มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 4 บทที่ 109 เจียงหมินปรากฏตัว

        บทที่ 109 เจียงหมิ่นปรากฏตัว

        เสียงคำรามของมังกรปีศาจยังคงดังก้องอยู่ในหุบเขา ลั่วถูยังไม่ทันไปถึงก็เห็นแสงเพลิงขนาดใหญ่สว่างขึ้นในภูเขาแล้ว เจ้าสิ่งนั้นคือลูกเพลิงอัสนีแท้ที่ระเบิดออกกลางอากาศ กลายเป็นกลุ่มก้อนเปลวเพลิง ธาตุเพลิงที่โหมกระหน่ำอย่างกับพายุ พ่นออกจากในถ้ำอย่างบ้าคลั่ง สารพัดพลังธาตุในภูเขาปรากฏเป็นเส้นแสงห้าสี เสียงระเบิดรุนแรง เสียงคำรามของมังกรปีศาจผสมปนเปกันไปหมด ชวนให้สั่นสะท้านไปถึงดวงวิญญาณ

         “พวกนั้นคิดจะสังหารมังกรจริงๆ !” ลั่วถูสูดลมหายใจเข้าลึก สถานการณ์เช่นนี้ก็ชัดแล้วว่าเป็นฝีมือของคนกลุ่มนั้น เขาไม่รู้ว่าเหตุใดตอนแรกเริ่มคนพวกนั้นถึงยังไม่ลงมือ แต่รอให้จนมังกรปีศาจชื่อเยี่ยนคลุ้มคลั่งก่อนถึงได้ลงมือ

        ตัวลั่วถูหนีรอดแล้ว เขาได้แต่ไว้อาลัยให้กับบรรดายอดฝีมือแห่งโลกชั้นล่างที่อยู่ในหุบเขา นี่คือสังเวียนของเทพเซียน คนธรรมดาก็รับเคราะห์กันไป ไม่รู้ว่าแม่นางน้อยไป๋หลิงเป็นอย่างไรบ้าง แม่นางน้อยผู้นี้ตอนที่เข้ามาในวิหารเลี่ยหมอเสินช่างเปี่ยมคุณธรรมยิ่งนัก เรียกความประทับใจประทับใจจากเขาได้โข และที่สำคัญคือแม่นางผู้นี้ร่วมมือสังหารสัตว์ประหลาดกับเขาอย่างรู้ใจเป็นอย่างดี ทั้งยังเชี่ยวชาญอาวุธลับมาก แม้จะแย่งแต้มจากสัตว์ประหลาดเก่งมากก็ตามที

         “ตูม…” คลื่นพลังสุดสะพรึงกระแสหนึ่งสาดมาจากทางสะพานขาด ชนจนลั่วถูเกือบเสียหลักล้มไปแล้ว ในพลังความร้อนยังแฝงไว้ซึ่งคลื่นเสียงที่แทงเสียดหูจนเขาตาลาย เพราะมิติภูเขาแห่งนี้ถูกปิดตายเสียงที่น่าสะพรึงจึงดังก้องอยู่แค่ภายใน สะท้อนทับซ้อนกันไปไม่หยุด ราวกับเสียงฟ้าดินคำรามทำเอาหูสั่นจนแทบไม่ได้ยินเสียง

        ลั่วถูเดินต้านคลื่นเสียงอันรุนแรงเพื่อกลับมายังปากถ้ำสะพานขาดอย่างยากลำบาก แต่ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ไม่อยู่แล้ว และเสียงคำรามของมังกรปีศาจชื่อเยี่ยนก็รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก! เขาทำได้เพียงเดินเกาะผนังถ้ำไปอย่างระมัดระวัง ขณะที่ใกล้ถึงปากถ้ำ ในใจของเขาพลันสั่นสะท้าน ทันใดนั้นบังเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น ทว่าร่างกายยังไม่ทันได้ขยับก็ชาไปหมดแล้ว อย่างกับพลังบนร่างถูกดูดออกไปจนหมด ทั้งร่างจึงหยุดอยู่ตรงนั้น

