มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 5 บทที่ 123 จวนอ๋องต้องมีนายหญิง

        หยุด!” เซียวเจวี๋ยพูดอย่างหนักแน่น

        ชิงอีหันกลับมามองเขา แล้ววิ่งเร็วขึ้นอีก!

        สีหน้าของเซียวเจวี๋ยเคร่งขึ้น หนีงั้นหรือ? จวนอ๋องของเขา เจ้าจะหนีไปไหนได้!

        องค์หญิงทรงวิ่งนำ มีท่านอ๋องทรงไล่ตาม

        เหล่าข้าราชบริพารของจวนอ๋องเห็นก็รู้สึกแปลกใจระคนขบขัน

        ตั้งแต่องค์หญิงใหญ่ทรงประทับอยู่ที่นี่ จวนอ๋องก็คึกคักทุกวัน ตอนนี้แม้แต่ท่านอ๋องเองก็ทรงได้รับพลังนั้นด้วยใช่หรือไม่?

        ปกติแล้ว ท่านอ๋องให้ความสำคัญกับมารยาทและรูปลักษณ์เป็นลำดับแรก เขาไม่ชอบเสียงดังเอะอะโวยวายเป็นอย่างมาก พวกเขาที่รับใช้อยู่ในจวนต่างไม่กล้าส่งเสียงดัง แต่ยามนี้ท่านอ๋องกลับทิ้งมาดของตน แล้วมาวิ่งไล่จับงั้นหรือ?

        ลุงจงมองท่านอ๋องพลางหัวเราะเสียงต่ำ แล้วออกคำสั่งว่า “ให้คนออกไป อย่าไปรบกวนความสุขของท่านอ๋องกับองค์หญิงใหญ่เลย”

        พูดจบ ลุงจงก็ถอนหายใจยาวๆ ในที่สุดจวนอ๋องก็มีนายหญิงเสียที! เทพบนสวรรค์ที่มองลงมาคงนอนหลับได้แล้ว

        ชิงอีวิ่งไปเกือบทั่วจวนแล้ว แต่เซียวเจวี๋ยเดินอ้อยอิ่งตามหลังนางเท่านั้น

        นางวิ่งกลับมาถึงสระน้ำก่อนหน้านี้ นางยืนนิ่งอยู่กับที่และหันไปมองด้านหลังอย่างไม่สบอารมณ์ “สมองเจ้าถูกน้ำจนบวมไปแล้วหรือไร?”

        พ่อหนุ่มผู้นี้ตามนางไม่ทันเสียที่ไหน เขาจงใจไม่ตามต่างหาก ตอนแรกนางยังเดินวนรอบเขา แต่ตอนนี้กลายเป็นเขาเดินตามหลังมาเสียอย่างนั้น!

        ทนไม่ไหวแล้ว!

        เซียวเจวี๋ยที่เดินอย่างไม่ได้รีบร้อน เขาไม่รู้เลยว่าเมฆดำบนท้องฟ้าลอยผ่านไปตั้งแต่เมื่อไร ยามนี้มีเพียงดวงจันทร์ที่สว่างไสวส่องเท่านั้น ซึ่งแสงจันทร์ที่ส่องผ่านเสื้อคลุมสีน้ำเงินอันเปียกโชกของเขา ทำให้เห็นเค้าโครงกล้ามเนื้ออันกำยำ

        เมื่อเทียบกับเวลาปกติแล้ว ตอนนี้เขาดูดิบเถื่อนและดุร้าย

        เขากำลังไล่ตามจากด้านหลังด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังเดินเล่นในลานบ้าน ชิงอียิ่งดูก็ยิ่งอิจฉา ช่างไร้เหตุผลจริงๆ หนุ่มน้อยผู้นี้เปียกปอนราวกับลูกหมาตกน้ำ แล้วทำไมถึงยังดูดีอยู่อีก!

        ผู้เฒ่าเจื่อเซียวดูจะลำเอียงเกินไปแล้ว!

        ทำไมไม่วิ่งต่อไปล่ะ?” เซียวเจวี๋ยมองนางด้วยสายตาเยาะเย้ย

        ชิงอีเท้าสะเอว “ข้าวิ่งที่ไหนกัน? ข้ากำลังเดินเล่นต่างหาก!”

        เหอะ ยังจะมาเก๊กอีก

        เซียวเจวี๋ยเดินเข้าใกล้นางอย่างท้าทาย เขาเหลือบมองขานาง “ขาก็ไม่ได้ยาว แต่ก้าวเท้าได้ยาวจริงๆ”

        ซี้ด!

