มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 3 บทที่ 80 เยือนถิ่นเก่า

        เจิ้งเชาจำเย่เฟิงได้เป็นอย่างดี ศิษย์น้องของฉู่หาน สวะที่เพิ่งเข้าสำนัก แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ชื่อแซ่ที่แท้จริงของเย่เฟิง เพราะเจิ้งเชาคิดว่าคนชั้นต่ำอย่างเย่เฟิงไม่มีค่าพอที่จะให้เขาสนใจ เขาเพิ่งออกจากการปิดด่านมาเมื่อไม่นาน พลังของเขาจึงก้าวหน้าไปมาก ทั้งยังสัมผัสถึงธรณีประตูของขั้นรวมชี่ได้จาง ๆ และเมื่อสองวันก่อนยังเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์อันดับที่ 9 ในรายนามขั้นบ่มเพาะกายา ทำให้ชื่อของตัวเองเลื่อนขึ้นอีกอันดับ

        “เจ้าจะให้ข้าจัดการสวะนั่นแทนเจ้างั้นหรือ?” เจิ้งเชาเอ่ยถาม

        “ใช่ เขาเป็นคนฆ่าน้องชายข้า จึงอยากยืมมือพี่เจิ้งจัดการเขาแทนข้าสักครั้ง แล้วข้าจะเลือกผู้หญิงสวย ๆ ในตระกูลมาให้ท่านเพื่อเป็นการตอบแทน คิดเห็นเช่นไร?” หลี่หงกล่าวพลางพยักหน้า เจิ้งเชาระบายยิ้มพร้อมแสงชั่วร้ายปะทุออกจากดวงตา และกล่าวขึ้น “ในเมื่อเจ้าพูดมาขนาดนี้ งั้นข้าจะช่วยเจ้าสักครั้ง”

        จากนั้นเจิ้งเชาเดินไปหาเย่เฟิงด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม “สวะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

        เจิ้งเชาเดินไปขวางทางเย่เฟิงพร้อมขึ้นเสียงใส่ เขาจำได้อย่างชัดเจน ตอนที่เขาปะทะกับเย่เฟิงและฉู่หาน ผู้อาวุโสเหลียงลงโทษเย่เฟิงโดยสั่งห้ามมาเหยียบที่จัตุรัสนี้ตลอดชีวิต ทว่าสวะนี่กลับฝ่าฝืนกฎของผู้อาวุโสเหลียงโดยการมาเหยียบที่นี่อีกครั้ง รนหาที่ตายชัด ๆ

        “เจ้าลืมบทลงโทษของผู้อาวุโสเหลียงไปแล้วหรือ? ยังกล้ามีหน้ามาที่นี่อีก!” เจิ้งเชากล่าวด้วยความเย้ยหยัน

        “เจ้าอีกแล้ว!” เย่เฟิงมองเจิ้งเชาด้วยสายตาเยือกเย็น ไม่นึกว่าจะมาเจออีกฝ่ายที่นี่อีกครั้ง

        “เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดรึไง ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าควรมา!” เจิ้งเชาแสยะยิ้ม

        “ไปให้พ้น!” เย่เฟิงกล่าว ก่อนจะเดินต่อโดยไม่อยากเสียเวลาไปกับเจิ้งเชา

        “ในเมื่อฝ่าฝืนกฎของผู้อาวุโสเหลียง วันนี้ข้าจะทำลายการบ่มเพาะของเจ้าซะ เพื่อที่กฎของสำนักยุทธ์จะได้ไม่แปดเปื้อน!” เจิ้งเชาเผยสีหน้าอึมครึม เป้าหมายของเขาคือทำลายการบ่มเพาะของเย่เฟิง จึงใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง เมื่อสิ้นเสียง เจิ้งเชาปล่อยฝ่ามือโจมตีเย่เฟิงอย่างไม่ลังเล ทั้งยังระเบิดพลังจุดสูงสุดของขั้นบ่มเพาะกายาออกมา

        “ทำลายการบ่มเพาะข้า เจ้ามีสิทธิ์อะไร?” แสงเยือกเย็นปะทุออกจากดวงตาของเย่เฟิง จากนั้นเขาปล่อยฝ่ามือภูผาพิฆาตที่ผสานด้วยเอกลักษณ์หอกออกไป ผนวกกับพลังกายที่กล้าแกร่งของเย่เฟิง ทำให้พลังทวีคูณและน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม

