มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่ม 1 ตอนที่ 20 หลุดพ้น

       “เธอรู้ได้ยังไง?” ทันใดนั้นคนขับรถก็บิดหน้ามาแล้วถาม หัวของเขาหมุน 180องศา คอของเขาบิดเป็นหนึ่งรอบ ใบหน้าที่เยือกเย็นนั้นกำลังมองฉันอยู่ แน่นอนว่าสถานการณ์น่าหวาดผวา แต่ทว่าฉันมองเขาอย่างไม่กระตือรือร้น หลังจากนั้นพูดอย่างสงบเงียบว่า “ง่ายมาก ผมรู้ตั้งแต่แรกแล้ว”

 

       “ตอนที่ผมเริ่มขึ้นรถก็สังเกตเห็นแล้วว่า ในรถบัสของคุณทั้งหมดล้วนมีแต่คนตาย แม้แต่คุณก็ไม่ยกเว้น” ฉันยิ้มพลางพูด

 

       “ดังนั้นเธอถึงเลือกที่จะลงจากรถใช่ไหม?” คนขับรถถามฉัน

 

       “ไม่ผิด ตอนนั้นผมยังคิดไม่ถึงว่าจะพบกับพวกคุณอีก แต่ต่อมาผมรู้สึกว่า เรื่องราวไม่ได้ง่ายอย่างนั้น ผมยังคงขึ้นรถบัสของคุณอีกแล้ว รวมทั้งครั้งนี้ผมไม่มีทางที่จะลงได้” 

 

       “เวลานั้นผมก็กำลังคิดว่า ทำไมครั้งก่อนผมถึงลงจากรถได้อย่างง่ายดาย แต่ครั้งนี้กลับไม่มีทางลงไปได้ ต่อมาประกอบกับสิ่งที่ได้เห็นอย่างลักษณะพื้นภูมิและเส้นทาง ผมก็คิดเหตุผลออกมาได้หนึ่งข้อ”

 

       “นั่นก็คือเส้นทางที่รถบัสพาผมมานั้นไม่ได้ผ่านสะพานแห่งนั้น คือสะพานแม่น้ำสองลี้ ดังนั้นฉันไม่ได้ตาย แน่นอนว่าถึงลงจากรถได้ เพราะรถบัสคันนี้ใช้โดยสารคนตาย แต่ไม่ใช่คนเป็น” ฉันแสยะยิ้มพูด

 

       “พูดต่อสิ” คนขับรถปริปากอย่างเมินเฉย เขามองฉันไปด้วย ขับรถไปด้วย จริงๆ แล้วเขาไม่จำเป็นต้องมองด้านหน้าเลยด้วยซ้ำ ก็สามารถแล่นไปได้อย่างมั่นคง

 

       “หลังจากที่ผมออกจากรถบัสไป ผมก็ได้เรียกรถมอเตอร์ไซค์ 1 คัน คนที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์คนนั้น ตอนที่ผ่านสะพานแม่น้ำสองลี้ ได้บอกผมว่า สะพานแห่งเมื่อไม่นานมานี้ มีรถบัสคันหนึ่งได้ตกลงไปในแม่น้ำ ผู้โดยสารภายในรถไม่มีใครรอดตายสักราย”

 

       “ถ้าผมทายไม่ผิด ก็คงจะเป็นรถคันนี้สินะ พวกคุณทั้งหมดล้วนตายในภัยพิบัติครั้งนั้น โดยเฉพาะตัวการก็คือคุณ!” ฉันชี้หน้าคนขับรถพลางพูด ใบหน้าคนขับรถเปลี่ยนไปอย่างเยือกเย็น หลังจากนั้นก็พูดต่อว่า “ไม่ผิดก็เป็นฉันเนี่ยแหล่ะ ถึงเธอจะรู้แล้ว ทำไมถึงรู้ว่าจะต้องหยิบโทรศัพท์ฉัน?”

