มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่ม 1 ตอนที่ 2 ชั้นเรียนต้องสาปแล้ว

 

           “เชี่ยแล้ว ผู้ดูแลกลุ่มของพวกเราถูกถอนออกหมดแล้ว ตอนนี้มีแค่เฉินเฟิงที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม” ในกลุ่มก็รีบมีคนโวยวายขึ้นมาทันที หัวหน้ากลุ่มของกลุ่มทั้งชั้นเรียนคือเฉินเฟิง คนอื่นๆ ที่มีผู้ดูแล พวกเขาก็พบว่าหัวหน้ากลุ่มได้เพิกถอนอำนาจการดูของพวกเขาทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ไม่มีผู้ดูแลคนอื่นๆ แล้ว ในระหว่างที่ด่ากระทบกระเทียบกัน  รูปโปรไฟล์ของเฉินเฟิงก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเทา

 

           ฉันดูแบบสอบถามแค่ครู่เดียว หลังจากนั้นก็ปิดโทรศัพท์มือแล้วนอนต่อ แบบสอบถามเช่นนี้ฉันไม่อยากร่วมโหวตด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญชาตญาณมันบอกว่า ฉันเกิดความรู้สึกหวาดกลัวต่อแบบสอบถามนี้ ซึ่งเป็นความรู้สึกอย่างหนึ่งที่แม้แต่ฉันก็พูดไม่ออก 

 

           เช้าตรู่ของวันที่สอง หลังจากที่ฉันตื่นนอนก็รีบเปิดโทรศัพท์มือถือแล้วเข้าใช้งาน QQ กลับพบว่าการโหวตในกลุ่มได้สิ้นสุดลงแล้ว คนที่เลือกหลี๋หยู่เสวียนมีมากที่สุด ก็มีเพียงแค่ เสียงเท่านั้น ดูแล้วคนส่วนใหญ่ในกลุ่มไม่ได้สนใจแบบสอบถามนี้

 

           กลับมาถึงห้องเรียน ทุกคนเตรียมพร้อมเข้าเรียนแล้ว หวางอู่กำลังร้องคำรามอยู่ในห้องเรียน เขาแผดเสียงก้องพูดกับเพื่อนๆ ที่รายล้อมว่า “แบบสอบถามในกลุ่มคือฝีมือใคร? คือใครที่เข้าใช้งานแอคเค้าท์ของเฉินเฟิง? ถ้าแน่จริงก็ก้าวออกมาสิ! ”

 

           ไม่มีใครตอบเขา ทุกคนล้วนกำลังกระซิบกระซาบกันอยู่ หลี๋หยู่เสวียนนั่งอยู่ที่โต๊ะของตน สีหน้ามีความโกรธแค้น

 

           “พวกเธอว่าแบบสอบถามเมื่อวานคือยังไงกันแน่? เป็นการเล่นพิเรนทร์จริงเหรอ?”

 

           “ไม่ใช่ว่าผีหลอกเหรอ”

 

           “เป็นไปไม่ได้ โรงเรียนของพวกเราไม่เคยมีเรื่องผีปรากฎ”

 

           “ถ้าสิ่งที่ข้อความข้างบนพูดเป็นเรื่องจริง หากไม่ทำตามเช่นนั้นแล้ว ไม่แน่ว่าจะต้องตายจริงๆ”

 

           คนในชั้นเรียนยังกระซิบกระซาบกันอยู่  หลี๋หยู่เสวียนกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่มีค่าควรแก่การมอง ครูประจำชั้นได้เดินเข้าชั้นเรียนมาทันที เธอมองพวกเราด้วยความหม่นหมอง หลังจากนั้นเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดว่า “ฉันรู้ว่าจิตใจของทุกคนเป็นทุกข์มาก แต่ทว่าเรื่องของเฉินเฟิงเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุเท่านั้น หลังจากนี้จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ทุกคนควรจะคิดถึงเรื่องเรียนกัน”

 

           พูดเสร็จเธอก็เริ่มสอน ทุกอย่างเป็นปกติ ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น จนกระทั่งถึงตอนบ่าย หลี๋หยู่เสวียนก็สุขสบายดี ไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ซึ่งก็ทำให้พวกเรารู้สึกโล่งใจ

