มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 5 ตอนที่ 149 เจ้าไม่คู่ควร

        หลิวอวิ๋นชูรู้สึกแสบร้อนไปทั่วฝ่ามือ ทว่าหัวใจกลับเจ็บปวดยิ่งกว่า เขามองรอยฝ่ามือสีแดงที่ประทับอยู่บนใบหน้าของเฟิ่งสือจิ่น มองท่าทีนิ่งเรียบของนางพลางถามขึ้น “รู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงตบหน้าเจ้า?”

        เฟิ่งสือจิ่นสติหลุดลอยออกไปชั่วขณะ เมื่อได้สติกลับมาอีกครั้ง นางกลับพูดสิ่งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบทสนทนาก่อนหน้านี้ออกไปแทน “หลายวันมานี้ เจ้าสบายดีหรือไม่ วันนั้น ข้ากับอาจารย์กลับไปเร็ว ข้าเห็นว่าเจ้าดื่มจนเมาแล้ว จึงไม่ทันได้พูดอวยพรเจ้า”

         “ข้าถามว่าเจ้ารู้ไหม ว่าทำไมข้าถึงตบหน้าเจ้า!” หลิวอวิ๋นชูพูดด้วยเสียงที่ดังยิ่งขึ้น “จนถึงตอนนี้ เจ้ายังพูดกับข้าด้วยท่าทีนิ่งเรียบแบบนี้ได้อีกหรือ เจ้าทำอะไรเอาไว้ ไม่รู้ตัวเลยหรือไง เฟิ่งสือจิ่น หัวใจของเจ้าสร้างมาจากก้อนหินหรือไง?”

        เฟิ่งสือจิ่นหรี่ตาลง นางแสดงสีหน้านิ่งเรียบ คล้ายไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด นางเข้มแข็งจนกลายเป็นนิสัยไปแล้ว เพราะในอดีต นางเคยถูกผู้คนเยาะหยันมามากเหลือเกิน หากไม่เข้มแข็งเข้าไว้ นางจะอ่อนแอไปให้ใครดู? กลับมาที่เมืองหลวง แล้วทำตัวอ่อนแอให้คนพวกนั้นดูถูกต่อไปหรือ? เหตุนี้ นางจึงเก็บความรู้สึกมากมายเอาไว้ในหัวใจ ยิ่งให้ความสำคัญกับเรื่องนั้นมากเท่าใด นางก็จะแสร้งทำเป็นนิ่งเฉย ทำเหมือนไม่สนใจมากเท่านั้น

        ครั้งนี้ เฟิ่งสือจิ่นก็ไม่คิดจะตบคืนเช่นกัน แม้ก่อนหน้านี้ เจี่ยนซืออินเคยตบหน้านางมาแล้วครั้งหนึ่งก็ตาม เพราะนางรู้สึกว่าตนติดค้างหลิวอวิ๋นชู และหนี้เหล่านั้นก็ไม่อาจชำระได้ด้วยการถูกตบแค่สองครั้งเช่นนี้ หากมันทำให้หลิวอวิ๋นชูรู้สึกดีขึ้น เช่นนั้นก็จงตบมาเถิด นางเองก็จะรู้สึกดีขึ้นเช่นกัน  

        เฟิ่งสือจิ่นหรี่ตาลงเล็กน้อย นางข่มความรู้สึกในแววตาเอาไว้ เหลือไว้เพียงความราบเรียบและเฉยเมย “ข้าลืมไปแล้วจริงๆ นั้นแหละว่าตัวเองทำอะไรเอาไว้ ช่วยบอกข้าทีได้หรือไม่ ว่าข้าทำอะไรเอาไว้กันแน่?”

         “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนที่แต่งงานกับข้า เจี่ยนซืออินกำลังตั้งครรภ์อยู่?” หลิวอวิ๋นชูถามด้วยเสียงแผ่วเบา

        เฟิ่งสือจิ่นตอบ “แม้เจ้าจะไม่ได้บอกข้าตรงๆ แต่เห็นเจ้ารีบแต่งงานกับนางแบบนั้น ข้าก็พอจะเดาได้บ้าง”

        ฟังจบ หลิวอวิ๋นชูก็ยิ่งโมโหมากกว่าเดิม เขาคำรามเสียงต่ำ “งั้นเจ้าให้ยาอะไรนั่นกับนางทำไม เจ้าทำให้นางแท้งลูกในคืนเข้าหอ ทำให้นางเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้วรู้ไหม! ทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้ การที่ข้าชอบเจ้า มันทำให้เจ้ารู้สึกขยะแขยงขนาดนั้นเชียวหรือ เจ้าถึงรีบผลักข้าไปให้นางแบบนี้? เฟิ่งสือจิ่น เจ้ามีหัวใจหรือไม่ ในเมื่อรู้ว่านางตั้งครรภ์อยู่ ทำไมถึงยังให้ยาแบบนั้นกับนาง เจ้าคิดจะฆ่านางให้ตายเลยหรือไง!