 

       “ง่ายมาก ตอนที่ผมมาที่รถคันนี้ครั้งแรก ผู้โดยสารที่อยู่รอบๆ ล้วนไม่สนใจผม แต่ว่าครั้งที่ 2 ที่ผมขึ้นมา ท่าทางที่ผู้โดยสารที่อยู่โดยรอบมีต่อผมนั้นกลับดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงคนนี้ ท่าทางที่มีต่อผมเปลี่ยนไปมากโดยสิ้นเชิง เพราะว่าเธอได้มองผมเป็นเพื่อนร่วมทางคนหนึ่งแล้ว หากว่าผมทายไม่ผิด ในสายตาของพวกคุณผมได้กลายเป็นคนตายคนหนึ่งแล้ว?” 

 

       “ผมได้สอบถามเรื่องภัยพิบัตินั้นแล้ว มีคนตายทั้งหมด 26 คน แต่ทว่าคุณดูในรถตอนนี้สิ อย่างน้อยก็ 30 คนแล้ว 4 คนนั้นมาจากไหนเหรอ? เกรงว่าคงจะโชคร้ายเหมือนผมใช่ไหม?” ฉันแสยะยิ้ม

 

       คนขับรถพยักหน้าพูด “ไม่ผิด พวกเขาก็เหมือนกับเธอ ล้วนเลือกที่จะขึ้นรถบัสคันนี้ และพวกเขาก็ไม่มีทางที่จะออกไปได้”

 

       “ใช่ ใครจะคิดว่ารถทั้งคันมีแต่คนตาย แม้แต่คนขับรถก็เป็นคนตาย” ฉันยักไหล่ พูดด้วยสีหน้าที่เยาะเย้ยว่า “จากท่าทางของพวกคุณ ผมรู้ว่าผมจะต้องตายแน่นอน”

 

       “แล้วจะตายยังไงล่ะ การตายมีตั้งหลายวิธี แต่เชื่อมกับภัยพิบัติที่รถคันนี้เคยประสบ เช่นนั้นปัญหาต่างๆ ก็แก้ได้อย่างง่ายดายแล้วว่า ผมก็คงจะต้องตกลงในแม่น้ำพร้อมกับรถคันนี้แน่นอน” 

 

       “เช่นนั้นก็มีปัญหาขึ้นมาอีกว่า ทำไมตอนนี้รถคันนี้ถึงยังอยู่เย็นเป็นสุขดี? เพราะว่าต้องการจุดเปลี่ยนพลิกสถานการณ์ ตอนที่ผมขึ้นรถมา เคยมองป้ายที่ติดหน้าอกของคุณ คุณน่ะเป็นคนขับรถมืออาชีพที่มีประสบการณ์มา 20 ปีแล้ว น่าจะไม่ทำความผิดที่โง่เขลาเช่นนี้ ซึ่งได้ส่งผลให้คนมากมายต้องมาตาย แต่ทว่าในที่สุดรถก็ตกลงไปในแม่น้ำ”

 

       “ด้วยเหตุนี้ผมกำลังคิดว่า หรือว่ามีอะไรที่ได้กระตุ้นคุณอย่างกะทันหัน บวกกับตอนที่คุณขับรถ แล้วมองโทรศัพท์มือถืออยู่ตลอดเวลา และบวกกับที่เด็กผู้หญิงคนนี้เคยบอกกับผมว่า เธอเสียพ่อกับแม่ไปแล้ว ผมได้ข้อสรุปที่น่าตกใจมาหนึ่งข้อ”

 

       “คุณคืออาของเด็กผู้หญิงคนนี้! ตอนที่คุณขับรถ ทันใดนั้นก็ได้รับข่าวการตายของพี่ชายและพี่สะใภ้ ด้วยเหตุนี้ภายใต้ความสับสนที่ถึงขีดสุด ถึงกับทำให้ขับรถลงแม่น้ำได้ และได้ก่อเกิดโศกนาฏกรรม” ฉันชี้หน้าคนขับรถพลางพูด

 

       “ไม่ เธอพูดผิดนิดหน่อย ฉันคือลุงของเด็กผู้หญิงคนนี้ คนที่ตายคือน้องชายกับน้องสะใภ้ พวกเขาถูกทำร้ายจนตายน่ะ” คนขับรถมองฉันพลางพูดด้วยความเยือกเย็น

 

