มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 4 ตอนที่ 117 เด็กหญิงประหลาด

        ฉินอวี่จ้องไปยังทางน้ำขนาดใหญ่ที่ยาวกว่าสิบจ้างสายหนึ่งที่ปรากฏอยู่บนพื้น เขาสูดลมหายใจเข้าลึก หากขวานนี้ฟันมายังร่างของอันดับหนึ่ง อันดับหนึ่งคงต้องร่วงลงไปเป็นแน่

        อันดับหนึ่งเองก็สะดุ้งด้วยความตกใจ ดวงตาที่ตกตะลึงทั้งสองจ้องตรงไปยังเงาร่างอันเลือนรางที่อยู่ตรงหน้าอย่างสยดสยอง เมื่อพิจารณาจากขวานนี้เพียงสิ่งเดียว ก็จะเห็นได้ว่าพยนต์มรณะตนนี้มีพลังอยู่ในระดับสูงสุดแล้ว

        แกร๊ง แกร๊ง”

        ขณะที่ทั้งสองคนกำลังตกใจอยู่นั้น โซ่เหล็กสีดำขนาดใหญ่ได้ส่งเสียงดังกระแทกโสตประสาทยิ่งนัก หลังจากยืดเหยียดตรงออกไป ขวานนั้นก็อันตรธานหายไปในพลังมรณะอันพร่ามัว

        หนีไป!” ฉินอวี่ส่งเสียงดังขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นอาวุธชนิดนี้เช่นกัน เป็นเพราะพลังมรณะที่วนเวียนอยู่โดยรอบ และมโนจิตที่ไม่สามารถใช้งานได้ เขาจึงทำได้เพียงใช้ตาเปล่ามองหาเส้นทางการโจมตี และความเร็วของขวานเล่มนี้ก็รวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด ราวกับว่ามันเต็มไปด้วยความเกลียดชังอันมหาศาล เพลิงมรณะทะยานออกจากจุดตันเถียน ปกคลุมไปทั่วร่างของฉินอวี่ และพาเขาพุ่งออกไปทางด้านหนึ่ง

        อันดับหนึ่งเองก็รับรู้ถึงความน่ากลัวของการโจมตีในครั้งนี้ เขาจึงไม่กล้าจะเผชิญหน้า ในขณะที่เขาลังเล พื้นที่ตรงนั้นก็ระเบิดออกอย่างทันทีทันใด อันดับหนึ่งเห็นอย่างนั้นก็หมุนตัวกลับไปอีกด้านหนึ่งอย่างรวดเร็ว เพื่อหลบหลีกการโจมตีของขวานและโซ่เหล็ก

        ตูม!” อันดับหนึ่งเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว แต่ความเร็วของขวานนั้นเร็วกว่าเขามากยิ่งนัก ราวกับดาวตกที่พุ่งผ่านพลังมรณะอันมืดมิด และโจมตีเข้ามาอย่างดุเดือด

        เส้นขนทั้งร่างของอันดับหนึ่งลุกตั้งขึ้น และเพิ่มความเร็วขึ้นถึงขีดสุด เพื่อหลบหลีกออกไป เพราะระยะห่างที่ไกลจากกัน ผนวกพื้นที่อันเลือนราง และมโนจิตที่ไม่อาจใช้งานได้ ทำให้เขาไม่อาจปรับตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น เมื่อถูกโจมตีอยู่สองสามหน อันดับหนึ่งก็เริ่มโกรธจัด และตะโกนออกไป “หวังซิงเฉิน เจ้าเบนความสนใจของมันไว้ เดี๋ยวข้าจะบุกเข้าโจมตีมันเอง”

        ยังไม่ทันพูดจบ อันดับหนึ่งกลับต้องตกตะลึง จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าของตายที่พูดถึงกำลังโจมตีตนเองอยู่ ไม่ได้โจมตีหวังซิงเฉิน? ความคิดมากมายนับไม่ถ้วนผุดขึ้นในใจของอันดับหนึ่ง หรือหวังซิงเฉินผู้นี้จะมีวิธีการหลบหลีกพวกของตายเหล่านี้ได้?