        ชิงอีที่รู้สึกได้ถึงความเจ็บต้นขาอีกรอบ พ่อหนุ่มนั่นกำลังดูถูกนางอยู่สินะ?

        นางอยากจะทำให้ดูว่าตัวอ่อนไร้กระดูกน่ะเป็นอย่างไร!

        แต่ก็ช่างเถอะ อย่างไรเสีย หนุ่มน้อยนั่นก็ไม่เห็นอยู่แล้ว

        นางคิดอย่างเซ็งๆ แล้วจ้องเอวของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะพูดโพล่งว่า “ขายาวเสียเหลือเกิน”

        ยาวสุดๆ เลยล่ะ” เซียวเจวี๋ยพยักหน้า

        เขาสูงกว่าชิงอี โดยขาของเขาสูงเท่าเอวนาง เมื่อก้มลงมองอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของเซียวเจวี๋ย เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึกว่านางเตี้ยขนาดนี้เลย?

        ชิงอีเงยหน้าขึ้นมาสบตาเข้ากับแววตาที่ยังจ้องไม่เลิกของเขา นั่นทำให้นางยิ่งโกรธและอับอายขึ้นไปอีก พ่อหนุ่มนี่มีสิทธิ์อะไร?

        เจ้ายิ้มอะไร?!”

        เวลายิ้มแล้วดูดีซะจริง หน้าไม่อาย!

        องค์หญิงใหญ่ดูไม่ออกหรือ?” เซียวเจวี๋ยมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหยุดอยู่ที่ต้นขานาง “ข้ากำลังยิ้มเยาะที่เจ้าขาสั้นไง”

        ฮึ่ม

        นางมารร้ายโมโหแล้วนะ!

        ประกายชั่วร้ายพาดผ่านตาของชิงอี พร้อมกับแผนการร้าย นางเหลือบมองสระน้ำข้างๆ คราวนี้ไม่ใช่ลูกหมาตกน้ำมันแล้ว จมน้ำตายไปซะเถอะ!

        พอนางหันกลับมาก็เห็นว่าเซียวเจวี๋ยยังคงทอดมองนางด้วยรอยยิ้ม เขาเอียงหน้าไปมองสระน้ำอย่างสื่อความหมายว่าจะลองผลักเขาลงไปอีกรอบไหมล่ะ?

        นางจะกล้าไหม?

        พลังเวทใช้กับเขาไม่ได้ผล แต่มันใช้กับอย่างอื่นได้!

        กิ่งก้านของต้นหลิวด้านหลังเซียวเจวี๋ยแกว่งไปแกว่งมาคล้ายแส้ ชิงอีดึงมันมาและพุ่งเข้าหาเขา

        เซียวเจวี๋ยก็เหมือนมีตาหลัง เขาเอนตัวหลบ แต่ชิงอีกก็ไม่ปล่อยโอกาสดีๆ หลุดไป ขาเล็กๆ เตะเขา

        ขณะนั้นเอง นางได้เห็นรอยยิ้มขี้เล่นของชายหนุ่มผู้นั้น

        แล้วข้อเท้าของนางก็ถูกกระชาก สายเกินไปแล้วที่จะดึงขากลับมา

        ตูม

        น้ำกระจายเป็นวงกว้าง

        พรูด แคก แคก แคก!” ชิงอีสำลักน้ำออกมาจำนวนมาก ส่วนในปากก็มีวัชพืชน้ำเต็มปาก

        เสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีดังขึ้นข้างๆ ชิงอี ตอนนี้ผมของนางเปียกโชกและลู่ลงมาปรกหน้านางราวกับพรายน้ำ เมื่อนางปัดผมที่ผมบริเวณหน้าผากออก นางถึงได้เห็นภาพอันงดงามในโลกมนุษย์

        เขาหัวเราะแบบนี้ก็น่าหลงใหลถึงเพียงนี้งั้นหรือ?

