มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 5 ตอนที่ 148 ตบหน้า ตัดขาดมิตรภาพ

        หมอบอกกับหลิวอวิ๋นชูว่าเขาไม่ได้บอกอาการทั้งหมดให้เจี่ยนซืออินรู้ แถมยังบอกว่ามดลูกของเจี่ยนซืออินมีเลือดคั่ง และได้รับความเสียหายอย่างหนัก จึงไม่อาจรักษาให้กลับมาแข็งแรงได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่แน่ว่านางจะสามารถตั้งครรภ์ได้อีกหรือไม่

        เจี่ยนซืออินอาจจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกแล้ว หากบอกเรื่องนี้กับเจี่ยนซืออิน นางต้องเสียใจมากเพียงใดกัน

        เจี่ยนซืออินทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ “ข้าไม่เป็นไรจริงๆ บอกแล้วไงว่าข้าไม่โทษเจ้า” นางลุกออกมาจากอ้อมแขนของหลิวอวิ๋นชู ริมฝีปากสีซีดสั่นเทาขึ้นเบาๆ “ถ้าจะโทษ ก็คงต้องโทษตัวข้าเองที่โง่เกินไป…” หลิวอวิ๋นชูเช็ดน้ำตาให้นาง “ข้าชอบเจ้ามากจริงๆ การแต่งงานกับเจ้า ถือเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตข้า” นางพูดระคนหัวเราะ ทว่าน้ำตากลับยังไหลออกมาไม่หยุด มันทำให้หลิวอวิ๋นชูเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน

        เจี่ยนซืออินพูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้น

        หลิวอวิ๋นชูลูบหลังของนางเบาๆ “เลิกพูดได้แล้ว หยุดพูดได้แล้ว”

        แต่เจี่ยนซืออินกลับร้องไห้หนักกว่าเดิม นางร้องไห้โฮ “แต่ข้าคิดไม่ถึงเลย ว่าที่เจ้ายอมแต่งงานกับข้า ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นเพราะความสงสารต่างหาก ข้ารู้ว่าเจ้ามีคนอื่นในใจ เป็นข้าเองที่ใจแคบและเห็นแก่ตัวเกินไป ข้าโลภเกินไปเอง ข้าอยากจะครอบครองเจ้าทั้งตัวและหัวใจ… ข้ารู้ดีว่าแม้จะเป็นคืนเข้าห้องหอของเรา เจ้าก็ไม่คิดจะแตะต้องข้าแม้แต่นิดเดียว ดังนั้น…”

        หลิวอวิ๋นชูเริ่มรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา

        เจี่ยนซืออินพูดด้วยเสียงแหบพร่า “เฟิ่งสือจิ่นบอกข้าว่าในวังหลัง มียาลับที่ปรุงขึ้นสำหรับพระสนมในวังโดยเฉพาะ เมื่อกินยานั้นเข้าไป คนผู้นั้นจะไม่รู้ว่าตนกำลังร่วมรักกับใครอยู่ เพราะจะเห็นหน้าคนที่ร่วมรักด้วยเป็นคนที่ตนรัก…”

        หลิวอวิ๋นชูหน้าซีดเผือด ฝ่ามือที่โอบกอดเจี่ยนซืออินเอาไว้มีเหงื่อซึมออกมาเพราะความหวาดกลัว

        เจี่ยนซืออินคล้ายกำลังตกอยู่ในภวังค์บางอย่าง นางพูดต่อ “มีแค่จวนราชครูเท่านั้นที่จะมียาชนิดนั้น เฟิ่งสือจิ่นเป็นเพื่อนกับเจ้า นางคงอยากเห็นเจ้ามีความสุข เป็นข้าเองที่เห็นแก่ตัวจนไม่สนว่าเมื่อเจ้ากินยานี้เข้าไป คนในสายตาและในหัวใจของเจ้าจะเป็นใคร ข้าแค่อยากจะอยู่กับเจ้าเท่านั้น ดังนั้น… ดังนั้น ข้าเลยรับยานั้นมาจากนาง…”

        เมื่อพูดมาจนถึงตรงนี้ ร่างกายของเจี่ยนซืออินก็สั่นเทาขึ้นอย่างรุนแรง

        คำพูดของนางเป็นเหมือนน้ำเย็นๆ ที่รดลงกลางหัวของหลิวอวิ๋นชู มันทำให้เขาหนาวเย็นไปจนถึงกระดูกดำ เขาเค้นถามทีละพยางค์ “เจ้าบอกว่า ในคืนนั้น เจ้าให้ข้ากินยาปลุกกำหนัดงั้นหรือ?”

