มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่ม 1 ตอนที่ 18 รถบัสที่แปลกประหลาด

 

       หลังจากที่เย่รั่วเซวี่ยอาบน้ำเสร็จ ฉันนั่งอยู่ที่โซฟาคนเดียวซึ่งรู้สึกนั่งไม่ติด นี่ก็น่าแปลก ยังไงก็เป็นผู้หญิงที่สวยอย่างเย่รั่วเซวี่ยกำลังอาบน้ำอยู่ หากฉันไม่มีการตอบสนองแม้แต่น้อย ก็ไม่ใช่ผู้ชายแล้วสิ ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินขึ้นไปชั้น 2

 

       ฉันมองห้องอาบน้ำชั้นบนด้วยสายตาที่ลุกวาว ในกระจกของห้องอาบน้ำมีเงาคนสลัวๆ อยู่หนึ่งเงา

 

       ดวงตาทั้งคู่จ้องมองที่ห้องอาบน้ำ ลูกตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้าตา ฉันอดใจไม่ไหวจนอยากกระโจนเข้าไปในห้องอาบน้ำ แต่ฉันก็เข้าใจหากเข้าไปแล้วล่ะก็จะเป็นการผิดกฎหมาย เย่รั่วเซวี่ยทั้งสวยน่ารักเหลือเกิน แน่นอนว่าตนเองนั้นก็ทนไม่ได้ ดังนั้นคิดไปคิดมา ควรจะเข้มแข็งยับยั้งไฟในใจ ดังนั้นฉันก็กลับมานั่งที่โซฟาอีก

 

       ผ่านไปสักครู่ เย่รั่วเซวี่ยสวมผ้าเช็ดตัวเดินลงมา ถึงแม้เย่รั่วเซวี่ยจะร่างเล็ก แต่ที่ควรจะมีล้วนมีหมด ผิวพรรณของเธอก็ขาวอย่างชีส ละเอียดจนทำให้หายใจอึดอัด ฉันไม่เบิกตาโตไม่ได้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความทึ่มๆ เซ่อๆ 

 

       “อย่าใช้สายตาแบบนี้มองฉัน” เธอโมโหอย่างงามหยาดเยิ้มพลางพูด แต่คล้ายว่าเธอจะดีใจ ใส่ผ้าเช็ดตัว ตัวเธอมีกลิ่นหอมน่าหลงใหลกระจายออกมา

 

       “ขอโทษ เป็นเพราะเธอสวยเหลือเกิน” ฉันรีบพูด

 

       “เห้อ ใช่เหรอ? แต่ว่าในชั้นเรียนของพวกเรา ฉันก็ไม่ใช่คนที่สวยที่สุด กวานเหยาพูดว่าอะไรล่ะ สวยกว่าฉันเยอะเลย” เย่รั่วเซวี่ยตั้งใจพูด ขนตาที่หนาทึบคู่นั้นได้กระพริบอยู่ ซึ่งกำลังตรวจสอบปฏิกิริยาของฉันอยู่

 

       “ที่ไหนกัน ในใจฉันเธอคือคนที่สวยที่สุด” ฉันรีบตอบ พูดความจริง เย่รั่วเซวี่ยอยู่ในชั้นเรียนแน่นอนว่าไม่ใช่คนที่สวยที่สุด และก็ไม่ได้เซ็กซี่ที่สุด แต่เธอกลับน่ารักที่สุด และเป็นแบบที่ฉันชอบ

 

       “เห้อ ใครจะรู้ว่านายจะหลอกฉันหรือป่าว?” เย่รั่วเซวี่ยหันหน้ามาพูด แต่ใบหน้าน้อยๆ นั้นละมุนละไมขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อและผิวหนังของทั้งตัวเธอขาวเหมือนเด็กทารก ไม่มีจุดด่างพร้อยใดๆ และนั่งลงข้างๆ ฉันอย่างนี้ ทำให้ฉันเคลื่อนย้ายสายตาไม่ได้

 

