มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่ม 1 ตอนที่ 15 เกมเป่ายิ้งฉุบแห่งความตายเริ่มขึ้นแล้ว

       

        หลังจากที่ท่านเฉินเต้าหลิงไปแล้ว ทันใดนั้นในห้องเรียนก็วุ่นวายดั่งกับระเบิดหม้อออก บางคนก็เปิดปากด่าว่า “คนเก่งกล้าสามารถอะไรกันมั่วนิ่มชัดๆ ไม่ได้สนใจความเป็นความตายของพวกเราเลย”

         

        “นี่คือเจ้าสำนักลัทธิเต๋าอะไรกัน? ทำไมไม่มีความสามารถแม้แต่น้อย”

         

        หลี่โม่ฟ๋านพูดอย่างโมโห “เขาพูดมั่วนิ่มอะไร เขาออกไปก็คือการช่วยพวกเราแล้วเหรอ? คือไร?”

         

        ฉันก็กำลังใคร่ครวญคำพูดของท่านเฉินเต้าหลิงอย่างลึกๆ อยู่ คำพูดของท่านแน่นอนว่าท่านต้องมีเหตุผลของท่าน มิฉะนั้นคงไม่จากไปเช่นนี้ โดยเฉพาะตอนที่จะไป ได้มองพวกเราอยู่แวบหนึ่ง คล้ายกับว่าต้องการจะพูดอะไร

         

        แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ชายชราอย่างท่านเฉินเต้าหลิงท่านนี้ก็มาแค่ใส่น้ำจิ้มเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น พวกเรายังคงยากที่จะหลุดพ้นจากคำสาป ด้วยเหตุนี้ต่างคนต่างก็หน้าม่อยคอตก รอคอยการมาของแบบสอบถาม

         

        ไม่นานในกลุ่มก็ได้ปรากฏแบบสอบถามกลุ่มใหม่อีกครั้ง เพื่อนๆ ทุกคนรีบเปิดโทรศัพท์มือถือ ต้องการดูว่าแบบสอบถามคืออะไร

         

        เนื้อหาในแบบสอบถามง่ายมาก สุดสัปดาห์ได้มาถึงแล้ว เพื่อนๆ ทุกคนจะต้องเลือกภารกิจในกลุ่ม 1 รายการ หลังจากยอมรับภารกิจในกลุ่มแล้ว ภายใน 2 วันจะไม่มีแบบสอบถามใหม่ หากผลโหวตเท่ากัน เช่นนั้นจะต้องปฏิบัติพร้อมกันทั้งสองข้อ

         

        ข้อ1 สุ่มนักเรียนในห้องเรียน 6 คน ดำเนินเกมเป่ายิ้งฉุบแห่งความตายตลอด 2วัน

        ข้อ2 สุ่มนักเรียนในห้องเรียนครึ่งห้อง ดำเนินการแข่งขันเกมต่อสำนวนตลอด 2วัน

         

        “แบบสอบถามครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนๆ มาก จำนวนคนก็ไม่ใช่ 1 คนแล้ว” ฉันมองแบบสอบถามที่อยู่ในมือแล้วบ่นพึมพำ แบบสอบถามครั้งก่อนๆ จะเสียสละแค่ 2 คน นักเรียนในห้องสามารถเลือกได้ 1 คนตามใจชอบ

         

แต่ครั้งนี้ คาดไม่ถึงว่าจะมี 6 คน โดยเฉพาะคือสุ่ม อย่างนี้ไม่ว่าเป็นใคร ก็ล้วนถูกเลือกได้ พูดได้ว่า นี่คือรายการที่ไม่มีทางเลือกรายการหนึ่ง

 

       “เชี่ย ครั้งนี้เป็นภารกิจแบบกลุ่ม คนที่ตายไม่ใช่ 2 คนแล้ว” หวางอู่ด่าทอ ลึกๆ แล้วคนอื่นๆ ก็เข้าใจว่าเป็นเช่นนี้  

 

       “ไม่มีทาง ทำได้แค่เลือกข้อ 1 แล้ว เกมอันที่ 2 จะต้องสุ่มคือครึ่งหนึ่งของจำนวนนักเรียนในชั้นเรียน” เกาเจิ้นพูด

 

       “ไม่ผิด จะต้องเป็นเช่นนี้แล้ว” 

 

