มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่ม 1 ตอนที่ 23 ประวัติมืดของซูหย่า

       “ผู้ชายเหรอ? นายเหมาะที่จะเรียกว่าเป็นผู้ชายเหรอ” ซูหย่าแสยะยิ้มพูด แม้แต่มี่เสี่ยวหยู่ก็ออกอาการยิ้มเล็กน้อย แต่ว่ารอยยิ้มของพวกเธอ ไม่นานก็ได้กลายเป็นความตื่นตระหนกตกใจ

 

       เพราะว่าฉันได้กัดแขนของผู้ชายที่อยู่ข้างๆ อย่างดุดัน ทำให้เขาเจ็บจนต้องปล่อยมือฉันออก และตอนนี้ฉันก็รีบหยิบมีดปอกผลไม้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

 

       นี่คือมีดปอกผลไม้ที่แหลมคมด้ามหนึ่ง เป็นมีดที่ฉันพกมาจากบ้าน แล้วเวลานี้ก็เป็นโอกาสเหมาะที่จะใช้มัน ฉันไม่พูดอะไรทั้งนั้น มีดปอกผลไม้ได้เสียบลงไปที่แขนของผู้ชายที่อยู่ข้างๆ 

 

       ผู้ชายคนนั้นร้องอย่างน่าเวทนา และเตะฉันอย่างดุดันทีหนึ่ง จนตัวฉันล้มลงไปกับพื้น และอีกคนที่สีหน้าเขียวปั้ดพูดว่า “แกกล้าฟันสหายฉันเหรอ คอยดูวันนี้ฉันจะเอาแกให้ถึงตาย”

 

       พูดจบ หลังของฉันก็ถูกกระทืบหลายที ฉันรู้สึกว่าส่วนท้องมีอาการปวดอยู่พักหนึ่ง แต่ฉันก็แสยะยิ้มยืนขึ้น “ได้สิ ฉันจะคอยดูว่าวันนี้แกจะเอาฉันถึงตายไหม”

 

       พูดจบฉันก็จับมีดปอกผลไม้ แล้วกระโจนเข้าใส่เขาอีกครั้ง มีดปอกผลไม้ก็เหมือนกับกริช เป็นอาวุธที่น่ากลัวอย่างหนึ่ง อาวุธเช่นนี้พอแทงเข้าไปที่ร่างกายของคน ก็จะถึงแก่ชีวิตโดยตรง ด้วยเหตุหากไม่ถึงช่วงคับขัน หรือตอนที่ชกต่อย ทุกคนล้วนจะไม่ใช้กริช เพราะกริชนั้นไม่มีทางที่จะควบคุมได้

 

       ใบหน้าฉันเต็มไปด้วยเลือดที่แดงฉาน ร่างกายฉันก็เจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่าฉันในตอนนี้ การบุกโจมตีของฉันยิ่งเพิ่มความบ้าคลั่ง ฉันจับมีดปอกผลไม้ แล้วก็แทงไปอย่างบ้าคลั่ง

 

       นักเรียนพละที่กำยำล่ำสัน 2 คน จริงๆ แล้วก็ไม่กล้าเข้าใกล้ฉัน อีกหนึ่งคนก็วิ่งหายไปเลย ดูแล้วน่าเป็นเพราะถูกความบ้าคลั่งของฉันทำให้ตกใจ

 

       หลังจากหลบหลีกติดต่อกันหลายครั้ง กริชของฉันได้แทงไปที่ขาของนักเรียนพละคนหนึ่ง เขาร้องอย่างน่าเวทนา ผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ก็ถีบฉันออกไป มุมปากของฉันมีเลือดไหลออกมา แต่ฉันยังคงยืนขึ้นอย่างเข้มแข็ง

 

       ณ เวลานี้ ผู้ชายกำยำล่ำสันที่อยู่ตรงหน้าฉัน ถึงแม้ใบหน้ายังคงดุร้าย แต่ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “แม่งเอ้ย นี่แกต้องการจะฆ่าฉันเหรอ?”