 

           ในเวลาดังกล่าว นักเรียนหญิงสองสามคนพูดกับหลี๋หยู่เสวียนอย่างเงียบๆ 

           “เธอน่าจะทำตามแบบสอบถามในกลุ่มนะ ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ ก็เป็นได้”

 

           แต่ทว่าหลี๋หยู่เสวียนส่ายหน้าอย่างไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย เธอขมวดคิ้วยืนขึ้นและตะโกนว่า “พอได้แล้ว นี่ก็เป็นเพียงแค่การเล่นพิเรนทร์เท่านั้น ทุกคนไม่ต้องระแวงไปต่างๆ นานา”

 

           กวานเหยาที่อยู่ข้างๆ ก็ยืนขึ้นพูดว่า “พูดไม่ผิด แบบสอบในกลุ่มจะต้องเป็นฝีมือของเพื่อนคนใดหนึ่งในชั้นเรียนแน่นอน เขาเข้าใช้งานแอคเค้าท์ของเฉินเฟิงแล้วมาขู่ขวัญพวกเรา ทุกคนอย่าไปหลงกล” ซึ่งเธอก็เป็นดาวของชั้นเรียนคนหนึ่ง ในเวลานี้ใบหน้าที่งดงามของเธอมีความโกรธแค้น

 

        นักเรียนชายอีกสองสามคนก็พูดตามกันว่า “พูดไม่ผิด”

         

           ครั้นแล้ว เพื่อนๆ ก็เริ่มเรียนต่อ วันนี้ก็ผ่านพ้นไปแล้ว ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ตอนเย็นในกลุ่มก็ไม่มีแบบสอบถามใหม่ปรากฏเหมือนกัน ดังนั้นจึงทำให้ทุกคนในชั้นเรียนโล่งใจไปเปราะหนึ่ง

 

           เช้าวันที่สอง ฉันเพิ่งมาถึงห้องเรียนก็เห็นหลี๋หยู่เสวียนกำลังคุยโวอยู่กับเพื่อนของเธออย่างภาคภูมิใจ

           “ฉันพูดไว้ตั้งแต่แรกแล้วเถอะ แบบสอบถามในกลุ่มเป็นเพียงแค่ฝีมือของคนที่เข้าใช้งานแอคเค้าท์ของเฉินเฟิง แต่ทว่ากลุ่มของชั้นเรียนของพวกเราไม่สามารถใช้ได้แล้ว และฉันก็ได้สร้างกลุ่มใหม่แล้ว”

 

           “งั้นก็เอาอย่างนี้เถอะ  พี่หยู่เสวียนสุดยอดจริงๆ ในเวลานั้นหลังจากที่เฉินเฟิงเข้าใช้งาน ฉันตกใจจนค้างไปเลย ซึ่งยังเข้าใจว่าเป็นผี”

 

           “ผีอะไรไม่มีจริงหรอก อย่าตลกเลย”  หลี๋หยู่เสวียนพูดอย่างรู้สึกว่าไม่ควรค่าแก่การมองด้วยใบหน้าที่งดงาม หลังจากนั้นเธอก็กลับไปที่นั่งของตนในท่ามกลางสายตาที่เลื่อมใสของกลุ่มเพื่อนนักเรียนหญิงจำนวนมาก

ตลอดทั้งช่วงเช้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น คาบเรียนที่ 2 ในช่วงบ่าย ในระหว่างคาบเรียนก็มีเสียงเอะอะโวยวายในชั้นเรียน ต่างคนต่างก็กำลังพูดคุยกัน

 

        พวกเราชั้นม.5/5 สายศิลป์ นักเรียนชายนอกจากเฉินเฟิงที่ตายแล้ว ยังมีอีก 18 คน นักเรียนหญิงมี 35 คน อาจกล่าวได้ว่าจำนวนนักเรียนหญิงมีมากกว่านักเรียนชายเกือบเท่าตัว นักเรียนชายในชั้นเรียนส่วนใหญ่ล้วนมีแฟนกันหมดแล้ว

 

           แต่น่าเสียดาย ฉันกับหลี่โม่ฟ๋านถือเป็นส่วนน้อยที่ยังไม่มีแฟน

 