        เจี่ยนซืออินร้องไห้ปานจะขาดใจ “ใช่ ข้าหลงผิดไปเอง ข้าไม่ควรปล่อยให้ความโลภครอบงำจนหลงเชื่อคำพูดของนาง…”

         “แล้วยานั่น เฟิ่งสือจิ่นเป็นคนมอบให้เจ้า ใช่ไหม?”

         “ใช่…”

        หลิวอวิ๋นชูดวงตาแดงก่ำ พลันความเจ็บปวดที่แสนมหาศาลก็ระเบิดขึ้นในหัวใจ เขาไม่เชื่อ เขาไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยิน เขากัดฟันกรอด พลางพูดด้วยความร้าวระทม “เฟิ่งสือจิ่น นางต้องอยากให้ข้ากับเจ้าลงเอยกันขนาดไหนกัน! ตกลงว่านางอยากให้เจ้ามีความสุข หรืออยากให้เจ้าตายกันแน่!

        เขารู้มาโดยตลอดว่าเฟิ่งสือจิ่นเป็นคนเด็ดขาด ทำทุกอย่างโดยไม่สนผลที่จะตามมา แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางจะอำมหิตได้ถึงเพียงนี้! ที่แท้นางก็เป็นคนดันเขาเข้าสู่กองเพลิง นางทำให้เจี่ยนซืออินต้องสูญเสียลูกในท้อง และเกือบจะตายเพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้!

        เจี่ยนซืออินจับมือของหลิวอวิ๋นชูเอาไว้พลางร้องไห้อย่างอ่อนแรง “อวิ๋นชู… อวิ๋นชู… อย่าโทษนางเลย เป็นข้าเองที่รักเจ้ามากเกินไป เป็นข้าเองที่อยากจะทำเช่นนี้… ข้ารู้ดี รู้ว่าเจ้ากับนางเป็นเพื่อนกัน ข้าไม่ควรพูดเรื่องนี้ให้เจ้ารู้…”

        หลิวอวิ๋นชูไม่ได้ตอบอะไร เขาปลอบประโลมเจี่ยนซืออินเงียบๆ กระทั่งเสียงร้องไห้ของนางค่อยๆ เงียบลง เขาจึงวางนางลงบนเตียงอย่างช้าๆ แล้วพูดด้วยเสียงอ่อนโยน “พักผ่อนเถอะ หมอบอกว่าเจ้าไม่ควรเสียใจเกินไป วางใจเถอะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เจ้าจะมีข้าเคียงข้างเสมอ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องเสียใจหรือลำบากอีก”

        หลิวอวิ๋นชูเตรียมจะลุกจากไป แต่เจี่ยนซืออินก็ยื่นมือมาดึงเขาเอาไว้ “เจ้าจะไปไหน?”

        หลิวอวิ๋นชูตอบ “ข้ามีธุระที่ต้องออกไปสะสางเสียหน่อย”

         “เจ้าช่วย… ไม่ต้องไปเจอนางได้ไหม ไม่ต้องโทษนาง…”

        หลิวอวิ๋นชูหันกลับไปมองเจี่ยนซืออิน ก่อนจะกระชับเสื้อผ้าบนร่างให้นาง “อย่ากังวลเรื่องพวกนี้เลย เจ้าแค่พักฟื้นและกลับมาแข็งแรงเร็วๆ ก็พอแล้ว”

        เมื่อขาดเจี่ยนซืออินกับหลิวอวิ๋นชูไป วิทยาลัยหลวงก็เงียบเหงาลงไม่น้อย การสอบจอหงวนกำลังจะเริ่มขึ้นตอนปลายเดือนเจ็ด ซึ่งใกล้เข้ามาเต็มที บัดนี้ แม้แต่นักเรียนเสเพลก็ยังอดตื่นตระหนกไม่ได้ พวกเขาหยิบตำราขึ้นมาท่องเพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบที่กำลังจะมาถึง เฟิ่งสือจิ่นนั่งอยู่ที่โต๊ะแถวหลังสุดของห้อง นางสงบจิตสงบใจ และพยายามอ่านหนังสืออยู่หลายวัน  