       ครั้งนี้ทุกคนรวมความเห็นเป็นเอกฉันท์ ทั้งหมดเลือกข้อ 1 และการโหวตในกลุ่มก็สิ้นสุดลง และเฉินเฟิงที่ไม่พูดอะไรอีกในกลุ่ม ทันใดนั้นก็ได้ปริปากพูดแล้ว

 

       “เกมเป่ายิ้งฉุบแห่งความตายเริ่มขึ้นแล้ว กำลังทำการสุ่มผู้เล่น……”

 

       “การสุ่มเสร็จสิ้น คนที่เข้าร่วมการแข่งขันเป่ายิ้งฉุบแห่งความตายคือ จางเว่ย หวางเจิ้ง ซูหย่า ตวนมู่เซวียน มี่เสี่ยวหยู่ หยางย่าซิน”

 

       “ตอนนี้จะประกาศกติกาของเกม”

 

       “กติกาเป่ายิ้งฉุบแห่งความตายมีดังนี้ ในช่วงที่เพิ่งเริ่มต้นทุกคนจะมีคนละ 2ชีวิต สามารถเป่ายิ้งฉุบเป็นคู่ได้ ฝ่ายชนะจะยึดเอาชีวิตของฝ่ายตรงข้าม 1 ชีวิต จนกระทั่งถึงวันจันทร์ตอนเข้าเรียน คนที่มี 3 ชีวิตจะมีชีวิตรอด ส่วนคนที่มีต่ำกว่า 3ชีวิตจะโดนลงโทษด้วยการฆ่าหั่นศพ”

 

       หลังจากที่การประกาศของเกมได้จบลง สีหน้าของคนโดยรอบค่อยๆ เปลี่ยน ต่างคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ และกวานเหยาก็มาที่กระดาน เธอเริ่มเขียนกระดาน

 

       ไม่นานเธอก็เก็บชอล์กด้วยสีหน้าที่ขาวซีด ท่าทางสั่นเทาพลางพูดว่า “เกมนี้ฉันคำนวณแล้ว ทุกคนล้วนมี 2 ชีวิต และหากจะรอดต้องมี 3 ชีวิต ดังนั้นหากต้องการมีชีวิตรอด จักต้องชนะคนที่เข้าร่วมในเกมนี้ 1 ครั้ง เมื่อเป็นเช่นนี้ 6 คนมีทั้งหมด 12 ชีวิต หากต้องมีคนละ 3 ชีวิตถึงจะรอด เช่นนั้นจะมีเพียงแค่ 4 คนเท่านั้นที่สามารถมี 3 ชีวิตแล้วมีชีวิตรอด และ 2คนจะต้องตาย

 

       “ไม่เอา ฉันไม่อยากเล่นเกมนี้!” มี่สี่ยวหยู่ร้องไห้ฟูมฟายพลางพูด สีหน้าเธอขาวซีด และนั่งไม่ติดแล้ว หวางเจิ้งที่อยู่ข้างๆ ก็พูดเหมือนกันว่า “ใช่ พวกเราไม่ต้องเล่น! นี่จะต้องมีคนนะ”

 

       “เห้อ ไม่ใช่ว่าน่าสนุกเหรอ ทำไมไม่เล่นล่ะ” ตวนมู่เซวียนยืนขึ้นพูด ใบหน้าเขาไร้ซึ่งความกลัว แต่กลับเป็นใบหน้าที่ตื่นเต้น

 

       “ใครจะเล่นกับนาย นายไม่ได้ดูกติกาเหรอ? หากแพ้จะต้องตายนะ” หวางเจิ้งตวาดใส่ตวนมู่เซวียน

 

       ตวนมู่เซวียนไม่ได้ตอบโต้ แต่พูดอย่างจริงจังว่า “ในเมื่อนายเห็นกติกาแล้ว ก็น่าจะชัดเจนนะ เกมนี้พวกเราจำเป็นต้องเล่น”

 

       “หากนายต้องการจะตายก็ตายเอง อย่าลากคนอื่นไปด้วย ยังไงเกมอย่างนี้ฉันก็ไม่อยากเล่น” หวางเจิ้งตวาด

 