บนแท่นพูดหน้าชั้นเรียน กวานเหยาถือแปรงลบกระดานพลางพูดว่า “หลี๋หยู่เสวียนวันนี้เป็นเวรลบกระดานของเธอแล้ว” เธอเป็นคณะกรรมการงานห้องเรียน

 

           หลี๋หยู่เสวียนหันหน้าและเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดว่า “รู้แล้ว” เธอกำลังพูดคุยกับเพื่อนๆ อยู่ที่โต๊ะอย่างมีความสุข ซึ่งไม่ค่อยสมัครใจนัก หลักจากที่เธอลุกจากที่นั่งอย่างอ้อยอิ่ง และก็เดินไปที่กระดาน แต่หลังจากที่มาหากวานเหยา เธอก็ไม่ได้รับแปรงลบกระดานจากมือของกวานเหยา แต่ได้เดินตรงไปที่บริเวณหน้าต่าง

 

           “จริงๆ เลยเธอเนี่ย ไม่อยากทำก็พูดมาตรงๆ สิ ฉันทำเองก็ได้” กวานเหยาขมวด แต่ทว่าเธอมีนิสัยอ่อนโยน และก็ไม่ได้ตำหนิหลี๋หยู่เสวียน ก็แค่หันหน้าไปลบกระดานเอง

 

           ณ เวลานี้ ทันใดนั้นหลี๋หยู่เสวียนก็เปิดหน้าต่างที่อยู่ทางด้านซ้ายของแท่นพูดหน้าชั้นเรียน โดยเปิดกว้างทั้งหมด ซึ่งในห้องเรียนจะไม่อนุญาต เพราะว่าจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

 

           “เธอเปิดหน้าต่างทำไม” กวานเหยาถาม

 

           หลี๋หยู่เสวียนไม่ตอบ จากเมื่อกี้จนถึงตอนนี้ เธอไม่พูดแม้แต่ประโยคเดียว แต่ฉันมองดูท่าทางของเธออยู่ ความรู้ไม่สงบในใจฉันได้ทะลักขึ้นอย่างรุนแรงอยู่พักหนึ่ง และความรู้สึกเช่นนี้ก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

           ฉันรีบยืนขึ้นแล้วพูดว่า “แย่แล้ว รีบหยุดเธอเดี๋ยวนี้! ” 

 

           คนอื่นๆ ในห้องเรียนก็พบว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว และลุกขึ้นอย่างรีบร้อนเพื่อที่จะหยุดหลี๋หยู่เสวียน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว หลังจากที่หลี๋หยู่เสวียนหันหน้ามาแล้วทิ้งรอยยิ้มที่ซึมเศร้าจนน่าขนลุกขนพองไว้ให้ทุกคน หลังจากนั้นก็กระโดดหน้าต่างลงไป

 

           “อย่า!” นักเรียนที่รายล้อมต้องการจะดึงตัวเธอไว้ แต่ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว ร่างของหลี๋หยู่เสวียนได้หายวับไปในห้องเรียน 

 

           “หลี๋หยู่เสวียนกระโดดตึกแล้ว!”

 

           ภายในห้องเรียนได้มีเสียงร้องที่หวาดผวาของนักเรียน ด้านนอกยังมีเสียงของสิ่งของที่หนักหน่วงตกสู่พื้น พร้อมด้วยเสียงที่หนักหน่วง ทุกคนในห้องเรียนล้วนมองไปทางหน้าต่างอย่างบ้าคลั่ง

 

           ชั้นม.5/5 ของพวกเราอยู่ชั้น 5 ความสูงขนาดนี้ก็ทำให้ตายได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลี๋หยู่เสวียนที่เอาศีรษะดิ่งลง ร่างของหลี๋หยู่เสวียนที่อยู่บนพื้นทั้งเลือดทั้งเนื้อสับสนปนเปกันไปหมด โดยเฉพาะศีรษะของเธอได้แตกออก เลือดที่แดงฉานไหลออกมาจากร่างของเธออย่างไม่หยุด บนพื้นเต็มไปด้วยเลือด สถานการณ์ตอนนี้น่าสยดสยองจนดูไม่ได้ เมื่อมองเหตุการณ์อันโหดร้ายทารุณที่อยู่เบื้องหน้านี้ สีหน้าของทุกคนก็ขาวซีดไปเลย