        ในตอนนี้ นอกจากการอ่านหนังสือ นางก็ไม่มีอย่างอื่นให้ทำแล้ว  

        หลิวอวิ๋นชูเดินทางมาถึงวิทยาลัยหลวงในช่วงบ่าย เขามีท่าทางโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน อาจารย์ในวิทยาลัยหลวงกำลังทบทวนบทเรียนให้นักศึกษาในห้อง นักศึกษาบางคนอ่านหนังสือไปได้สักพักก็หันไปคุยซุบซิบกันเสียแล้ว ในตอนที่หันหน้ากลับมา สายตาก็เบนไปเห็นร่างของหลิวอวิ๋นชูที่ยืนอยู่ใต้แสงตะวันเข้าพอดี เขาคิดว่าตัวเองตาฝาด จึงขยี้ตาอยู่หลายครั้ง “ท่านชายหลิวมาวิทยาลัยหลวงงั้นหรือ? เขาเพิ่งแต่งงานได้ไม่นาน ทำไมถึงไม่อยู่บ้านกับภรรยาล่ะ หรืออยากมาทบทวนบทเรียน หวังจะโกยความรู้ก่อนสอบ?”

        นักศึกษาพากันทอดมองออกไปนอกห้อง

        เฟิ่งสือจิ่นก็เช่นกัน

        อีกด้าน ดอกไหวบนต้นไหวเก่าแก่ในสวนร่วงโรยลงมาจากต้น เหลือดอกสีขาวให้เห็นเพียงประปรายเท่านั้น ใบไม้เขียวชอุ่ม แลดูชุ่มชื่นร่มเย็น ร่างของหลิวอวิ๋นชูกำลังเดินผ่านต้นไหวไปอย่างเร่งรีบ

        หลิวอวิ๋นชูมุ่งตรงเข้ามาในห้องเรียน นักศึกษาคนหนึ่งถามขึ้น “ท่านชายหลิว จะมาเรียนต่อทั้งที่แต่งงานแล้วหรือ?” เขาไม่ได้สนใจคนผู้นั้น ไม่ชายตาแลใครเลยด้วยซ้ำ แต่มุ่งตรงมายังที่นั่งเก่าของตนเอง เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเฟิ่งสือจิ่น

        เฟิ่งสือจิ่นจับหนังสือเอาไว้ในมือ เมื่อแหงนหน้าขึ้นไปเห็นหลิวอวิ๋นชู นางก็ชะงักอึ้งลงเล็กน้อย

        หลิวอวิ๋นชูคว้ามือของเฟิ่งสือจิ่นเอาไว้ แล้วลากนางออกมาจากโต๊ะเรียนอย่างกะทันหัน “ตามข้ามา”

        ทั้งสองยืนอยู่ในร่มไม้ใต้ต้นไหว ขณะที่นักศึกษาจำนวนมากก็แอบมองมาทางนี้อย่างไม่ขาดสาย

        เฟิ่งสือจิ่นมองหนุ่มหน้าตาดีเบื้องหน้า เขามีริมฝีปากสีแดง ใบหน้าขาวเนียน ดวงตาเปล่งประกายงดงาม ทว่าบัดนี้คนตรงหน้ากลับมีสีหน้าเคร่งขรึม ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน แต่นางรู้สึกว่าหลิวอวิ๋นชูเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน อาจเป็นเพราะเขาในตอนนี้ผ่านการแต่งงาน และกลายเป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริงแล้วกระมัง

        นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อย… เฟิ่งสือจิ่นคิดเช่นนั้น แต่หัวใจกลับหนักอึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ นางไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด

        เฟิ่งสือจิ่นเห็นอีกฝ่ายมองมาที่ตนตาไม่กะพริบ จึงอ้าปากถาม “เจ้ามาทำอะ…”

        นางอยากถามว่าหลิวอวิ๋นชูมาทำอะไรที่นี่? แต่ยังถามไม่จบประโยคก็ต้องหยุดลงก่อน อีกด้าน หลิวอวิ๋นชูไม่พูดไม่จาเลยสักคำ เขายกฝ่ามือขึ้น และเหวี่ยงแขนเสื้อสีเขียวผ่านหน้าเฟิ่งสือจิ่นไปโดยไม่ถามอะไรสักคำ ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าของนางไปอย่างกะทันหัน ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังก้องขึ้น เพียะ! ฝ่ามือนั้นตบลงบนใบหน้าของเฟิ่งสือจิ่นอย่างจัง

        นักศึกษาที่ดูเหตุการณ์อยู่สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ พวกเขาอึ้งตาค้างไปตามๆ กัน

        ใครบ้างไม่รู้ว่าหลิวอวิ๋นชูกับเฟิ่งสือจิ่นสนิทสนมกันแค่ไหน พวกเขามักจะช่วยเหลือกัน และไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ

Author Jinovel