        “ตูม!” เสียงระเบิดดังสนั่นทั่วฟ้าดิน คลื่นทำลายล้างแพร่กระจายเป็นวงกว้าง เจิ้งเชารู้สึกว่าร่างกายของตนถูกคลื่นสะเทือนที่มิอาจต่อต้านได้เข้าปกคลุม อวัยวะภายในราวกับถูกทำลาย ด้วยคลื่นสะเทือนที่รุนแรงนั่น เจิ้งเชาถึงกับเซถอยหลัง หากไม่มีคนมารับตัวทันเวลา เจิ้งเชาคงล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว

        “แกร่งมาก!” ผู้คนจำนวนมากหันมามองทางนี้ด้วยความตกใจ เจิ้งเชาผู้ฝึกยุทธ์จุดสูงสุดของขั้นบ่มเพาะกายาและอยู่อันดับที่ 9 ในรายนามขั้นบ่มเพาะกายา ไม่นึกว่าจะถูกการโจมตีของชายหนุ่มไร้นามบีบให้ถอยหลังได้

        “เขาเป็นใครกัน?” ผู้คนคิดในใจและพากันคาดเดาตัวตนของเย่เฟิง

        “เป็นไปได้ยังไง เจ้าแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ?” เจิ้งเชาเผยสีหน้าไม่สู้ดี เขาไม่คิดว่าเย่เฟิงจะแข็งแกร่งมากเพียงนี้

        “อ่อนหัดแบบนี้แต่อยู่ในรายนามขั้นบ่มเพาะกายา ทำเสื่อมเสียชื่อเสียงเปล่า ๆ!”

        เย่เฟิงเย้ยหยัน เขาไม่ชอบคนอย่างเจิ้งเชา อีกฝ่ายยั่วยุเขา ทั้งยังคิดจะทำลายการบ่มเพาะของเขาอีกด้วย ซึ่งเย่เฟิงไม่ใช่คนที่จะยั่วยุได้ง่าย ๆ เช่นนั้น ก่อนจะยั่วยุเขา ต้องพิจารณาก่อนว่าตัวเองจะชดใช้ไหวหรือไม่

        “ตายซะ!” ดวงตาของเจิ้งเชาฉายแววดุร้ายฉับพลัน จากนั้นมีกริชเล่มหนึ่งพุ่งหาเย่เฟิงหมายสังหารและต้องการปลิดชีวิตเย่เฟิงในการโจมตีนี้

        “หึ!” เย่เฟิงแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะปล่อยหมัดออกไป กริชของเย่เฟิงยังไม่ทันมาถึง รังสีหมัดก็โจมตีเจิ้งเชาแล้ว ทำให้ร่างเขากระเด็นปลิวไปกระแทกกับพื้นพร้อมกระอักเลือด

        “ในเมื่ออยากทำลายการบ่มเพาะข้า ข้าจะทำให้ชื่อของเจ้าถูกลบออกไปจากรายนามขั้นบ่มเพาะกายา” เย่เฟิงเดินมาที่ด้านหน้าเจิ้งเชา พร้อมกับประทับฝ่ามือไปยังจุดตันเถียนและจุดชี่ไห่ของเจิ้งเชา ทำให้อีกฝ่ายโอดครวญ ตัวสั่นเทาอย่างแรง

        เขาเจิ้งเชาอยู่จุดสูงสุดของขั้นบ่มเพาะกายา ทั้งยังอยู่อันดับที่ 9 ในรายนามขั้นบ่มเพาะกายา เป็นอัจฉริยะที่หาได้ยาก มีเกียรติยศที่ภาคภูมิใจ ทว่าวันนี้เขาต้องถูกทำลายการบ่มเพาะ เพียงเพราะเขาล่วงเกินคนไร้นามที่เขาไม่เคยสนใจ

        “ชายผู้นี้โหดมาก!” ผู้คนต่างต้องตกตะลึงกับฝีมือของเย่เฟิง เจิ้งเชามากพรสวรรค์แต่กลับถูกทำลายการบ่มเพาะได้อย่างง่ายดาย