         “ยาอะไร?” เฟิ่งสือจิ่นชะงักอึ้ง จริงอยู่ที่เจี่ยนซืออินเคยมาหานาง และเคยขอยาชนิดหนึ่งกับนาง แต่นางไม่ได้ให้ไปนี่

        หลิวอวิ๋นชูขยับเข้ามาใกล้ เขาพูดด้วยเสียงที่เบาจนพอให้ได้ยินกันแค่สองคน “จวนราชครูมียาลับที่ปรุงขึ้นเพื่อวังหลังโดยเฉพาะไม่ใช่หรือ ยาที่ทำให้ผู้ใช้เห็นภาพลวงตา เห็นหน้าคนที่ร่วมรักด้วยเป็นคนที่ตนรัก เจ้ามอบยานั้นให้เจี่ยนซืออิน บอกให้นางเอามาให้ข้ากิน ทำให้ข้าหลงคิดว่านางเป็นเจ้าตลอดทั้งคืน!

        เฟิ่งสือจิ่นหน้าซีดเผือด “ข้าเปล่า”

        หลิวอวิ๋นชูจับไหล่ของเฟิ่งสือจิ่นเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เขามองเข้าไปในดวงตาของนาง “เจี่ยนซืออินเกือบจะตายเพราะเจ้าแล้วแท้ๆ นางอาจจะมีลูกไม่ได้อีกแล้ว แต่เจ้ากลับยังมีหน้ามาบอกว่าไม่ได้ทำอีกหรือ? นอกจากจวนราชครู ผู้อื่นไม่มีทางมียาแบบนั้นแน่ ข้าไม่สนอีกแล้วว่าเจ้าทำไปเพื่ออะไรกันแน่ แต่เฟิ่งสือจิ่น เจ้าเป็นคนกล้าทำกล้ารับ ทำทุกอย่างด้วยความผ่าเผยมาโดยตลอดไม่ใช่หรือ ทำไมตอนนี้ถึงไม่กล้ายอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำ! จริงอยู่ที่ข้าชอบเจ้า แต่แล้วจะอย่างไร เพราะเห็นว่าข้าชอบเจ้า เจ้าก็เลยกล้าทำเช่นนี้สินะ? ข้าเห็นว่าเจ้าเป็นเพื่อน แต่เจ้าล่ะ เจ้ากลับทำร้ายข้าอย่างเลือดเย็น!

        เขาเกลียดแค้นเฟิ่งสือจิ่นเหลือเกิน แต่ในขณะเดียวกัน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ตนโกรธแค้นเฟิ่งสือจิ่นเช่นนี้ เป็นเพราะนางทำให้เจี่ยนซืออินต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ หรือเป็นเพราะนางพยายามผลักไสตนไปให้ผู้หญิงคนอื่น…

         “เจี่ยนซืออินเป็นคนบอกกับเจ้าด้วยตัวเองหรือ ว่าข้าเป็นคนให้ยานั้นกับนาง?” เฟิ่งสือจิ่นพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ “จวนราชครูจะส่งยานั้นไปให้พระสนมทั้งหลาย รวมไปถึงฝ่าบาทได้ก็ต่อเมื่อมีรับสั่งจากฝ่าบาทเท่านั้น ไม่มีทางที่ยาของจวนราชครูจะไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ใช่คนของวังหลัง ถ้าข้าบอกว่าข้าไม่ได้ให้ยานั้นกับนาง เจ้าจะเชื่อหรือไม่?”

        หลิวอวิ๋นชูเงียบลงชั่วครู่ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยท่าทีคาดคั้นไม่ต่างไปจากเดิม “แต่เรื่องนี้ นอกจากเจ้าแล้วยังจะเป็นใครไปได้อีก? เจ้าชอบทำอะไรเด็ดขาด และไม่สนผลที่จะตามมาเสมอ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเจ้าไม่ได้แอบให้ยานั้นกับเจี่ยนซืออินอย่างลับๆ”

        เฟิ่งสือจิ่นมองหน้าหลิวอวิ๋นชู “งั้นก็แสดงว่าเจ้าไม่เชื่อข้าสินะ จริงอยู่ที่ข้ามักจะทำอะไรเด็ดขาดและไม่สนผลที่จะตามมา แต่ข้าเป็นเช่นนั้นแค่กับคนอื่น ไม่ใช่กับเจ้า หลิวอวิ๋นชู… ในเมื่อเจ้าเชื่อมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นฝีมือของข้า ไม่ว่าข้าจะอธิบายอย่างไรก็เปลี่ยนแปลงความคิดของเจ้าไม่ได้อยู่ดี ถ้าอย่างนั้น ถือว่าข้าเป็นคนทำก็แล้วกัน พอใจหรือยัง?”