       “เกรงว่านายไม่เล่นไม่ได้แล้ว” ฉันยืนขึ้นพูด ณ เวลานี้สีหน้าฉันเหมือนกับตวนมู่   เซวียน ไม่ได้มีความหวาดกลัวมากนัก ฉันได้เตรียมใจไว้แล้ว ดังนั้นการเข้าร่วมนี้สำหรับฉันแล้วมันไม่น่าตกใจ

 

       “ทำไม?” หวางเจิ้งถาม

 

       “นายไม่ได้ดูกติกาเหรอ? ในช่วงเริ่มต้นพวกเราจะมี 2 ชีวิต และเกมนี้หากจะชนะต้องมีน้อยสุด 3 ชีวิต ก็คือ หากทุกคนไม่แข่ง มิฉะนั้นทุกคนจะต้องตาย ไม่มีใครรอดพ้นได้” ฉันแสยะยิ้มพูด

 

       “ไม่ผิด” ตวนมู่เซวียนมองฉัน พูดต่อฉันว่า “ในเมื่อเกมนี้คือเป่ายิ้งฉุบแห่งความตาย ก็เพราะคนที่แพ้จะต้องตาย นี่คือเกมที่คนหนึ่งไม่ยึดเอาชีวิตของคนอื่น ก็จะรักษาชีวิตของตนไว้ไม่ได้”

 

       “ยังไงฉันก็ไม่เล่น” หวางเจิ้งตวาด

 

       “แล้วแต่นาย ยังไงก็ยังเหลืออีก 2 วัน นายจะต้องคิดได้” ตวนมู่เซวียนยิ้มพลางพูด หลังจากนั้นเขาหันมามองฉัน พูดด้วยน้ำเสียงที่หยิ่งว่า “นายไม่เลว สนใจจะแข่งกับฉันสักรอบไหม”

 

       “โทษที เวลานี้ฉันไม่คิดที่จะแข่ง” ฉันส่ายหน้าพลางพูด ฉันรู้ตัวดี ถึงแม้จะฉลาดนิดหน่อย แต่เมื่อเทียบกับคนอย่างตวนมู่เซวียนแล้ว ยังคงต่างกันมาก ฉันคงไม่อยากหาความอับอายมาใส่ตัวหรอก

 

       “งั้นก็น่าเสียใจจริงๆ ” ตวนมู่เซวียนส่ายหน้าพลางพูด หลังจากนั้นไปที่มี่เสี่ยวหยู่ พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เป็นอย่างไรบ้าง จะแข่งกับฉันไหม เพียงแค่เธอชนะหนึ่งรอบ เธอก็จะรอดชีวิตออกจากเกมนี้ได้”

 

       “ไม่น่ะ” มี่เสี่ยวหยู่ส่ายหน้าพลางพูด เธอในเวลานี้ระมัดระวังขึ้นอย่างมาก ทุกคนล้วนไม่อยากแข่งเป็นคู่ 

 

       เกมนี้มีแค่ 6 คน ฉะนั้นใน 6 คนจะต้องตาย 2 คน นี่คือตัวเลขที่น่ากลัว ด้วยเหตุนี้ทุกคนล้วนจะระมัดระวังพอๆ กัน

 

       ซูหย่ายิ่งเต็มไปด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกตกใจ เธอมองคนที่อยู่โดยรอบอย่างไร้ซึ่งความช่วยเหลือพลางพูดว่า “ใครสามารถช่วยฉันได้ ฉันควรจะทำยังไงกันแน่?” 

 

       นักเรียนหญิงที่อยู่โดยรอบมองซูหย่าด้วยความดีอกดีใจที่เห็นเธอเดือดร้อน พูดอย่างน้ำเสียงเยาะเย้ยว่า “อยากจะรอดชีวิตไม่ใช่ว่าไม่ง่ายเหรอ เพียงแค่จะต้องแข่งกับคนใดคนหนึ่งใน 5 คนสัก 1 รอบ หากชนะแล้วทุกอย่างก็จบ”

 

       “ไม่ ไม่ได้ ฉันมีแค่ 2 ชีวิตเอง หากแพ้ไปรอบหนึ่งแล้วล่ะก็ช่วยไม่ได้แล้ว” ซูหย่าส่ายหัวพลางพูด

 

       “เช่นนั้นก็ไม่มีทางแล้ว ทำได้แค่แล้วแต่ฟ้าดิน” นักเรียนหญิงที่อยู่ข้างๆ ยิ้มชื่นพูด

 