       “ยังไงก็ได้ แต่การคาดเดาของผมส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้ และวิธีการที่จะหลีกเลี่ยงความตายก็มีแค่หนึ่งเดียว นั่นก็คือหยุดยั้งคุณไม่ให้คุณเห็นข้อความนี้ แล้วเกิดความรู้สึกไม่สบายจนขาดสติ” ฉันแสยะยิ้ม แล้วมองข้อความโทรศัพท์มือถือในมือพลางพูด

 

       ข้อความที่อยู่ในมือฉัน มี 1 ข้อความพอดี ด้านบนมีเพียงแค่ประโยคเดียว ลูก น้องชายของลูกตายแล้ว น้องสะใภ้ของลูกก็ไม่อยู่แล้ว พวกเราควรจะทำอย่างไร? คนคนนั้นพวกเราแหย่ไม่ได้จริงๆ

 

       “เป็นโศกนาฏกรรมจริงๆ น่ะ” ฉันมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมืออย่างเมินเฉยพลางพูด 

 

       “น้องชายกับน้องสะใภ้ของฉันถูกหัวหน้าใหญ่ของกลุ่มอิทธิพลมืดทำร้ายจนตาย ฉันต้องการจะแก้แค้นให้พวกเขา” คนขับรถมองฉันพลางพูดด้วยความเยือกเย็น

 

               “ดังนั้นคุณจึงฆ่าคนอย่างไม่หยุด ฆ่าคนบริสุทธิ์เพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเอง” ฉันแสยะยิ้มพูด

         

       “ไม่ผิด รถส่งวิญญาณของฉันต้องการแค่คนตายเพิ่มมากขึ้น เช่นนั้นแล้วขอบเขตในการวิ่งรถก็จะยิ่งกว้างขึ้น จะช้าหรือเร็วสักวันฉันจะต้องไปอยู่เบื้องหน้าของศัตรู เพียงแค่มันเดินขึ้นรถคันนี้ ฉันก็มีวิธีที่จะทำให้มันตายทั้งเป็น” คนขับรถพูดด้วยสีหน้าที่ดุร้าย 

 

       “น้องชายกับน้องสะใภ้ของคุณเป็นผู้บริสุทธิ์จริง แต่ทว่าคนอื่นๆ ที่ตายบนรถบัสคันนี้ล่ะ ไม่ใช่ว่าก็เป็นผู้บริสุทธิ์เหมือนกันเหรอ? ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว คุณกับหัวหน้าใหญ่ของกลุ่มอิทธิพลมืดคนนั้นก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่?” ฉันแสยะยิ้มพูด หลังจากนั้นฉันได้หันหลังกลับไปนั่งข้างๆ เด็กผู้หญิงในท่ามกลางสายตาที่สับสนของคนขับรถ แล้วโอบเด็กผู้หญิงคนนี้ไว้ในอ้อมอกอย่างเบาๆ 

 

       “พอเถอะ ยังไงผมก็ไม่อยากจะยุ่ง ส่งผมลงที่สถานีด้วย” ฉันพูดด้วยสีหน้าที่เบื่อหน่าย ในขณะเดียวกันสายตาก็มองเด็กผู้หญิงชุดแดงที่อยู่ในอ้อมอก ควรจะเรียกว่าผีผู้หญิงชุดแดง

 

       “พี่ชาย มาเล่นเป็นเพื่อนฉันเถอะ คนอื่นๆ ต่างก็แข็งทื่อไม่ยอมเล่นกับฉัน” เด็กผู้หญิงมองฉันพลางพูด

 

       “ขอโทษด้วย ฉันยังมีเรื่องสำคัญที่ต้อง แต่ถ้าหากมีเวลาฉันก็จะเล่นกับเธอ” ฉันยิ้มไปด้วย และจับแก้มของเด็กผู้หญิงไปด้วย

 

       ดูท่าเด็กผู้หญิงคนนี้จะอ้างว้างมาก เธอส่ายหน้าอย่างกับไม่ยอมรับฟัง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิว่า “ทุกคนต่างก็เยือกเย็นกันหมด ตลอดทั้งวันไม่พูดแม้แต่ประโยคเดียว อีอีรู้สึกเบื่อมาก”

 

       “อีอี ชื่อนี้ไม่เลวเลย ยังเพราะมากด้วย” ฉันฉีกยิ้ม

 