        ช้าก่อน หรือจะเป็นเพลิงมรณะ?

        อันดับหนึ่งรู้สึกดีใจ หากเป็นเช่นนี้จริงๆ หวังซิงเฉินผู้นี้ก็คงจะอยู่ในแดนมรณะนี้ได้อย่างไม่มีใครขัดขวางได้ใช่หรือไม่?

        อันดับหนึ่งที่กำลังดีใจอย่างท่วมท้น เมื่อไม่ได้ยินฉินอวี่ตอบกลับ เขาก็หันกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่กลับมองเห็นเพียงเงาร่างของฉินอวี่ที่กำลังเข้าไปในพลังมรณะที่มืดมน และหายไปอย่างรวดเร็ว?

        หนีไปแล้วหรือ?

        อันดับหนึ่งโกรธจัด ตนเองพยายามหลบหลีกและตอบโต้กลับอย่างทุลักทุเล แต่เขากลับหลบหนีไปเช่นนี้หรือ? เมื่อผนวกรวมกับที่ถูกฉินอวี่ขี่อยู่บนศีรษะก่อนหน้านี้ อันดับหนึ่งก็ยิ่งโกรธมากขึ้นกว่าเก่า เขาระเบิดความโกรธออกมาเต็มที่ ทั่วทั้งร่างของเต็มไปด้วยพลังของความดุร้าย และรีบตามไปยังทิศทางที่ฉินอวี่จากออกไป

        แต่ดูเหมือนวานรยุทธ์พยนต์มรณะจะไม่ยอมหยุดหากไม่สามารถสังหารอันดับหนึ่งได้ ขณะที่อันดับหนึ่งกำลังไล่ตามฉินอวี่อยู่นั้น ขวานของพยนต์มรณะก็ผ่าพื้นที่ตรงนั้นทันที โจมตีใส่ช่องอกของอันดับหนึ่งด้วยพลังการทำลายที่แข็งแกร่ง

        เสวียนอู่ป้องสวรรค์!” อันดับหนึ่งขนลุกไปทั้งตัว แสงสว่างสีเหลืองปกคลุมไปทั่วร่างกายของเขา ท่ามกลางแสงสว่างปรากฏเป็นผนึกตราเสวียนอู่

        ตูม ตูม!” พลังของขวานนั้นถาโถมมาดั่งกระแสน้ำป่า กระแทกลงบนเกราะป้องกันของอันดับหนึ่งทันที จนอันดับหนึ่งกระเด็นลอยออกไป

        เป็นพลังที่น่ากลัวยิ่งนัก” อันดับหนึ่งตกตะลึง หากเขาไม่ได้ใช้พลังของสายเลือดเสวียนอู่ การโจมตีครั้งนี้คงจะทะลุร่างของเขาไปแล้วเป็นแน่ หลังจากตกกระแทกพื้นอย่างรุนแรง อันดับหนึ่งก็คำรามขึ้นเบาๆ ก่อนจะมุ่งหน้าวิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามกับวานรยุทธ์

        เมื่อหลีกพ้นรัศมีการโจมตีของขวานยักษ์ได้แล้ว อันดับหนึ่งก็พุ่งเข้ากระแทกพยนต์มรณะกลุ่มหนึ่งจนกระเด็นออกไป หลากจากฝ่าวงล้อมออกมาได้ อันดับหนึ่งก็แปลงร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง พลางมองไปยังทิศทางที่ฉินอวี่จากไป ก่อนจะพึมพำอย่างหงุดหงิด “หนีหรือ? เจ้าจะหนีไปได้สักเท่าไรกัน? ขอแค่เจ้ามีชีวิตรอด เจ้าไม่มีวันหนีมือข้าพ้นแน่นอน!”