        “หลี่หง เป็นเพราะเจ้าคนเดียว ข้าถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้!” เจิ้งเชากล่าวด้วยความโกรธปนเศร้า พลางในดวงตาเต็มเปี่ยมด้วยความอาฆาตแค้น นี่ทำให้หลี่หงตื่นตกใจ เย่เฟิงเอาชนะได้แม้แต่เจิ้งเชา จากนั้นเขาก้าวเท้าคิดจะฉวยโอกาสนี้หนีไป

        “หยุดนะ!” หลี่หงเพิ่งยกเท้าก็ได้ยินเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้หลี่หงตัวแข็งทื่อ เหงื่อผุดขึ้นที่หน้าผาก หัวใจเต้นระรัว จากนั้นหลี่หงหันไปมอง ก่อนจะเห็นเย่เฟิงเดินมาหาเขา ทำให้เขามีสีหน้าไม่สู้ดี พร้อมกล่าวขึ้น “ไม่เกี่ยวกับข้า เป็นเจิ้งเชาที่เห็นเจ้าแล้วขัดหูขัดตา เขาก็เลยคิดจะกำจัดเจ้า”

        “งั้นหรือ?” เย่เฟิงตาเผยประกายคมกริบราวกับมองทะลุห้วงอากาศได้ สายตาเช่นนั้นน่ากลัวเกินไป ทำให้หลี่หงใจเต้นระส่ำและไม่กล้าสบตามองเย่เฟิง

        “ใช่ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน” หลี่หงกล่าว เขาคิดหนีแต่กลับโยนความผิดให้เจิ้งเชารับผิดชอบ

        “ข้าบอกให้เจ้าไปได้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?” เย่เฟิงตวาดใส่หลี่หง ทำหลี่หงหน้าแข็งทื่อและไม่กล้าขยับตัว

        “หลี่หง เจ้าสินะพี่ชายของหลี่เฟย” เย่เฟิงได้ยินชื่อหลี่หงจากปากของเจิ้งเชาก็คาดเดาตัวตนของอีกฝ่ายได้แล้ว ตอนที่อยู่เทือกเขาปี้หลิง ซ่งซินหลิงยังเตือนเขาอยู่เลยว่าให้เย่เฟิงระวังคนที่ชื่อหลี่หงไว้

        “ใช่ ข้าเอง” หลี่หงไม่คิดว่าเย่เฟิงรู้เรื่องเขากับหลี่เฟย

        “ข้าคือคนที่ฆ่าหลี่เฟย เจ้าก็ย่อมอยากฆ่าข้าเพื่อแก้แค้นแทนน้องชายเจ้า” เย่เฟิงมองหลี่หงแล้วพูดต่อ “จะแก้แค้นก็ทำอย่างเปิดเผย ไยต้องใช้แผนสกปรกเช่นนี้เล่า ตอนนี้ข้าจะให้โอกาสเจ้าแก้แค้น เจ้ากับข้าอยู่ระดับการบ่มเพาะเดียวกัน เช่นนั้นก็มาสู้กันสักตั้ง”

        “ข้า…”

        หลี่หงได้ยินเช่นนั้นก็ตะลึงงัน แม้แต่เจิ้งเชาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เฟิง แล้วเขาหลี่หงจะสู้กับเย่เฟิงได้อย่างไร?

        “เริ่มเลย” เย่เฟิงตาเผยประกายคมกริบดุจดาบ ทำหลี่หงตัวสั่นเทา คำพูดของเย่เฟิงทำให้หลี่หงยากที่จะปฏิเสธ และไม่ว่าหลี่หงจะทำอย่างไรก็หนีศึกต่อสู้นี้ไม่พ้น

        “เจ้ากับข้ามาตัดสินให้รู้แพ้ชนะกันไปเลย” ขณะมองเย่เฟิงที่เดินมาหาตัวเองทีละก้าว จู่ ๆ หลี่หงเผยสีหน้าแน่วแน่พร้อมแผดเสียงตะโกน ก่อนจะปล่อยฝ่ามือโจมตีเย่เฟิง

        เย่เฟิงเหยียดยิ้ม จากนั้นเอื้อมมือออกไปคว้าแขนของหลี่หงพร้อมออกแรง ตามมาด้วยเสียงกระดูกแตกหัก หลี่หงส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แขนข้างนั้นที่ถูกเย่เฟิงบดขยี้มีเลือดไหลออกมา