       “ใช่ไหม?” เด็กผู้หญิงพูดด้วยความดีใจ ตอนที่เธอยิ้ม บริเวณริมฝีปากล้วนมีแต่เลือดแดงฉาน ดูแล้วก็น่ากลัวอยู่บ้าง ฉันขมวดคิ้ว แล้วหยิบกระดาษทิชชู่ออกมา 1 ห่อ เพื่อซับเลือดที่อยู่ตรงมุมปากของเธอ รวมทั้งมองดวงตาของเธอพลางพูด “ตอนที่เธอยิ้มอย่าหรี่ตาสิ มิฉะนั้นจะทำให้คนตกใจตายได้”

 

       “พี่ชายจะตกใจตายไหม?” เด็กผู้หญิงมองฉันอย่างรอคอย

 

       “ก็น่าจะตกใจตายได้” ฉันบ่นพึมพำพลางพูด

 

       “งั้นก็เยี่ยมไปเลย พี่ชาย พี่ก็มาให้ฉันหลอกจนตกใจตายไปเลยสิ หลังจากนั้นพวกเราก็จะสามารถอยู่ด้วยกันตลอดไปได้” เด็กหญิงชุดแดงพูดพลางยิ้ม แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร รอยยิ้มนั้นก็น่าสะพรึงกลัวอยู่ดี

 

       “ไม่ได้ ฉันยังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องทำ รอวันที่ฉันนั้นว่างเปล่าแล้วค่อยว่ากันเถอะ” ฉันมองเด็กหญิงที่น่ารักและปากหวานก้นส้มคนนี้ แล้วเงียบกริบพักหนึ่ง

 

       “พี่ชายใจแคบจริงๆ ” อีอีชำเลืองมองฉันอย่างไม่พอใจ ซึ่งนี่ทำให้ฉันหมดคำพูดอยู่พักหนึ่ง แต่ฉันก็ไม่กล้ารับปากอีกต่อไป เพราะว่าคนไม่มีทางหลอกผีได้ หากฉันตกปากรับคำเธอไป เดี๋ยวก็ลงจากรถไปไม่ได้จริงๆ แล้วล่ะสิ 

 

       “เดิมทีฉันคิดว่าพี่จะต้องตาย ครั้งนี้ไม่มีอะไรเล่นแล้วสิ” สาวน้อยที่น่ารักอย่างอีอีนี้พูดด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม ฉันนั่งปลอบเธออยู่ข้างๆ แต่สายตามองไปนอกหน้าต่าง

 

       คนขับรถไม่ได้หลอกฉัน พวกเราได้ผ่านสะพานแม่น้ำสองลี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปที่สถานีสุดท้าย ดูแล้วฉันน่าจะหลบหลีกความตายได้สำเร็จแล้ว ในรถส่งวิญญาณ ไม่ต้อนรับคนเป็นจริงๆ ด้วย

 

       ไม่นานรถบัสคันนี้ก็มาถึงสถานีสุดท้าย ในที่สุดรถบัสได้เริ่มหยุดลงแล้ว และ ณ เวลานี้ฉันกับอีอีกำลังทะเลากันอยู่

 

       “เธอออกไปได้แล้ว” น้ำเสียงที่เยือกเย็นของคนขับรถดังขึ้น

 

       “งั้นก็ขอบคุณที่คุณได้ส่งผมมาตลอดทั้งทาง” ฉันยืนขึ้นจากที่นั่งแล้วพูด หลังจากนั้นก็ฉีกยิ้มให้กับคนขับรถ

 

       คนขับรถกลับไม่ได้มองฉัน แต่แค่พูดอย่างเงียบๆ ว่า “คนอย่างนายน่ากลัวจริงๆ ”

 

       “น่ากลัวเหรอ? ผมเพียงแค่ต้องมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปแค่นั้น” ฉันฉีกยิ้ม แล้วจัดระเบียบชายเสื้ออย่างเบาๆ หลังจากนั้นก็เดินออกจากรถไปอย่างช้าๆ รอบๆ ล้วนมีแต่คนตาย สีหน้าของพวกเขาขาวซีด ต่างคนต่างก็เงียบกริบไม่ส่งเสียง

 