         “บังอาจนัก ถึงกับกล้าลอบกลับมา เป็นมดแมลงแท้ๆ เดิมทีข้าให้โอกาสเจ้าหนีแล้ว จะขยี้เจ้าให้ตายก็ช่างไร้ค่าเกินไป ทว่าตอนนี้เจ้ามันก็แค่มดแมลงรนหาที่ตัวหนึ่ง ข้าควรเติมเต็มความปรารถนาของมันเสีย!” เสียงเยือกเย็นดังขึ้นที่หูของลั่วถู

        ลั่วถูถอนหายใจ ตัวเขาระวังมากแล้ว แต่ด้วยความต่างของพลังทั้งสองฝ่ายที่ห่างชั้นกันมากเกินไป หนึ่งคนอยู่บนฟ้าอีกคนอยู่บนพื้นดิน ถึงเขาจะเปิดตาสวรรค์ได้แล้ว แถมพลังการฟังผ่านวิญญาณก็มี แต่กลับไม่อาจรู้สึกว่าข้างตัวยังมียอดฝีมือปรมาจารย์ผู้หนึ่งอยู่ด้วย เขารู้สึกได้ถึงจิตสังหารของปรมาจารย์ผู้นี้ เยือกเย็นและรุนแรง หลังจากได้เห็นหน้าค่าตาของฝ่ายตรงข้ามเต็มๆ ตา เย็นชาและหล่อเหลา จากที่ลั่วถูดูมานอกจากเจ้าหนุ่มเผ่าวิญญาณที่เข้ามาวิหารเลี่ยหมอเสินพร้อมกับเขาในวันนั้น ดูจะไม่มีใครรูปงามไปกว่าเจ้าคนตรงหน้าเขาแล้ว

         “ยอดฝีมือเผ่าวิญญาณ!” ลั่วถูถอนหายใจ เจียงหมิ่นก็เป็นเผ่าวิญญาณเช่นกัน แต่เขาพบว่าในบรรดาเผ่าวิญญาณที่เขาเคยเจอ นอกจากเจียงหมิ่นผู้น่ารัก นอกนั้นมีแต่พวกชอบทำตัวให้ชาวบ้านเกลียดชังเสียจริงๆ

         “ผู้อาวุโส ก่อนข้าจะตายขอท่านช่วยชี้แนะปัญหาหนึ่งได้หรือไม่ลั่วถูเมื่อเห็นจิตสังหารในดวงตาของคนผู้นี้ ก็ได้แต่ถอนหายใจ เขารู้ว่าไม่อาจเลี่ยงได้แล้ว และไม่จำเป็นต้องร้องขอความเมตตา แต่ในใจของเขายังคงสงสัยมาตลอดว่าคนเหล่านี้มาจากโลกชั้นสูงใช่หรือไม่

         “โฮ่ ข้าให้โอกาสเจ้าครั้งหนึ่ง!” ปรมาจารย์เผ่าวิญญาณผู้นี้มีท่าทีอวดดีมาโดยตลอด แต่เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังจะตายแท้ๆ กลับสงบนิ่งได้เช่นนี้ ทำให้เขาประหลาดใจมากทีเดียว

         “ที่โลกชั้นล่างของพวกข้าคนที่มีพลังระดับนี้มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย แต่แค่พวกเจ้ากลุ่มเดียวกลับมีมากกว่าสิบกว่าคนเข้าไปแล้ว หรือว่าพวกเจ้ามาจากโลกชั้นสูงหรือลั่วถูเอ่ยถามความสงสัยในใจของตัวเองออกไป

         “พวกเจ้าเป็นคนของโลกชั้นล่างหรือปรมาจารย์เผ่าวิญญาณขมวดคิ้วมุ่น มองลั่วถูอย่างกับมองคนโง่อย่างไรอย่างนั้น พลางหัวเราะและกล่าวอย่างดูแคลน “พวกเจ้ามาจากโลกชั้นล่างเรอะ ที่นี่เป็นอาณาจักรว่านหั่วชัดๆ จะเป็นของพวกเจ้าโลกชั้นล่างไปได้อย่างไร ทางเข้าอาณาจักรว่านหั่วมีเพียงทางเดียว นั่นคือที่โลกชั้นสูง!”