       ฉันนั่งข้างๆ เธอ มองเธอที่อยู่ใกล้ๆ ในใจเต้นตึกๆ อยู่ตลอด นี่คือครั้งแรกทีฉันอยู่ใกล้กับผู้หญิงอย่างนี้ โดยเฉพาะเป็นผู้หญิงที่ฉันชอบ

 

       ตอนนี้ฉันยืนยันได้แล้วว่า ฉันชอบเย่รั่วเซวี่ยเข้าแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเธอเป็นรูปโฉมเป็นนิสัย ฉันล้วนชอบมาก 

 

       เธอถูกสายตาที่แผดเผาของฉันมองจนรู้สึกปรับตัวไม่ได้นิดหน่อย เย่รั่วเซวี่ยดึงมือฉัน พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ใช่แล้ว ตอนนี้นายมีแค่ 1 ชีวิตแล้ว ต่อไปจะไปเอาชนะกับใครล่ะ?”

 

        “ตอนนี้มีแค่หวางเจิ้ง มี่เสี่ยวหยู่ หยางย่าซินแล้ว ซูหย่ากับตวนมู่เซวียนก็ออกจากเกมแล้ว” ฉันพูดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้ฉันมีแค่ 1 ชีวิต ทำได้แค่หาทางเอาชนะ 3 คนนี้แล้ว

 

       และใน 3 คนนี้ หยางย่าซินมีแค่ 1 ชีวิต หากชนะเขาก็ไม่มีความหมายใดๆ จะต้องหาทางเพื่อให้ได้รับโอกาสจากคนใดคนหนึ่งใน 2 คนนี้ให้ได้

 

       “นายฉลาดอย่างนี้ แน่นอนว่าจะต้องชนะ” เย่รั่วเววี่ยพูด ฉันพยักหน้าด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหม่นหมอง “แต่ตอนนี้หากฉันต้องการชนะจะต้องมี 2 ชีวิต ซึ่งนี่รู้สึกว่าจะต้องช่วงชิงเอาชีวิตของคน 2 คน”

 

       “ขอโทษ ล้วนเป็นเพราะฉัน” เย่รั่วเซวี่ยพูดแล้วก้มหน้า ใบหน้าที่งดงามนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

 

       “ไม่เป็นไร ฉันจะต้องชนะแน่นอน” ฉันพูดช้าๆ อย่างมั่นใจ ในขณะเดียวกันมือซ้ายได้จับมือน้อยๆ ของเย่รั่วเซวี่ยด้วยอาการสั่นเทา ร่างกายของเย่รั่วเซวี่ยสั่นเล็กน้อย แต่กลับไม่ปฏิเสธ และก้มหน้าลงแล้วพูดอย่างหน้าแดงว่า “จางเว่ย ขอบคุณนะ”

 

       “ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องขอบคุณฉัน” ฉันพูดพลางยิ้ม

 

       ทันใดนั้นบรรกาศก็ตรึงเครียดขึ้น ฉันจากที่ไม่เคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน และก็ไม่มีประสบการณ์ที่จะรับมือกับผู้หญิง ด้วยเหตุนี้จึงไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร และเย่รั่วเซวี่ยก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน

 

       บรรกาศที่ตรึงเครียดได้ติดต่อกันมาเป็นเวลา 10 นาทีแล้ว เย่รั่วเซวี่ยเพื่อลดความตรึงเครียด จึงหยิบโค้กมาจากตู้เย็น 1 กระป๋องแล้วยื่นให้ฉัน ฉันรีบดื่มทันที

 

       “นายว่า มือมืดที่อยู่เบื้องหลังเกมนี้คือใคร เกมเป่ายิ้งฉุบแห่งความตายน้อยสุดก็จะต้องตาย 2 คน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป จะทำอย่างไร?” เยรั่วเวี่ยถามขึ้นมาทันที

 