        ในเวลานี้ พยนต์มรณะกลุ่มหนึ่งได้พุ่งเข้ามาอย่างดุร้ายอีกครั้ง อันดับหนึ่งมองไปในทิศที่ฉินอวี่จากไปด้วยความหดหู่ ก่อนจะส่งเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนโสตประสาทดังสนั่น เขาแปลงเป็นร่างอสูรอีกครั้ง พลันวิ่งหลีกหนีไปอย่างรวดเร็ว

        เมื่อฉินอวี่ที่กำลังวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งได้ยินเสียงร้องคำรามที่ดังขึ้นมา เขาก็รู้สึกมีความสดชื่นในใจ เมื่อเห็นว่ารอบด้านไม่มีพยนต์มรณะไล่ตามมา ฉินอวี่ก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้น

        เดิมทีฉินอวี่ไม่ได้ตั้งใจจะจากไปเช่นนี้ ในขณะที่เขาหลบหลีกการโจมตีของวานรยุทธ์ในรูปพยนต์มรณะ เขาก็พบว่าพยนต์มรณะระดับต่ำเหล่านี้ไม่ได้สนใจเขา สิ่งนี้ทำให้ฉินอวี่ดีใจอย่างยิ่ง และยิ่งมั่นใจได้ว่าเพลิงมรณะจะช่วยให้เขารอดพ้นจากพยนต์มรณะ

        ในเมื่อสามารถไปได้ ฉินอวี่ไม่มีทางอยู่ต่อไปอย่างแน่นอน อันดับหนึ่งมีพละกำลังที่แข็งแกร่ง และคิดวางแผนใช้งานตนเองมาโดยตลอด เมื่อเขาได้รับเลือดของหยาจื้อมาแล้ว จะต้องเกิดการต่อสู้ที่รุนแรงขึ้นมาแน่นอน

        เมื่อเทียบกับอันดับหนึ่ง ฉินอวี่ก็มีเพียงการเข้าสู่สภาวะของปีศาจคลั่งเท่านั้นที่ทำให้เขามั่นใจว่าสามารถเอาชนะอันดับหนึ่งได้ แต่การเข้าสู่สภาวะปีศาจคลั่ง แม้จะเอาชนะอันดับหนึ่งได้ แต่ตนเองก็จะต้องหมดสติลง ถึงเวลานั้น จะต้องถูกพยนต์มรณะสังหารอย่างแน่นอน ดังนั้น ฉินอวี่จึงเลือกที่จะหนีออกมาอย่างไม่ลังเล

        ฮ่าๆ มีเพลิงมรณะ ข้าก็อยู่ในแดนมรณะได้อย่างปลอดภัยไร้คู่ต่อกร!” ดวงตาของฉินอวี่เปล่งประกาย แม้ว่าแดนมรณะแห่งนี้จะน่ากลัวเพียงใด แต่กลับเป็นสถานที่เสี่ยงโชคอันยิ่งใหญ่ สายเลือดหยาจื้อเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากสามารถครอบครองวิธีการหลอมพยนต์มรณะในตำนานได้ละก็ กำไรที่ได้รับในครั้งนี้ก็นับว่าน่าสะพรึงยิ่งนัก

        ฉินอวี่เลียริมฝีปากตนเอง ก่อนจะกวาดสายตามองไปโดยรอบ และพึมพำกับตนเอง “แต่ไม่รู้ว่าเลือดของหยาจื้ออยู่ที่ใดกัน แม้ว่าตอนนี้จะหลีกพ้นจากพยนต์มรณะแล้ว แต่ก็ไม่อาจประมาทได้!”

        ในตอนนี้ ฉินอวี่รู้สึกได้ว่าเพลิงมรณะที่ปกคลุมร่างกายของเขาเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างอธิบายไม่ได้ ราวกับว่าพลังดูดซับที่มองไม่เห็นกำลังพยายามดูดซับเพลิงมรณะออกไป

        นี่มันอะไรกัน?” ฉินอวี่กวาดสายตาไปโดยรอบ ดูเหมือนเพลิงมรณะจะปะทุขึ้นเป็นระยะ สิ่งนี้ทำให้ฉินอวี่เริ่มระวังมากขึ้น และหวนนึกถึงสถานการณ์อันน่าเวทนาของอันดับยี่สิบห้า ดวงตาของฉินอวี่เริ่มหรี่เล็กลง และกวาดสายตาไปโดยรอบอีกครั้ง ก่อนจะพึมพำขึ้นในใจ “หรือว่า ที่นี่จะมีวิญญาณมรณะ?”