       และสีหน้าฉันก็จริงจังขึ้นมา เกมเป่ายิ้งฉุบแห่งความตายนี้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ทว่าในพวกเรา 6 คน ยังไม่มีใครเคลื่อนไหว ทุกคนล้วนระมัดระวังพอกัน

 

       “ลูกพี่ นายทำไมไม่ไปหาคู่แข่งล่ะ ด้วยความฉลาดเฉียบแหลมของนาย ยังเอาชนะพวกเขาไม่ได้เหรอ?” หลี่โม่ฟ๋านถามอย่างไม่เข้าใจ

 

       “เห้อ นายนี่โง่จริงๆ เป่ายิ้งฉุบของพันนี้ ไม่มีกติกาแม้แต่น้อย ล้วนพึ่งการทายผิดเป็นโชคชะตา อัตราที่เป็นไปได้คือ 1 ใน 3 ตอนนี้พวกเราทุกคนล้วนมี 2 ชีวิต ก็คือใครก็ตามที่ชนะสัก 1 รอบ ก็จะออกจากเป็นนี้ได้อย่างสำเร็จ”

 

       “แต่ว่า หากแพ้ล่ะ เช่นนั้นบทสรุปก็น่าเศร้าพอๆ กัน” ฉันแสยะยิ้มพูด

 

       “ทำไมพูดเช่นนี้?” หลี่โม่ฟ๋านถาม

 

       “เหตุผลง่ายมาก ในพวกเรา 6 คน ใครๆ ก็ต้องการแค่ ชีวิต แล้วก็จะไม่แข่งกับคนอื่นอีก เพราะว่าไม่ว่าจะชนะอีก ก็ไม่มีความหมาย และคนที่แพ้ก็จบเห่ คนที่แพ้ จะเหลือเพียงแค่ 1 ชีวิต เขาจะต้องคิดวิธีพลิกเกม ในเวลานี้ก็มีสถานการณ์หนึ่งเกิดขึ้น นั่นก็คือคนที่มี 3 ชีวิตจะไม่แข่ง และคนที่มี 2 ชีวิต ก็จะระมัดระวัง มีเพียงแค่คนที่มี 1 ชีวิต ไม่มีทางเลือก ทำได้แค่แข่งต่อไป” ฉันแสยะยิ้มพูด

 

       “หากเป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งต้องช่วงชิงโอกาสก่อนแล้ว” หลี่โม่ฟ๋านพูด

 

       “นั่นแน่นอน แต่ไม่มีใครมั่นใจได้เด็ดขาด” ฉันแสยะยิ้มพูด

 

       “ใช่ ยังไงนี่ก็คือเป่ายิ้งฉุบ แต่ไม่ใช่อย่างอื่น” หลี่โม่ฟ๋านพูด

 

       ในเวลานี้คนในห้องเรียนล้วนใช้สายตาที่ยินดีในความโชคร้ายของพวกเรามองพวกเราที่ถูกเลือก พวกเราเหล่านี้ไม่มีทางเลือก ทำได้แค่เพื่ออยู่รอด และไปแข่งเป่ายิ้งฉุบกับคนอื่นๆ

 

       ซึ่งในเวลานี้ เกมเป่ายิ้งฉุบแห่งความตายรอบแรกได้เริ่มต้นแล้ว ภายใต้ทุกสายตาที่จ้องมองในห้องเรียน ตวนมูเซวียยนมองหยางย่าซินที่อยู่ตรงข้ามอย่างสงบนิ่ง สายตาของหยางย่าซินแดงสด พูดด้วยเสียงสั่นว่า “มาสิ ฉันจะแข่งกับนาย”

 

       “ได้ ฉันสัญญาว่าฉันจะออกแค่ค้อน จะไม่ออกอย่างอื่นเด็ดขาด” ตวนมู่เซวียนพูดกับหยางย่าซิน

 

       “ใครจะเชื่อนาย” หยางย่าซินพูด

 

       หลังจากนั้นเป่ายิ้งฉุบก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว และแขนของทั้งสองก็เหวี่ยงลงมา สายตาของคนที่อยู่โดยรอบล้วนมารวมกัน หยางย่าซินออกค้อน และตวนมู่เซวียนก็ออกค้อน

 

       เสมอ ฉะนั้นจึงทำได้แค่ต้องเริ่มใหม่

       

 

Author Glory Forever