 

           ทำไมหลี๋หยู่เสวียนถึงได้กระโดดตึกอย่างกะทันหันเช่นนี้ เมื่อสองสามนาทีก่อนหน้านี้เธอยังพูดคุยกันอยู่กับเพื่อนๆ อยู่เลย ดูท่าจะคุยสนุกสนานกันมาก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นศพที่เย็นเยือก

 

           ฉันรู้สึกเย็นวูบไปทั้งตัว ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่หยุด คล้ายกับว่ามีพลังงานบางอย่าง ซึ่งอยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ทั้งหมดในห้องเรียน 

 

           ทันใดนั้นก็มีนักเรียนหญิงที่สติแตกคนหนึ่งตะโกนด้วยความบ้าคลั่งว่า “นี่คือคำสาปที่อยู่ในกลุ่ม เริ่มจากการตายของเฉินเฟิง ต่อมาเป็นหลี๋หยู่เสวียน หลังจากนี้ก็จะถึงคราวของพวกเราแล้ว” และสีหน้าของเพื่อนๆ ที่รายล้อมต่างก็เปลี่ยนไป 

 

           หลี่โม่ฟ๋านดึงมือฉัน พูดเป็นเสียงสั่นว่า “เรื่องนี้เป็นอย่างไรกันแน่?”

 

           “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” ฉันส่ายหน้าพลางพูดอย่างตื่นตระหนกตกใจ ความตายได้แผ่คลุมทุกๆ คนในห้องเรียน ระยะเวลาเพียงแค่ 2 วันคิดไม่ถึงว่าจะมีคนตายแล้ว 2 คน

 

  เดิมทีเป็นเพียงแค่แบบสอบถามที่ล้อเล่นกันเท่านั้น แต่กลับก่อให้เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้ค่อยๆ กลายเป็นฝันร้ายที่ทำให้พวกเราไม่มีทางหลบหนีได้

 

           ซึ่งในเวลานี้ นักเรียนที่อยู่ข้างๆ ตะโกนด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวว่า “พวกเธอดูในกลุ่มสิ มีแบบสอบถามใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว!” 

 

           พวกนักเรียนที่มีโทรศัพท์มือถือก็รีบเปิดโทรศัพท์เข้าใช้งาน QQ ฉันก็รีบเปิดโทรศัพท์เหมือนกัน เป็นกลุ่มใน QQ จริงๆ แบบสอบถามในกลุ่มใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกแล้ว ยังคงเป็นเฉินเฟิงที่เป็นผู้ส่ง หัวข้อของแบบสอบถามยังคงเหมือนกับเมื่อวาน จะต้องเลือกข้อใดข้อหนึ่งจากตัวเลือก 2 ข้อด้านล่างนี้

 

           ข้อ1 เซียวหนานจะต้องเต้นรำต่อหน้าเพื่อน

           ข้อเฟิ๋งเฉินเฉินจะต้องกระโดดหน้าต่างห้องเรียน

 

           ดูรายการที่ต้องเลือกตรงหน้าฉันอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “นี่คืออะไร” สีหน้าของหลี่โม่ฟ๋านที่อยู่ข้างก็ประหลาด “ไม่คาดคิดว่าจะให้เซียวหนานเต้นรำต่อหน้าทุกคน? อีกข้อหนึ่งก็ยิ่งไม่เป็นไปตามครรลอง ให้เฟิ๋งเฉินเฉินกระโดดหน้าต่างห้องเรียน นี่ไม่ใช่ให้เขาฆ่าตัวตายเหรอ?”

 

           เซียวหนานมีหน้าตาที่สวยหวาน เป็นผู้หญิงที่นิสัยอ่อนโยน ในเวลานี้เธอมองโทรศัพท์ด้วยสีหน้าที่ขาวซีด พูดด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัวว่า “เป็นไปไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องจริง?”

 

           และเฟิ๋งเฉินเฉินก็ยิ่งตกใจจนค้างไปแล้ว เธอมองดูโทรศัพท์มือถือของตนเอง ด้วยอาการปากสั่นจนพูดไม่ออก

 

Author Glory Forever