       ดวงตาของเธอแฝงไปด้วยความกลัวและความกังวล มองฉันที่น่าสงสารเหลือเกิน ฉันลังเลอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นพูดว่า “ถึงแม้ฉันจะไม่ชัดเจน แต่หากพวกเราต้องการหลุดพ้น มีเพียงทางเดียวก็คือหาจุดอ่อนของมือมืดที่อยู่เบื้องหลัง ตอนนี้พลังของมือมืดที่อยู่เบื้องหลังที่รู้ๆ อยู่มี 2 แบบ”

 

       “แบบที่ 1 คือความสามารถในการออกแบบสอบถาม อีกแบบหนึ่งคือความสามารถที่สามารถฆ่าพวกเราคนใดคนหนึ่งได้ทุกเวลา พูดได้ว่ามือมืดที่อยู่เบื้องหลังมีความแข้งแกร่งเป็นประวัติการณ์ แต่นอกจากพวกเราแล้ว นักเรียนมากมายในโรงเรียน เหมือนกับว่ามือมืดที่อยู่เบื้องหลังก็ทำอะไรพวกเขาไม่ได้”

 

       “ความหมายของนายคือ?” เย่รั่วเซวี่ยมองฉันพลางพูด

 

       “ไม่ผิด มือมืดที่อยู่เบื้องหลังแข็งแกร่งมาก แต่มันไม่อาจฆ่าคนได้ตามใจชอบ มิฉะนั้นพวกเราก็ตายกันนานแล้ว ไม่ใช่แค่พวกเรา ทั้งโรงเรียนก็ตายกันหมดนานแล้ว แต่เหตุการณ์เช่นนี้กลับไม่เกิดขึ้น หากฉันทายไม่ผิด มือมึดที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่ว่าไม่คิด แต่ยังทำไม่ได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ ก็ไม่ได้แสดงว่าต่อไปก็จะทำไม่ได้”

 

       “พวกเราต้องพยายามคิดหาทุกวิธี เพื่อหาตัวมือมืดที่อยู่เบื้องหลัง เช่นนี้พวกเราถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อไป” ฉันวิเคราะห์อย่างใจเย็นแล้วพูด 

 

       “แต่ทว่าตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสเลย ไม่มีใครรู้ว่ามือมืดที่อยู่เบื้องหลังเป็นคนหรือเป็นผี นอกจากแบบสอบถามที่กำหนดวันละครั้ง เวลาอื่นๆ พวกเราก็ไม่มีโอกาสหาเขาได้”

 

       “ใช่แล้ว ในเมื่อเขาเข้าสู่ระบบ QQ เช่นนั้นจะต้องมีสถานที่ที่ใช้ในการเข้าสู่ระบบ ไม่แน่ว่าอาจจะหาเขาเจอได้” ฉันพูดขึ้นทันที

 

       “พอเถอะ พวกเราไม่ต้องคุยปัญหานี้กันแล้ว” เย่รั่วเซวี่ยมองฉันพลางพูด หลังจากนั้นก็เอียงหัวมาพิงที่ไหล่ฉันอย่างเบาๆ ดวงตาที่ดั่งท้องฟ้าในยามราตรีคู่นั้นจ้องมองฉัน

 

       ฉันก็มองเธอเหมือนกัน แต่ไม่นานฉันก็พูดอย่างลังเลว่า “หนึ่งทุ่มแล้ว ฉันควรจะกลับได้แล้ว”

 

       “ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ไม่งั้นนายก็นอนที่นี่เถอะ” เย่รั่วเซวี่ยลังเลอยู่พักใหญ่ ทันใดนั้นก็ปริปากพูด

 

       “ไม่ถือว่าเย็นมากนะ เพิ่งหนึ่งทุ่มเอง เธอสงสัยในความเร็วของฉันเหรอ?” ฉันมองเธอด้วยอาการที่ไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่ เข้าใจว่าเย่รั่วเซวี่ยกำลังดูถูกฉันอยู่ แต่เย่รั่วเซวี่ย มองฉันจนตกตะลึงตาค้าง ภายในตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความโมโหและความเคอะเขิน

 