 

       “เฮอเฮอ นี่ไม่ใช่ว่าแกพร่ำเหรอ?” ฉันแสยะยิ้มพูด หลังจากนั้นก็มองผู้หญิง 2คนที่ที่ตกใจจนหน้าขาวซีดที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างดูถูกเหยียดหยาม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “มาสิ เธอบอกว่าจะเอาฉันให้ถึงตายไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ฉันก็รอเธออยู่ไง”

 

       “แกมันบ้า!” นักเรียนพละคนนี้ตะเบ็งเสียงด่า แต่ทว่าเท้าทั้งคู่กลับสั่นอย่างไม่หยุด ฉันเพิ่งแทงไปมาอย่างบ้าคลั่ง และเกือบแทงเข้าที่เขาหลายครั้งแล้ว เขารู้ว่าหากฉันแทงเข้าที่จุดสำคัญ แน่นอนว่าต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

 

       นักเรียนพละที่อยู่ข้างๆ ใบหน้าขาวซีด แขนของเขาถูกฉันแทงไปแล้ว และเลือดได้ไหลอย่างไม่หยุด เขาก็กำลังกดปากแผลไว้ เพื่อห้ามเลือดอย่างต่อเนื่อง

 

       “มาสิ เอาต่อสิ คอยดูใครจะเอาฉันถึงตายได้” ฉันมองเขาทั้งสองอย่างตื่นเต้น ในมือก็ถือกริชอยู่ เตรียมที่จะกระโจนเข้าไปพอดี

 

       เวลานี้ นักเรียนที่กำยำล่ำสันดั่งกับเป็นลูกพี่ใหญ่ ในที่สุดก็ปริปากพูด

 

       “เดี๋ยวก่อน!” เขามองฉันด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว แล้วรีบยื่นมือออกมาหวังที่จะหยุดฉัน 

 

       “ยังไง? รีบๆ เริ่มสักที ฉันอดใจรอไม่ไหวแล้วสิ” ฉันแสยะยิ้มพูด

 

       “สหาย ฉันรู้ว่านายเก่ง ฉันยอมแล้ว ฉันไม่ควรจัดการนาย” นักเรียนพละคนนี้พูดด้วยสีหน้าที่ขาวซีด หลังจากนั้นชำเลืองมองซูหย่า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงโมโหว่า “ซูหย่า แม่งเอ้ย ไหนเธอบอกว่ารับมือได้ไม่ยากไง? นี่เธออยากให้ฉันตายเหรอ?”

 

       ซูหย่าส่ายหน้าด้วยสีหน้าที่ขาวซีด เธอจะคิดได้ยังไงว่า ณ เวลานี้ฉันจะกล้าหาญเช่นนี้ แล้วยังไม่ขี้ขาดตาขาวเหมือนที่เคยเป็น  

 

       “พร่ำจบแล้วหรือยังล่ะ?” ฉันพูดด้วยความทนไม่ไหว ใบหน้าฉันยังมีเลือดไหลอยู่ และรู้สึกเจ็บปวดพักหนึ่ง แต่เวลานี้ฉันกลับยิ่งกระหายการต่อสู้ครั้งใหญ่ 

 

       “พี่ชาย พวกเราผิดไปแล้ว ทุกอย่างซูหย่าล้วนเป็นคนบงการ ไม่เกี่ยวข้องกับฉัน นี่เป็นเงินที่เธอให้พวกเรา ตอนนี้พวกเราล้วนภัคดีต่อนายแล้ว พวกเราไปก่อนล่ะ” ลูกพี่ใหญ่คนนี้พูดด้วยอาการสั่นเทา หลังจากนั้นก็นำเงินปึกหนึ่งวางไว้ด้านล่างเท้า แล้วลากคนที่อยู่ข้างๆ และรีบจากไป

 

       ดูจังหวะเท้าของพวกเขาแล้ว แน่นอนว่าน่าจะถูกฉันทำให้ตกใจไปไม่เบาเลยทีเดียวโดยเฉพาะผู้ชายที่ปิดแขนไว้คนนั้น เดินไปถึงครึ่งทาง ขาทั้งคู่ก็อ่อนแรงแล้วคุกเข่าลงกับพื้น คนที่อยู่ข้างๆ ก็ประคองเขา และรีบออกจากโกดังไปอย่างรวดเร็ว

 