        ไม่น่าเป็นไปได้ คนของหยาจื้อสิบสามฝ่ายที่ตายอยู่ที่นี่ล้วนอยู่ในระดับฝึกฝนทั่วไป ไม่มีทางกลายเป็นวิญญาณมรณะได้อย่างแน่นอน” ฉินอวี่พึมพำกับตนเอง จากนั้น ฉินอวี่ก็เคลื่อนที่เข้าไปยังส่วนลึกของแดนมรณะตามความทรงจำ ที่แห่งนั้น อาจจะมีเลือดของหยาจื้ออยู่!

        ตลอดทางที่ผ่านมา ฉินอวี่พบเจอกับพยนต์มรณะจำนวนไม่น้อย แต่เพราะมีเพลิงมรณะคุ้มกันกาย พยนต์มรณะเหล่านี้ก็เป็นเหมือนเครื่องประดับ และไม่เข้าโจมตีตนเองเลยแม้แต่น้อย

        ด้วยความอยากรู้ ฉินอวี่จึงไปยืนอยู่ตรงหน้าของพยนต์มรณะตัวหนึ่ง พลางเพ่งพิจารณาพยนต์มรณะที่อยู่ตรงหน้าอย่างละเอียด พยนต์มรณะนี้มีความคล้ายกันกับอันดับสาม เพราะมีเขาสองข้างงอกอยู่บนศีรษะ แต่เขาสองข้างถูกตัดออกไปแล้ว ศีรษะก็ถูกผ่าออก ดวงตาเบิกโพลง และยังหลงเหลือร่องรอยความกลัวครั้งยังมีชีวิต

        น่าแปลก ตามหลักแล้วคนที่ตายที่นี่มีระดับสูงสุดที่ชั้นสูงสุดของขั้นกุมารทิพย์ แต่วานรยุทธ์ในร่างพยนต์มรณะนั่นล่ะจะอธิบายอย่างไร? หรือหลังจากได้แปรเปลี่ยนเป็นพยนต์มรณะแล้ว ยังสามารถยกระดับพลังได้อีก?” ฉินอวี่สงสัย พลังของวานรยุทธ์ในร่างพยนต์มรณะตัวนั้นทำให้ฉินอวี่ตกตะลึงเป็นอย่างมาก ซึ่งนั่นคือพลังที่มีอยู่ในขั้นกุมารทิพย์ แม้ว่าตอนมีชีวิตอยู่วานรยุทธ์ตัวนี้จะเคยก้าวถึงระดับการฝึกตนเช่นนี้ แต่เมื่อกลายเป็นพยนต์มรณะส่วนมากแล้วระดับจะต้องลดลง

        น่าเสียดาย คำอธิบายเกี่ยวกับพยนต์มรณะมีอยู่ไม่มากนัก” ฉินอวี่ครุ่นคิดอยู่นานแต่ก็คิดอะไรไม่ออกอยู่ดี จึงได้แต่ปล่อยวางลง เมื่อมองดูพยนต์มรณะที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ฉินอวี่ก็ลองเก็บพลังของเพลิงมรณะ พยนต์มรณะที่ยังคงเคลื่อนไหวช้าๆ อยู่แต่เดิมกลับหันมองฉินอวี่อย่างดุเดือด จากนั้นจึงใช้มือขวาตบออกมาอย่างแข็งแกร่ง

        ฉินอวี่ถอยหลังมาอย่างรวดเร็ว เพลิงมรณะได้กลับมาปกคลุมร่างกายอีกครั้ง หลังจากพลาดจากการโจมตีพยนต์มรณะนั้นก็เริ่มกลับไปเดินอย่างเชื่องช้าอีกครั้ง