       แต่ฉันไม่ได้สังเกตสถานการณ์นี้แม้แต่น้อย ฉันมองเธอครู่หนึ่ง หลังจากนั้นพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “จะให้เธอได้รู้ถึงความเร็วที่แท้จริงสักหน่อย” พูดจบฉันก็หันหลังออกจากบ้านของเย่รั่วเซวี่ยไป

 

       ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาที ฉันก็กลับถึงบ้านของตนเอง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ ฉันกำลังจะส่งข้อความให้เย่รั่วเซวี่ยอยู่พอดี กลับนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาทันที

 

       “แม่ง เย่รั่วเซวี่ยให้ฉันพักอยู่ที่บ้านของเธอ แต่ฉันกลับปฏิเสธเสียนั่น?!” ฉันบ่นพึมพำด้วยความตกตะลึงจนตาค้าง นี่ถือเป็นโอกาสที่ดี นึกถึงตอนที่เย่รั่วเซวี่ยสวมผ้าเช็ดตัวแล้ว ฉันถึงกับน้ำลายไหล

 

       น่าเสียดายที่ทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว เพราะว่าความโง่ของฉัน 

 

       “คนกระจอกๆ ถูกกำหนดให้ต้องโดดเดี่ยวตลอดชีวิต” ฉันทอดถอนใจพลางพูดอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่หลังจากที่ความเสียใจผ่านพ้นไป ไม่นานฉันก็ปล่อยวางเรื่องนี้ และเริ่มครุ่นคิดถึงเรื่องราวของพรุ่งนี้

 

       พรุ่งนี้ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวัน ภายในหนึ่งวันนี้ ฉันจักต้องหาวิธีรวบรวมให้ครบ 3 ชีวิต ถึงพอที่จะมีชีวิตรอดต่อไปได้ มิฉะนั้นก็ต้องรอคอยความตายที่เลี่ยงไม่ได้

 

       แต่หากว่ามีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว ก็แค่พอที่จะประคองชีวิตให้รอดไปวันๆ เท่านั้น ฉันจะต้องคิดหาวิธีให้ได้

 

       “ดูแล้ว พรุ่งนี้จะต้องไปหาคุณย่าแล้ว” ฉันนอนบ่นพึมพำอยู่บนเตียง หลังจากนั้นก็วางโทรศัพท์มือถือลง ไม่นานฉันก็นอนหลับไป

 

       วันที่ 2 ฉันซื้อตั๋วรถ 1 ใบ เตรียมจะไปบ้านคุณย่าที่ชนบท รวมทั้งจะไปเอาของสิ่งหนึ่งที่อยู่ที่นั้น ของสิ่งนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะช่วยฉันได้

 

       หลังจากนั้นฉันก็นั่งบนรถบัส รถเริ่มออกตัวอย่างช้าๆ บ้านของคุณย่าอยู่ในชนบทที่ห่างไกล หลังจากที่พ่อกับแม่ของฉันย้ายมาที่ในเมือง ท่านก็อยู่คนเดียว

 

       แม้ว่าพ่อกับแม่อยากจะให้ท่านเข้าเมืองมาตลอด แต่คุณย่ากลับไม่ตกลง ท่านคิดว่าอากาศในเมืองไม่ดี ด้วยเหตุนี้จึงพักอยู่ที่ชนบทมาตลอด พอถึงวันหยุด ฉันก็จะไปเยี่ยมท่านบ่อยๆ ในช่วงปีใหม่ก็เป็นเช่นนี้

 

       รถเริ่มแล่น สิ่งแวดล้อมโดยรอบเริ่มค่อยๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่นานรอบๆ ได้กลายเป็นพื้นที่ภูเขา ในรถบัส ฉันเล่น QQ อยู่บนที่นั่งอย่างไม่หยุด

 

       ใน QQ เย่รั่วเซวี่ยคล้ายว่าไม่ยอมที่จะสนใจฉัน ฉันส่งข้อความให้เธอติดกันหลายข้อความ เธอก็ไม่ตอบกลับ ซึ่งนี่ทำให้ฉันหมดคำพูดเป็นอย่างมาก ดูแล้วฉันไม่ค่อยเข้าใจเรื่องความรักสักเท่าไหร่ และทำให้เย่รั่วเซวี่ยโกรธอีก

