เอาเป็นว่าพลังของท่านสามารถค่อนข้างชนะทางเผ่ากระดูกพวกนั้น ข้าจึงอยากขอฝากให้ท่านช่วยจัดการเผ่ากระดูกระดับจอมจักรพรรดิสามดาวตัวนี้ให้หน่อย ท่านต้องระวังตัวด้วย และพยายามกำจัดทิ้งให้เร็วที่สุด”

       หลงอวี้กำชับกับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สั้นๆ

       จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นคนของโลกเทพยุทธ์คนแรกที่ถูกพาออกมา ตอนนี้จึงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้เหมือนกัน ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นครั้งแรกที่นางได้ออกมาจากมหาโลกธาตุนอกฟ้า นางกวาดสายตามองดูรอบๆ ซึ่งก็พอจะแยกมิตรศัตรูออกได้คร่าวๆ แล้ว จึงพยักหน้ารับ

        “ได้”

       จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ไม่ลังเล พุ่งทะยานเข้าโจมตีเผ่ากระดูกระดับจอมจักรพรรดิสามดาวที่ถูกหลงอวี้ใช้หัตถ์เก้าปรภพจับไว้ทันที ทั่วร่างได้มีประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ปลดปล่อยออกมาอย่างสว่างเรืองรอง พลังอักขระเทวะคุณสมบัติแสงสว่างได้ถูกรวมไว้ในมือของนาง

       ตอนนี้ เผ่ากระดูกตัวนั้นก็สามารถสลัดหลุดออกจากหัตถ์เก้าปรภพตัวนั้นได้พอดี กระดูกทั่วร่างได้คลายออกอีกครั้ง ก่อตัวเป็นเขตอาคมรูปแบบโจมตีชนิดหนึ่ง

       แต่อยู่ๆ ก็พบว่า เป้าหมายของตัวเองได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่หลงอวี้อีกต่อไป กลายเป็นผู้ที่ถือครองอักขระเทวะคุณสมบัติแสงสว่างไว้คนหนึ่ง

       เรื่องนี้ทำให้เผ่ากระดูกตัวนั้นรู้สึกตื่นกลัวขึ้นมาเล็กน้อย พบว่า จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์มันเพิ่งปรากฏตัวออกมาแน่ๆ เกรงว่าคงจะถูกใครสักคนซ่อนเอาไว้ภายในโลกในใจ ตอนนี้จึงสามารถพาออกมาช่วยได้ทันที

       ภายในโลกในใจนั้นไม่มีพลังฟ้าดินและพลังแห่งการสรรค์สร้าง ผู้ฝึกยุทธ์ไม่สามารถฝึกฝนอะไรได้เลย  ปกติแล้วจึงไม่ค่อยมีใครซ่อนคนไว้ภายในโลกในใจสักเท่าไรนัก

       แต่เผ่ากระดูกมันก็คร้านจะไปคิดอะไรมากมายขนาดนั้น จำเป็นต้องรับมือจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อย่างระมัดระวังถึงขีดสุด เพราะอักขระเทวะคุณสมบัติแสงสว่างนั้นชนะทางมันอย่างมาก แถมจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เองก็เป็นตัวตนระดับจอมจักรพรรดิสามดาวเหมือนกับมันอีก พลังพื้นฐานไม่ได้ด้อยไปกว่ามันเลย

       ความจริงแล้ว ไม่เพียงแต่เผ่ากระดูกตัวนี้เท่านั้นที่ตกใจ คนอื่นๆ ในที่แห่งนี้เองก็ตะลึงงันไปเช่นกัน

       ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าหลงอวี้เพียงยกมือก็สามารถปล่อยยอดฝีมือที่มีอักขระเทวะคุณสมบัติแสงสว่างเช่นนี้ออกมาได้ สามารถสะกดข่มเผ่ากระดูกได้โดยตรง

       โดยเฉพาะพวกคนของเผ่าอสูรปีกขาวเช่นซื่อชิงเฟิงนั้นต่างก็รู้สึกได้ว่า สตรีที่หลงอวี้เรียกออกมาผู้นี้ กลิ่นอายบนตัวนางมีความคล้ายคลึงกับพวกเขาเผ่าอสูรปีกขาวอย่างมาก

Author Glory Forever