        หลังจากพยายามทดสอบดูหลายครั้ง ฉินอวี่ก็มั่นใจได้ว่าเพลิงมรณะสามารถคุ้มกันเขาจากพยนต์มรณะได้ เขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นจึงมองไปยังส่วนลึกของแดนมรณะ พลางพูดในใจ “ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังวิญญาณฟ้าดินและพลังมรณะที่หนาแน่น แม้ว่าจะไม่มีวิธีการดูดซับมันได้ แต่เพลิงมรณะสามารถดูดซับไว้ได้ หากสามารถยกระดับเพลิงมรณะให้มีระดับสูงขึ้นไปได้ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับวานรยุทธ์ในรูปพยนต์มรณะหรือจะเป็นพยนต์มรณะระดับใดก็ตาม ข้าก็สามารถหลบหลีกได้ทั้งสิ้น ในช่วงเวลาอันสั้นนี้ ข้าจำเป็นต้องเข้าสู่ขั้นเทียนชุ่ยชั้นที่สามให้ได้”

        เมื่อคิดถึงจุดนี้ ฉินอวี่ก็ระเบิดเนินเขาเล็กๆ ให้กลายเป็นถ้ำขึ้นมา พลางเข้าไปนั่งทำสมาธิอยู่ภายใน และเริ่มใช้งานวิชาเซียนมรรคาสวรรค์ทันที

        พลังมรณะและพื้นที่ในที่แห่งนี้ถูกผสานเข้ากับพลังวิญญาณฟ้าดินอย่างสมบูรณ์ นอกเหนือจากการดูดซับพลังวิญญาณฟ้าดินแล้ว ฉินอวี่ยังใช้เพลิงมรณะดูดซับพลังมรณะไปอีกเป็นจำนวนมาก

        วิชาเซียนมรรคาสวรรค์มีความทรงพลังอย่างหาสิ่งใดเปรียบได้ยาก ทันทีที่ฉินอวี่เริ่มเปิดใช้วิชา พลังวิญญาณฟ้าดินที่อยู่โดยรอบต่างเริ่มปั่นป่วนขึ้นทันใด แม่น้ำร้อยสายถาโถมดั่งคลื่นทะเลเข้ามายังเนินเขาเล็กๆ ได้ไม่นานนัก ท้องฟ้าเหนือเนินเขาเล็กก็ได้ก่อตัวเป็นวังวนของพลังวิญญาณขนาดใหญ่ที่ขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่อง

        เพลิงมรณะที่ปกคลุมร่างกายของฉินอวี่อยู่แต่เดิมนั้นดูเหมือนจะกำลังโชกไปด้วยน้ำมันที่ร้อนระอุ มันเผาผลาญขึ้นอย่างรุนแรง ท้ายที่สุดก็กลายเป็นเปลวเพลิงที่ลุกโชนขึ้นโหมกระหน่ำไปทั่วทั้งถ้ำ

        ครึ่งเดือนต่อมา

        ฉินอวี่ที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับการยกระดับพลังรู้สึกได้ถึงอันตรายบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ความรู้สึกอันตรายนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนเข็มอันแหลมคม จากนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นมาทันที เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า เขาก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว

        สิ่งที่เขาเห็น คือภาพของเด็กหญิงอายุประมาณเจ็ดแปดขวบ ใบหน้าซีดขาว ผมเผ้ากระเซิง แต่มีใบหน้าที่งดงามกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเขา เด็กหญิงคนนี้ปิดตาอยู่เล็กน้อย ใบหน้าของนางเผยให้เห็นความสนุกสนาน สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่ต้องตกใจอย่างมากคือ เด็กผู้หญิงคนนี้กำลังเปิดปากขึ้นและทำการดูดซับเพลิงมรณะ!

        วิญญาณมรณะ?

        เนื่องจากได้หยุดการใช้งานวิชาเซียนมรรคาสวรรค์ไปแล้ว เพลิงมรณะจึงค่อยๆ สงบลง เมื่อไม่มีเพลิงมรณะ เด็กหญิงคนนี้ก็ลืมตาขึ้นทันที ดวงตาที่สดใสของนางก็ฉายประกายแสงที่ดูประหลาดราวกับปีศาจ

        ขณะที่ฉินอวี่กำลังเรียกหอกศึกออกมานั้น เด็กหญิงที่แปลกประหลาดคนนี้ก็หายไปในทันที ราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อน…

Author Glory Forever