 

       “เฮ้เฮ้ ไม่เป็นไร รอฉันไปขอโทษเธอด้วยตัวของฉันเอง ไม่งั้นก็ยอมสละตัวเองเพื่อปลอบใจเธอ” ฉันนึกถึงจุดนี้ ฉันแสยะยิ้มแบบมีเลศนัย

 

       ในระหว่างที่รถบัสแล่นอยู่บนทาง เพราะว่าเวลาที่ยาวนาน ฉันก็เริ่มง่วงหงาว หาวนอน ในระหว่างที่ง่วงนอนนั้น ฉันก็ลืมตาขึ้นอย่างทันที เพราะว่าทันใดนั้นที่นั่งข้างๆ ฉันมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่

 

       เดิมทีที่นั่งของฉันจะมีเพียงแค่ฉันคนเดียว ทั้งรถบัสก็มีแค่ 20 – 34 คน มีที่นั่งว่างมากมาย เดิมทีข้างๆ ฉันไม่ได้มีเด็กผู้หญิง ตอนนี้กลับเพิ่มเด็กผู้หญิงมาอีกหนึ่งคน

 

       “เธอเป็นใคร?” ฉันมองเด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ฉันแล้วพูด เด็กผู้หญิงคนนี้ดูท่าจะสักประมาณ 12 – 13 ปี สวมชุดสีแดง สีหน้าขาวซีดบ้าง ดวงตาทั้งคู่นั้นยิ่งเต็มไปด้วยความชั่วร้าย 

 

       “พี่ชาย ฉันหลงกับพ่อของฉันแล้ว ฉันกลัวมาก” เด็กหญิงคนนี้พูดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

 

       “อย่ากลัวเลย เธอมีอะไรก็บอกฉันได้” ฉันชำเลืองมองเด็กผู้หญิงคนนี้พลางพูด หากไม่เหนือความสามารถ ความรู้สึกที่ฉันมีต่อเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ดีมากนัก เพราะว่ากระโปรงสีแดงฉูดฉาดที่เธอสวมอยู่ ยังมีสีผิวที่ขาวซีดนั้นอีก ล้วนทำให้ฉันไม่ชินมากนัก

 

       “งั้นก็เยี่ยมไปเลย พี่ชาย พี่ช่วยฉันหาพ่อกับแม่ได้ไหม?” เด็กหญิงมองฉันอย่างรอคอย ใบหน้าน้อยๆ ที่ขาวซีดกลับน่าสงสาร ทำให้ฉันไม่มีทางปฏิเสธได้

 

       แต่เวลานี้ ทันใดนั้นรถก็หยุดกระทันหัน ตัวฉันได้ล้มลงไปข้างหน้า หลังจากที่ฉันกลับมานั่ง แล้วมองไปรอบๆ สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

 

       “ขอโทษ ฉันไม่สามารถรับปากได้” ฉันส่ายหน้าพลางพูด

       “ทำไมล่ะ พ่อกับแม่ของฉันหายไปแล้ว” เด็กผู้หญิงคนนี้ร้องไห้อย่างเศร้าโศกพลางพูด

       “ฉันไม่มีเวลาอธิบายให้เธอ” ฉันชำเลืองมองเธออย่างเยือกเย็น หลังจากนั้นก็พูดกับคนขับรถว่า “ฉันจะลงรถ”

 

       คนขับรถมองฉันแวบหนึ่ง หลังจากนั้นก็หันกลับไป ประตูรถเปิดออก ฉันหันหลังเดินลงจากรถไป หลังจากนั้นรถบัสคันนี้ก็ออกตัวไปอย่างช้าๆ มองเงาของรถบัสที่จากไป สีหน้าขาวซีดเมื่อกี้ของฉันก็ดีขึ้น 

         

 

Author Glory Forever