         “อา…” ลั่วถูตะลึงจนอ้าปากค้างไปแล้ว เจ้าสิ่งที่เรียกว่าอาณาจักรว่านหั่วมีทางเข้าออกเดียวคือโลกชั้นสูง จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาเข้าอาณาจักรว่านหั่วจากมิติลับเพลิงต้นกำเนิดชัดๆ …

         “เจ้ามาจากโลกชั้นล่างหรือปรมาจารย์เผ่าวิญญาณราวกับเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเห็นลั่วถูก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอได้ยินลั่วถูกล่าวเช่นนี้ กลับนึกไปถึงเรื่องที่บนอีกหน้าผาอีกฟากของสะพานขาดมีศิษย์สงครามตั้งมากมายขนาดนั้น แต่แทบไม่มีระดับปรมาจารย์สักคน เรื่องที่ลั่วถูกล่าวมาจึงเป็นไปได้สูงมาก และดูไม่เหมือนกำลังโกหกเสียด้วย เขาถึงกับตะลึงไปแล้ว ถ้าอาณาจักรว่านหั่วยังมีทางเข้าจากโลกชั้นล่างได้ แล้วเหตุใดเขาถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน ที่นี่เป็นที่ฝึกฝนของโลกชั้นสูงมาโดยตลอด อีกทั้งเวลาเปิดก็ไม่ชัดเจน บางครั้งหลายสิบปีถึงจะเปิดขึ้นสักครั้ง มีบางทีก็สองสามปีครั้ง หรือบางทีก็เกือบร้อยปีถึงจะเปิดสักครั้งก็มี เพราะเหตุนี้ทำให้ทุกครั้งที่อาณาจักรว่านหั่วเปิดออกทำเอาทั้งโลกชั้นสูงตื่นเต้นมาก อัจฉริยะที่ต่ำกว่าระดับขุนพล ล้วนกระหายอยากเข้ามา แน่นอนว่าขอแค่ระดับต่ำกว่าขุนพลก็เข้าได้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นเพียงศิษย์สงครามก็ไม่น่าประหลาดใจเท่าไร แต่พวกระดับศิษย์สงครามส่วนมากมักติดตามยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ของสำนักหรือตระกูลเคลื่อนไหวกันเป็นกลุ่ม ไม่เช่นนั้นก็เสี่ยงเกินไปที่จะอยู่ในอาณาจักรว่านหั่ว ทว่าตอนนี้ดูแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง กลายเป็นว่ากระทั่งศิษย์สงครามจากโลกชั้นล่างก็เข้ามาในอาณาจักรว่านหั่วได้…

         “ใช่แล้ว พวกเราทั้งหมดเข้ามาที่นี่จากทางโลกชั้นล่าง แต่สถานที่ที่พวกเราเข้ามาออกจะพิเศษอยู่สักหน่อย… ” ในใจของลั่วถูมีความคิดแล่นไปมานับไม่ถ้วน บางทีตัวเขาอาจยังไม่ถึงฆาต ในเขาวงกตยังมีวิญญาณเพลิงไร้ลักษณ์ ที่มีเพียงตัวเขาที่สัมผัสถึงมันได้ บางทีนี่อาจเป็นโอกาสพลิกสถานการณ์ก็เป็นได้

         “บอกสิ่งที่เจ้ารู้มาให้หมด!” ปรมาจารย์เผ่าวิญญาณไม่ได้สังหารลั่วถูทันที เป็นอย่างที่ลั่วถูคิด คำพูดของเขาทำให้ฝ่ายตรงข้ามสนใจเข้าแล้ว