       เวลานี้ฉันเพิ่งหันกลับมาอย่างเยือกเย็น แล้วไปยังเป้าหมายคือซูหย่ากับมี่เสี่ยวหยู่ที่ใบหน้าขาวซีดอยู่ พวกเธอมองสายตาฉันและรู้สึกหวาดกลัวอะไรเช่นนี้ โดยเฉพาะคือมี่เสี่ยวหยู่ เกือบจะทรุดลงกับพื้นไปเลย

 

       “ตอนนี้พวกเธอรู้ซึ้งถึงความต่างของผู้ชายกับผู้หญิงแล้วหรือยัง? ฉันยอมรับว่า ฉันอ่อนแอ ขี้ขลาด แต่ว่าเธออย่าลืมล่ะ ฉันก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ฉันไม่เหมือนกับผู้หญิงอย่างพวกเธอที่เมื่อต้องพบกับเหตุการณ์ความตายก็ร้องไห้ฟูมฟายกัน ฉันกล้าที่จะสละชีวิต นี่ก็คือข้อได้เปรียบของฉันที่เป็นผู้ชาย” ฉันแสยะยิ้มพูด

 

       ซูหย่ามีอาการสั่นเทาจนพูดไม่ออก และมี่เสี่ยวหยู่ก็เป็นเช่นนี้

 

       “พอแล้ว มี่เสี่ยวหยู่พวกเรามาแข่งกันเถอะ เธอจงอย่าปฏิเสธล่ะ ตอนนี้เหลืออีก 45 นาทีก็จะ 8 โมงแล้ว หากเธอปฏิเสธฉัน ฉันก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัยเลย”

 

       “ในเมื่อฉันจะต้องตายแล้ว เช่นนั้นก่อนที่ใกล้จะตาย หากฉันทำเรื่องอะไรออกไป แม้แต่ฉันเองก็ไม่รู้” ฉันมองซูหย่ากับมี่เสี่ยวหยู่ด้วยความเห็นแก่ตัว น้ำเสียงที่น่าสะพรึงกลัวทำให้ผู้หญิงทั้งสองล้วนตกใจจนร้องไห้

 

       “นี่ไม่เกี่ยวกับฉันนะ ฉันเป็นผู้บริสุทธิ์” ซูหย่าพูดเสียงอ่อน

 

       “เธอหุบปาก มี่เสี่ยวหยู่ ฉันให้เวลาเธอ 5 นาที ภายใน 5 นาทีหากเธอยังปฏิเสธฉัน งั้นก็อย่าโทษฉันแล้วกัน ฉันจะเล่นกับพวกเธอดีๆ หลังจากนั้นก็จะหั่นเป็นชิ้น เวลา 45 นาทียังคงเพียงพอให้ฉันได้เสพสุข” ฉันปริปากพลางยิ้ม ณ เวลานี้รู้สึกว่าตนเองเป็นดั่งฆาตกรที่บ้าคลั่ง

 

       ได้ยินน้ำเสียงที่เสียสติของฉัน กำแพงในใจของซูหย่าและมี่เสี่ยวหยู่ได้พังลงแล้ว ซูหย่ารีบผลักมีเสี่ยวหยู่พลางพูดว่า “เธอรีบตอบตกลงเขาเถอะ มิฉะนั้นพวกเราทั้งก็ต้องตายนะ ตอนที่คนอย่างจางเว่ยบ้าคลั่ง ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็ทำได้ทั้งนั้น”

 

       มี่เสี่ยวหยู่พยักหน้า ยืนแขนออกมาด้วยสีหน้าที่ขาวซีด ต่อมาพวกเราทั้งสองก็เริ่มเป่ายิ้งฉุบ

 

       ฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามี่เสี่ยวหยู่ต้องออกกระดาษแน่นอน เพราะว่าเธอมักจะเข้าใจว่าผู้ชอบออกค้อน และฉันเลือกออกกรรไกร 

 

       มี่เสี่ยวหยู่ออกกระดาษจริงๆ ด้วย และฉันออกกรรไกร ฉันได้รับชัยชนะแล้ว ในที่สุดฉันก็ได้ 3 ชีวิตแล้ว และกลายเป็นผู้ชนะคนที่ 4 ของเกม เกมเป่ายิ้งฉุบแห่งความตายก็ถือว่าสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว

 