       นี่คือรถบัสแห่งความตาย พอเดินเข้ามาแล้ว หากต้องการจะลงไปนั้นยากเย็นเป็นที่สุด แต่ไม่ต้องสงสัยแม้แต่น้อยเลย ที่ฉันมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปอีกครั้งได้

 

       “เห้อ” น้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างเยือกเย็นของคนขับรถ หันหน้ากลับไปโดยที่ไม่พูดอะไร

 

       “พอแล้ว อีอี หากมีเวลาฉันจะมาเยี่ยมเธออีก ตอนนี้ลาก่อนแล้วค่อยพบกันใหม่” ฉันโบกมือร่ำลาอีอี

 

       สาวน้อยน่ารักอย่างอีอีคนนี้ ก็รีบโบกมือร่ำลาฉันเหมือนกัน หลังจากที่ฉันเพิ่งลงจากรถบัส ณ เวลานี้ฉันมาถึงเขตในเมืองแล้ว และรถบัสที่อยู่ด้านหลัง ก็เริ่มค่อยๆ หายไปแล้ว

 

       “เฮ้อ” ฉันทอดถอนหายใจ มองโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือ ถึงแม้ฉันจะหลบเลี่ยงจากรถบัสแห่งความตายได้แล้ว แต่ทว่ายังมีเกมแห่งความตายอีกฉากหนึ่งยังรอฉันอยู่

 

       ตอนนี้มีเวลาแค่หนึ่งวันแล้ว ฉันจักต้องหาวิธีรวบรวมให้ครบ 3 ชีวิต และผู้ที่ชนะออกไปแล้วมี 2 คน ฉันไม่มีเวลามากแล้ว เปิด QQ ในโทรศัพท์มือถือ ฉันส่งข้อความส่วนตัวไปให้มี่เสี่ยวหยู่โดยตรงว่า “ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? ฉันอยากจะแข่งกับเธอ”

 

       ไม่นานมี่เสี่ยวหยู่ก็ตอบกลับมาว่า “ขอโทษที ฉันไม่อยากแข่งกับนาย”

 

       ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อย และส่งข้อความให้หวางเจิ้งอีก ซึ่งได้รับการตอบกลับที่

เหมือนกัน ทำได้แค่สุดท้ายส่งข้อความให้หยางย่าซิน

 

       ไม่นานหยางย่าซินก็ตอบกลับมาว่า “ไม่มีปัญหา พวกเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าธงแดงดีไหม?”

 

       “ดี” ฉันรีบตอบกลับ หลังจากนั้นหันกลับไปเรียกรถคันหนึ่ง และได้มาถึงห้างสรรพสินค้าธงแดงแล้ว นี่คือห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่มากๆ ห้างหนึ่ง ฉันรอที่หน้าประตูอยู่คู่หนึ่ง ก็เห็นหยางย่าซินพาแฟนสาวมาด้วย 

 

       หยางย่าซินกับโก่วหงหยุนเป็นคู่รักคู่หนึ่ง เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้ หยางย่าซินจูงมือโก่วหงหยุน มองฉันด้วยสายตาแวววาวพลางพูดว่า “พวกเราไปเริ่มกันตรงนั้นเถอะ?”

 

       “ไปหาที่เงียบสักที่เถอะ” ฉันพูดอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

       “เรื่องของนายฉันได้ยินมาหมดแล้ว นายกับฉันล้วนมีแค่ 1 ชีวิต อย่างนี้ก็ดี พวกเรามาตัดสินความเป็นความตายกันเถอะ” หยางย่าซินพูด

 

       “อืม” ฉันพยักหน้าด้วยสีหน้าที่เจ็บปวดรวดร้าว การแข่งในครั้งนี้ไม่ว่าพวกเราคนใดคนหนึ่งจะชนะ ล้วนต้องยึดเอาชีวิตของอีกฝ่ายพอๆ กัน เพราะว่าหากพวกเราคนใดคนหนึ่งได้รับชัยชนะ อีกฝ่ายก็ต้องกลายเป็นศูนย์ชีวิตแล้ว และจะไม่มีใครแข่งกับเขาอีก เพราะว่าหากชนะเขาแล้วล่ะก็จะไม่ได้อะไร

 

 

 

Author Glory Forever