         “เดิมทีพวกข้าเพียงฝึกฝนอยู่ในมิติลับเพลิงต้นกำเนิด ต่อมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ศิลาเทพอัคคีก็ปรากฏออกมา ทำให้มีสถานที่ที่เรียกว่าอาณาจักรว่านหั่วเปิดให้เข้าไปฝึกฝนได้ พวกเราถึงได้เข้ามา แต่พวกเราเข้ามาในที่ที่เรียกว่าวิหารเลี่ยหมอเสิน จากนั้นก็เข้ามาในเขาวงกตสีดำ และมาถึงหุบเขาแห่งนี้ ตอนแรกพวกข้าคิดว่าที่นี่คือทางออกของเขาวงกต จึงเสี่ยงข้ามแม่น้ำลาวามา แต่พวกเราไม่รู้ว่าอะไรคืออาณาจักรว่านหั่ว เดิมทีคิดว่าเป็นเพียงสถานที่แห่งหนึ่งของมิติลับเพลิงต้นกำเนิด ดังนั้นพอได้เห็นพวกท่านยอดฝีมือปรากฏตัวขึ้นตั้งมากมายก็แปลกใจมาก เดิมทีข้าหนีไปได้แล้วก็จริง แต่ก็ทนไม่ไหวคิดจะกลับมาสอบถามผู้อาวุโสทุกท่าน แต่ที่ไหนได้ไม่คิดว่าจะทำให้ผู้อาวุโสเข้าใจผิดเสียแล้ว!”

         “ศิลาเทพอัคคีหรือ เจ้าบอกว่าศิลาเทพอัคคีปรากฏตัว จากนั้นพวกเจ้าก็เข้ามาในอาณาจักรว่านหั่วได้อย่างนั้นหรือ

         “มิผิด เป็นศิลาเทพอัคคี!”

         “เจ้าแน่ใจหรือว่านั่นคือศิลาเทพอัคคี ไม่ใช่อย่างอื่น

        ลั่วถูรู้สึกอย่างกับไหล่ของเขาถูกฝ่ายตรงข้ามบีบจนแหลกไปแล้ว จนถึงกับกรีดร้องออกมา ปรมาจารย์เผ่าวิญญาณเหมือนจะได้สติแล้วว่าตนตื่นเต้นเกินไปจึงปล่อยมือจากไหล่ทั้งสองข้างของลั่วถู สูดลมหายใจเข้าพลางกล่าวอย่างเย็นชา “บอกข้ามาศิลาเทพอัคคีอยู่ที่ไหน แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!”

         “ศิลาเทพอัคคีอยู่ในมิติลับเพลิงต้นกำเนิด ข้าน้อยมั่นใจได้ว่าเจ้าสิ่งนั้นคือศิลาเทพอัคคี เพราะหลังจากมันปรากฏตัว มีเสียงเทพกล่าวกับผู้ฝึกตนทุกคนในมิติลับเพลิงต้นกำเนิด แต่มีเพียงคนที่มีรากวิญญาณเพลิงเท่านั้นที่เข้าสู่อาณาจักรว่านหั่วได้ ถ้าไม่เชื่อ ใต้เท้าท่านลองจับศิษย์สงครามมาถามสักคนก็ได้ เมื่อครู่ศิษย์สงครามในภูเขาล้วนเป็นเหมือนข้าทั้งนั้น มาจากมิติลับเพลิงต้นกำเนิด เดิมทีควรมีมากกว่านี้แต่ตายไปในเขาวงกตมากมายนัก คนที่เดินถึงที่นี่ได้คงมีไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนด้วยซ้ำ…”