       “ฮือฮือ!” มี่เสี่ยวหยู่ร้องไห้ขึ้นมาทันที จิตใจของเธอได้พังลงแล้ว ณ เวลานี้เธอได้ทรุดลงกับพื้นแล้วร้องไห้อย่างไม่สนใจใยดี และซูหย่าที่อยู่ข้างๆ ทอดถอนหายใจอย่างเห็นได้ชัด เธอรู้ว่าฉันได้ 3 ชีวิตเรียบร้อยแล้ว ถือว่ามีชีวิตรอดอยู่ต่อไปแล้ว

 

       คนที่มีชีวิตรอดอยู่ต่อไปคนหนึ่ง แต่ว่าซูหย่ายังคงยืนขึ้น มองฉันพลางพูดว่า “จางเว่ย ครั้งนี้ถือว่านายชนะแล้ว งั้นพวกเราคอยดูกันต่อไปเถอะ”

 

       “เดี๋ยวก่อน” ตอนที่ฉันกับซูหย่าเดินปัดไหล่กัน ฉันได้ปริปากพูดอย่างช้าๆ 

 

       “มีอะไร ตอนนี้นายก็มี 3 ชีวิตแล้วนิ หรือว่าอยากจะสู้ตายกับฉันเหรอ?” ซูหย่ามองฉันแสยะยิ้มพูด

 

       “ไม่มีอะไร ฉันแค่หวังว่าเธอจะแข่งกับฉันอีกสักรอบ” ฉันพูดไปตรงๆ 

 

       “แข่งอีกรอบเหรอ? สมองนายโดนลาเตะเหรอ ตอนนี้ฉันปลอดภัยแล้ว ทำไม

จะต้องแข่งกับนายอีก?” ซูหย่ามองฉันพลางหัวเราะ มี 3 ชีวิตแล้ว ก็มีชัยชนะแล้ว เวลานี้มีแค่คนโง่เท่านั้นที่จะแข่งกับคนอื่น

 

       “เพราะว่าหากเธอไม่แข่งกับฉันแล้วล่ะก็ฉันจะเอาเมลฉบับนี้ส่งออกไป” ฉันแสยะยิ้มพูด แล้วเปิดโทรศัพท์มือถือ และเปิดเมล 1 ฉบับ หลังจากนั้นส่งมอบให้ซูหย่า

 

       ซูหย่ารับไปอย่างไม่สนใจใยดี และแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เธอมองฉันด้วยเสียงสั่น ดวงตาที่สวยงามคู่นั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “นายรู้ได้อย่างไร? นี่มันเป็นไปไม่ได้!” 

 

       “ง่ายมาก เพราะว่าเธอน่ะช่างโง่ซะเหลือเกิน” ฉันส่ายหน้าพลางพูด หลังจากนั้นก็ปริปากพูดเบาๆ ว่า “เป็นยังไง? จะแข่งกับฉันอีกสักรอบไหม? เพียงแค่เธอเอาชนะฉันได้ เช่นนั้นก็จะไม่มีใครรู้ความจริงแล้ว”

 

       “ไม่ได้” ซูหย่าเงยหน้าขึ้นด้วยความลำบากใจ พูดด้วยเสียงสั่นว่า “จางเว่ย ถือว่าฉันขอนายแล้วกัน เมลนี้นายอย่าส่งให้คนอื่นเลย มิฉะนั้นฉันต้องจบเห่แน่ เพื่อเป็นการตอบแทน ฉันจะยอมรับเงื่อนไขของนายทุกอย่าง โดยเฉพาะจะให้ฉันเป็นแฟนนายก็ได้ ทุกวันตอนเย็นก็จะอยู่กับนายด้วย”

 

       ฉันตะลึงงัน พูดตรงๆ ฉันยังคงหวั่นไหวอยู่บ้าง ยังไงซูหย่าก็ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่อย่างนี้ หากได้มาเป็นแฟนของฉัน แล้วมานอนกลิ้งบนเตียงกับฉันทุกวัน แน่นอนว่าจะต้องเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากในชีวิต แต่ว่านึกถึงเรื่องที่เธอเคยทำไว้แล้ว ฉันแสยะยิ้มพูดว่า “ขอโทษด้วย ฉันยังไม่อยากตาย ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกแล้ว หากเธอไม่แข่งกับฉัน 10 นาทีหลังจากนี้ เมลฉบับนี้จะถูกส่งไปที่สถานีตำรวจ”