        “ปัง!” มีเสียงระเบิดดังขึ้นฉับพลัน มืออีกข้างของเย่เฟิงเข้าจู่โจมร่างหลี่หง คลื่นพลังทำลายโครงสร้างภายในร่างกายของหลี่หง ทำหลี่หงตัวสั่นอย่างแรง จุดตันเถียนและจุดชี่ไห่ถูกทำลาย ทำให้เขากลายเป็นคนไร้ค่า

        “ข้าทำลายแขนข้างหนึ่งและการบ่มเพาะของเจ้าแล้ว จงไสหัวไปซะ!” เย่เฟิงตวาดเสียงดัง หากใครคิดทำร้ายเขา เขาก็จะทำให้อีกฝ่ายชดใช้คืนหลายเท่า

        หลี่หงหน้าขาวซีด เย่เฟิงไล่เขาออกไป แล้วเขาจะมีหน้าให้อยู่ต่อไปอีกหรือ เขาจึงสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว

        “ชายผู้นี้เป็นใครกันแน่ ทำไมร้ายกาจถึงเพียงนี้?” ผู้คนพึมพำ เท่าที่พวกเขารู้ในสำนักยุทธ์เทียนเสวียนมีคนเก่งมากมาย แต่ว่าพวกเขาไม่เคยเห็นชายผู้นี้มาก่อน จึงทำให้พวกเขาอยากรู้เป็นอย่างมาก

        ในเวลาเดียวกัน มีสองเงาร่างมาเยือนจัตุรัส หนึ่งในนั้นคือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวมชี่ที่ถูกเย่เฟิงเตะออกจากถ้ำเมื่อสามวันก่อน เขามีนามว่าเจินเหลียง ครั้งหนึ่งเขาก็เคยอยู่ในรายนามขั้นบ่มเพาะกายา และที่ข้างกายของเจินเหลียงคือผู้ฝึกยุทธ์จุดสูงสุดของขั้นบ่มเพาะกายา คนผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา

        “พี่เจิน ทางนั้นมีศึกต่อสู้ เราไปดูกันเถอะ” ผู้ฝึกยุทธ์จุดสูงสุดของขั้นบ่มเพาะกายาคนนั้นกล่าวกับเจินเหลียง เจินเหลียงก็พยักหน้าตอบตกลง จากนั้นทั้งสองเดินไปยังใจกลางจัตุรัส และการมาของพวกเขาก็ยังดึงดูดสายตาของผู้คนไม่น้อย

        ขณะนั้นมีบางคนหันไปมองพวกเจินเหลียง ก่อนกล่าวว่า “นั่นเจินเหลียงกับถงตงผู้ฝึกยุทธ์อันดับที่ 8 ในรายนามขั้นบ่มเพาะกายานี่”

        “เจินเหลียง เขาเคยอยู่อันดับที่ 7 ในรายนามขั้นบ่มเพาะกายา แต่เมื่อครึ่งเดือนก่อนเขาทะลวงขั้นรวมชี่ เพราะงั้นชื่อของเขาถึงถูกลบออกไป แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการยกระดับพลังของเขา ตอนนี้ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ขั้นรวมชี่ พลังของเขาแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนถงตงก็เก่งไม่แพ้กัน อันดับที่ 8 ในรายนามขั้นบ่มเพาะกายา แค่เรื่องนี้ก็พิสูจน์ความแข็งแกร่งของถงตงได้แล้ว” มีคนหนึ่งกล่าว ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย เจินเหลียงกับถงตงเป็นผู้มีชื่อเสียงในสำนักยุทธ์ ผู้คนก็ย่อมรู้จัก

        เจินเหลียงและถงตงต้องรูม่านตาหดแคบเมื่อเห็นเจิ้งเชานอนหมดสภาพอยู่บนพื้น

        “เจิ้งเชา ใครทำอะไรเจ้า?” ถงตงเอ่ยถามพลางสีหน้าเปลี่ยนไปเย็นเยียบ เจิ้งเชากับเขารู้จักกัน ทั้งยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในรายนามขั้นบ่มเพาะกายา แต่เมื่อเห็นเจิ้งเชาถูกทำลายการบ่มเพาะ ถงตงก็รู้สึกว่ารายนามขั้นบ่มเพาะกายาอย่างพวกเขากำลังถูกเหยียดหยาม จึงมิอาจนิ่งดูดายได้

Author Glory Forever