        หลิวอวิ๋นชูขยับลูกกระเดือกหลายครั้งคล้ายกำลังจะพูดบางอย่าง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา

         “ข้าเป็นคนเลือดเย็นอำมหิตไม่ต่างไปจากซูเหลียนหรู ข้าไม่พอใจที่เจ้าต้องฝืนใจตัวเองไปแต่งงานกับเจี่ยนซืออิน ก็เลยคิดจะทำร้ายนาง เหตุผลนี้ เพียงพอหรือยัง?” หลิวอวิ๋นชูใบหน้าซีดเผือด ขณะที่เฟิ่งสือจิ่นยังคงพูดต่อไปคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ตอนนี้ เจ้าตามหาคนร้ายตัวจริงเจอแล้ว แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ? จะประกาศให้คนทั้งโลกรู้เลยหรือไม่?” นางหัวเราะเบาๆ คล้ายไม่ใส่ใจ “คงทำไม่ได้สินะ นอกเสียจากเจ้าคิดจะทำลายชื่อเสียงของเจี่ยนซืออิน โดยการบอกให้คนทั้งโลกรู้ว่าเจ้าแต่งงานกับผู้หญิงที่ถูกย่ำยีจนตั้งครรภ์”

         “หุบปาก!” หลิวอวิ๋นชูคำรามกร้าว

        เฟิ่งสือจิ่นไม่ยอมหยุด นางพูดต่อ “เจี่ยนซืออินหน้าไม่อายเอง นางเป็นคนมาขอยานั่นกับข้าก่อนวันแต่งงานของพวกเจ้าแค่วันเดียว เพราะหวังจะครอบครองเจ้าในวันแต่งงาน ในเมื่อนางต้องการแบบนั้น ข้าต้องทำให้นางสมหวังอยู่แล้ว แล้วเจ้าล่ะ เจ้าคิดว่าตัวเองดีนักหรือไง ที่เจี่ยนซืออินแท้งลูก ที่นางเกือบตายอยู่อย่างนี้ เป็นฝีมือของข้าหรือไง เจ้าเป็นคนทำเองต่างหาก…”

         “ข้าสั่งให้เจ้าหุบปาก…”

        เฟิ่งสือจิ่นมองเข้าไปในดวงตาของหลิวอวิ๋นชู พลางเค้นพูดทีละพยางค์ “เจ้าเป็นคนทำเรื่องสกปรกกับนางเอง พวกเจ้าสองคน ยินยอมที่จะทำแบบนั้นเอง…”

         “หยุดพูดเสียที!” พูดจบ หลิวอวิ๋นชูก็เหวี่ยงฝ่ามือไปที่ใบหน้าอีกข้างของเฟิ่งสือจิ่น เขาเหวี่ยงมือออกไปสุดแรง แรงตบทำให้ฝ่ามือของเขารู้สึกชาไปหมด

        ต้องเจ็บมากแน่ๆ

        เสียงตบหน้าดังก้อง และลอยหายไปกับสายลม

        หลิวอวิ๋นชูมองฝ่ามือของตนเองพลางชะงักอึ้งลง  

        เส้นผมที่หน้าผากของเฟิ่งสือจิ่นร่วงลงมาปรกหน้า นางยืดตัวตรง แล้วเริ่มจัดทรงผมของตนเองคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น เส้นผมสีดำถูกทัดไว้ที่หลังหู แก้มทั้งสองข้างกลายเป็นสีแดงก่ำ ดวงตาหลุบลงต่ำ

        หลิวอวิ๋นชูเป็นคนรักศักดิ์ศรี วินาทีนี้ เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเฟิ่งสือจิ่นจงใจยุให้เขาโกรธอยู่ แต่แม้จะรู้ดังนั้น เขาก็ไม่อาจควบคุมปากของตัวเองได้อยู่ดี หลิวอวิ๋นชูพูดด้วยเสียงแผ่วเบา “แต่ก่อน ข้ามองเจ้าผิดไป หัวใจของเจ้ามันแข็งเสียยิ่งกว่าเหล็ก เสียแรงที่ข้ามองว่าเจ้าเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ข้ามองผิดไปเอง เพราะเจ้าไม่คู่ควร”  

        เฟิ่งสือจิ่นเงยหน้าขึ้น นางลูบจับใบหน้าของตนเองช้าๆ พลางพูดด้วยรอยยิ้มบางๆ “ตระหนักเรื่องนั้นได้ในตอนนี้ ก็ยังไม่ถือว่าสายจนเกินไป ในอนาคต เจ้าควรระวังตัวให้มากกว่านี้ อย่าคบใครเป็นเพื่อนง่ายๆ ไม่เช่นนั้น คนพวกนั้นอาจจะแทงข้างหลังเจ้าในตอนที่เจ้าไม่ทันได้ระวัง ดีแล้วที่เจ้าตบหน้าข้า มันทำให้เจ้ารู้สึกดีขึ้น ข้าเองก็รู้สึกดีขึ้นเช่นกัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าไม่ติดค้างเจ้าอีก และเราก็ไม่ใช่เพื่อนกันอีกแล้ว เดินทางใครทางมันเถอะ… แต่ถึงแบบนั้น ข้าก็ยังหวังว่าเจ้าจะมีความสุข อยู่อย่างปลอดภัย ร่างกายแข็งแรง มีชีวิตที่ราบรื่นไปตลอดชีวิต” ทางที่ดี ไม่ต้องมีข้าคอยเป็นตัวถ่วงอีก…

        ท้ายที่สุด เฟิ่งสือจิ่นก็ไม่ได้พูดคำสุดท้ายนั้นออกไป

Author Jinovel