         “ทำอย่างไรถึงจะกลับไปมิติลับเพลิงต้นกำเนิดได้ดวงตาของปรมาจารย์เผ่าวิญญาณแดงก่ำ ศิลาเทพอัคคีเป็นถึงหนึ่งในแปดศิลาสวรรค์สุดลึกลับในตำนาน ไม่เป็นของมหาอำนาจฝ่ายไหน ถ้ามีคนพบว่าอยู่ที่ไหน ถ้าได้เรียนรู้วิชาเทพที่อยู่ภายใน อนาคตอาจกลายเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์หรือระดับจักรพรรดิก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ เจ้าสิ่งนั้นน่าสนใจยิ่งกว่ามังกรปีศาจชื่อเยี่ยนมากนัก อีกทั้งอย่างน้อยศิลาเทพอัคคีก็ไม่อันตรายนัก ไม่เหมือนมังกรปีศาจชื่อเยี่ยน ที่แม้ถูกขังไว้หลายพันปีหรืออาจนานกว่านั้น แต่พลังอันน่าสะพรึงยังถึงกับทำให้พวกเขาทั้งกลุ่มไม่มั่นใจเอาเสียเลย ถ้าไม่ใช่ว่าได้รับแผนที่ลับมา พวกเขาคงหาสถานที่แห่งนี้ไม่เจอเสียด้วยซ้ำ แต่พวกเขาไม่คิดว่าสถานที่เช่นนี้ กลับเจอมดแมลงอ่อนแอฝูงหนึ่งอยู่ที่นี่ เดิมทีที่พวกเขาไม่ได้สังหารลั่วถู เป็นเพราะเกรงว่าอาจเกิดเรื่องไม่คาดคิดได้ กังวลว่าที่ศิษย์สงครามพวกนี้ปรากฏตัวที่นี่ได้ ต้องมียอดฝีมือของตระกูลที่คอยหนุนหลังอยู่ใกล้ๆ แน่ ศิษย์สงครามมากมายขนาดนี้หากเป็นคนของหลายมหาอำนาจที่ต่างกันไป เช่นนั้นข้างนอกต้องมียอดฝีมืออยู่ไม่น้อยแน่นอน ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาไม่คิดล่วงเกินคนจำนวนมากอยู่แล้ว คิดไม่ถึงว่าเบื้องหลังของเจ้าเด็กนี่จะไม่มียอดฝีมือจากตระกูลไหนทั้งนั้น แต่เป็นคนตัวจ้อยที่มาจากโลกชั้นล่าง โผล่เข้ามาในอาณาจักรว่านหั่วโดยไม่รู้ที่มาที่ไปแบบนี้

         “เรื่องนั้นพวกข้าก็ไม่รู้ ตอนที่เข้ามาก็อยู่ในวิหารเลี่ยหมอเสินแล้ว แต่ที่นั่นไม่มีอะไรสักอย่าง พวกเราเพียงตั้งใจจะหาทางออกไม่ได้ตั้งใจเข้ามาในเขาวงกต คิดว่าหากออกจากเขาวงกตได้จะเป็นการกลับสู่มิติลับเพลิงต้นกำเนิด แต่ตอนนี้ดูท่าพวกข้าจะหาทางกลับไม่เจอแล้วขอรับ!” ลั่วถูกล่าวอย่างอึดอัด เขาไม่กล้าโกหกฝ่ายตรงข้าม เพราะในภูเขาแห่งนี้ยังมีผู้โชคดีรอดชีวิตอีกมาก ถ้าเกิดคนผู้นี้เทียบกับคำให้การของคนอื่นเช่นนั้นเขาต้องตายแน่

         “ในเมื่อกล่าวเช่นนี้ เจ้าก็หมดค่าแล้วปรมาจารย์เผ่าวิญญาณยิ้มเย็น เขามองออกว่าศิษย์สงครามผู้นี้ไม่ได้โกหก ในเมื่อไม่อาจพาเขาไปได้ อีกทั้งไม่ได้มียอดฝีมือในตระกูลในหนุนหลัง เช่นนั้นไว้ชีวิตเจ้านี่ไปก็ไม่มีความหมายอะไร พลันแผ่จิตสังหารออกมาอีกครั้ง

         “ข้า… ข้ายังรู้อีกเรื่องที่ท่านต้องสนใจแน่ๆ ” ลั่วถูอดกล่าวอย่างร้อนรน

         “ของที่ข้าสนใจ ลองว่ามา…”

         “พูดออกก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า!” เสียงของปรมาจารย์เผ่าวิญญาณยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงกังวานเสียงหนึ่งกลับดังขัดขึ้น

         “หมิ่นเอ๋อร์…” ลั่วถูกับเสียงขาดห้วงไปแล้ว เพราะเสียงที่เขาได้ยินเป็นเสียงของเจียงหมิ่น จากนั้นเขาเห็นตรงหัวใจของปรมาจารย์เผ่าวิญญาณผู้นั้นมีกระบี่แหลมแทงทะลุออกมา ส่องประกายและทะลวงเข้าไป โลหิตสดสาดกระเซ็นเต็มหน้าเต็มตัวลั่วถู

Author Glory Forever