 

       “จางเว่ย นี่นายกำลังบีบบังคับฉัน” ซูหย่ามองฉันอย่างอาฆาตแค้นพลางพูด

       “ไม่ผิด ฉันกำลังบีบบังคับเธอ มาสิ มาตัดสินแพ้ชนะกับฉัน” ฉันพูดอย่างทระนงองอาจ และมี่เสี่ยวหยู่ที่อยู่ไกลออกไป จิตใจเธอได้พังทลายลงแล้ว ตัวเธอทรุดลงนั่งกับพื้น ใบหน้าน้อยๆ เต็มไปด้วยอาการซึม และได้เสียสติไปแล้ว จริงๆ แล้วการสนทนาของพวกเราเธอไม่ได้ยินแม้แต่ประโยคเดียว

 

       “ได้ ฉันจะแข่งกับนาย” ซูหย่าครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดก็ตอบตกลง ดวงตาคู่นั้นของเธอมองฉันด้วยความอาฆาต แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เชื่องช้าว่า “จางเว่ย แล้วนายอย่ามาเสียใจในภายหลังล่ะ” 

 

       “ฉันไม่มีวันเสียใจในภายหลังหรอก” ฉันแสยะยิ้มพูด สายตาของฉันมองซูหย่า ใครจะคิดว่า ซูหย่าที่สวยขนาดนี้ คาดไม่ถึงว่าจะฆ่าแม่ของเธอเอง ไม่ผิด ในช่วงเมื่อวานตอนเย็น ฉันอิงตามคำวิจารณ์ของเพื่อนบ้านที่อยู่โดยรอบ บวกกับต้นแอปเปิ้ลที่เจริญงอกงามดี ซึ่งจะค้นพบเรื่องนี้ได้ง่ายมาก นั่นก็คือซูหย่าวางยาฆ่าแม่ของเธอ รวมทั้งนำศพของแม่เธอฝังไว้ที่บริเวณลานบ้าน

 

       เมื่อวานตอนเย็นฉันขุดศพของแม่เธอออกมาได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งถ่ายรูปมา 1 ใบ แม่ของเธอตายมาแล้ว 3 เดือน แต่ทว่าร่างกายนั้นไม่ได้เน่าเปื่อยทั้งหมด แค่ดูก็รู้ว่าโดนวางยาตาย มีเพียงแค่คนที่โดนวางยาตายเท่านั้น ร่างกายถึงจะแข็งกระด้างถึงขั้นนี้ 

 

       ใครจะคิดว่า จริงๆ แล้วแม่ของซูหย่าไม่ได้หายตัวไปไหน แต่ว่าถูกลูกสาวของเธอเองฆ่า ซึ่งเรื่องนี้แม้แต่พ่อของซูหย่าก็ไม่รู้ สองสามวันมานี้เขายังส่งคนออกค้นหาอย่างไม่หยุด เว้นอีกสักสามวันห้าวันยังต้องไปสถานีตำรวจอีกครั้ง

 

       พูดได้ว่าหากฉันนำเรื่องนี้พูดออกไป เช่นนั้นซูหย่าก็จบเห่แน่ บางทีเธออาจจะไม่ตาย แต่ทว่าเธอก็จะหมดอนาคตไปเลย พ่อของเธอก็จะแตกกับเธอกลายเป็นศัตรูกัน

 

       ซูหย่าที่ชอบความหรูหราและบูชาเงิน ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่เธอไม่ยอมเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้เธอจักต้องฆ่าฉัน หากฉันยอมรับคำขอของเธอ กลายเป็นแฟนของเธอ เกรงว่าไม่กี่วันก็จะถูกฆ่าวางยา เธอไม่มีวันที่จะให้ฉันซึ่งเป็นคนข่มขู่เธอยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้    

 

       ด้วยเหตุนี้ การแข่งรอบสุดท้ายในลำดับต่อไป เกรงว่าจะเป็นการแข่งรอบสุดท้ายที่มีชีวิตเป็นเดิม ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถแพ้ได้อีกรอบ

 

 

Author Glory Forever