        ผิวพรรณของเซียวเจวี๋ยนั้นช่างดีจนเหล่าหญิงสาวต่างอิจฉา มันขาวราวหิมะขาวภายใต้แสงแดดในฤดูใบไม้ผลิ นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของรูปโฉมอันหล่อเหลาของเขา ยิ่งแววตาล้ำลึกน่าจดจำคู่นั้น

        ดวงตากลมโตตามมาตรฐาน หางตาโค้งงอขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลนี้หากจ้องมองใครด้วยความรักแล้ว ก็เหมือนน้ำลึกที่นำพาให้คนจมลงไปในนั้น เกรงว่าโลกใบนี้คงมีหญิงสาวไม่กี่คนที่รอดพ้นจากแววตาเช่นนี้ได้

        ขนตาเป็นแพยาวและหนาของเขาชุ่มโชกไปด้วยน้ำ ดูคล้ายภาพวาดพู่กันที่จรดลงอย่างประณีตและแรงปรารถนาอันแรงกล้า

        ชิงอีทึ่งจนตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่ง

        ถ้าไม่ใช่เพราะมือเรียวยาวของเขาที่ยื่นมาตรงหน้างามของนาง เกรงว่านางคงจมอยู่ในภวังค์ปอีกพักหนึ่ง

        พลัน ราชินีชิงอีก็อับอายและโกรธเคืองขึ้นมาอีกครั้ง ขายหน้าจริงๆ! ไม่ใช่ว่าเจ้าหนุ่มน้อยนั่นดูดีหรือไร? ถึงได้อึ้งเช่นนี้? ในปรโลกนางยังไม่เคยเห็นอะไรที่ยั่วยวนเท่านี้เลย!

        มือที่ยื่นมาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมไปดึงวัชพืชน้ำสองสามต้นบนศีรษะของนางออก

        ขึ้นฝั่งเถอะ เดี๋ยวเป็นหวัดเอา”

        เซียวเจวี๋ยพูดเสียงเบาหวิว

        น้ำเสียงอ่อนโยน แต่ไม่มีความเสแสร้งและดูห่างเหินเหมือนทุกครั้ง

        ชิงอีย่นจมูกและร้องฮึ ลืมการเป็นนางมารร้ายไปครู่หนึ่ง

        ประหนึ่งแมวน้อยขนฟูฟ่องที่ได้รับการปลอบโยน

        เซียวเจวี๋ยขึ้นฝั่งก่อน แล้วหันมาดึงนางขึ้นจากสระ

        ชิงอียื่นมือไปจับเตรียมก้าวขึ้นฝั่ง จู่ๆ นางก็ถามอย่างแคลงใจ “คงจะไม่แกล้งปล่อยมือข้าหรอกใช่ไหม?”

        เซียวเจวี๋ยหรี่ตาลง “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะจับได้”

        ชิงอีกลอกตามองบนใส่เขา แล้วกระชับมือแน่นเพื่อดึงตัวขึ้นไป นางส่งเสียงฮึอย่างเย่อหยิ่ง “หากเจ้ากล้าโยนข้าลงไปอีกก็อย่าหวังที่จะได้ขึ้นฝั่ง เจ้าได้อยู่ในสระจนกลายเป็นพรายน้ำไปเลย”

        พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่กล้าหรอกพ่ะย่ะค่ะ”

        น้ำเสียงของเซียวเจวี๋ยเจือด้วยการล้อเลียน

        ชิงอีเบะปากโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเม้มริมฝีปากแดง จริงๆ แล้วบางครั้ง…พ่อหนุ่มผู้นี่ก็ไม่ได้น่ารังเกียจอะไรขนาดนั้น…

        ลูกหมาตกน้ำสองตัวที่ขึ้นมาจากฝั่งยืนเคียงข้างกัน

        แสงจันทร์สาดส่อง ทำให้พวกเขาดูเปล่งประกาย สองมือประสานกันไม่คิดจะแยกจาก

        เมื่อกลับไปที่ลาน ชิงอีที่เปียกไปทั้งตัวก็รู้สึกอึดอัด เซียวเจวี๋ยจึงเรียกคนมาเตรียมน้ำร้อน และให้ชิงอีอาบน้ำก่อน

        ทว่า ใบหน้าของทุกคนมีแต่ความสงสัย ทั้งยังจ้องพวกเขาด้วยสายตาแปลกๆ

        พอเขาก้มลงมองจึงสังเกตเห็นมือที่กุมกันไว้ของเขาและชิงอี

        ตลอดทาง เขาไม่ได้ปล่อยมือนางเลยหรือ?

        ก่อนเขาจะได้คิดอะไรต่อ มือนั้นก็ผละออกจากเขาเสียก่อน ชิงอีม้วนแขนเสื้ออันเปียกชื้นขึ้นด้วยสีหน้าหงุดหงิด “อึดอัดจะตายอยู่แล้ว ต้มน้ำให้มันเร็วๆ หน่อยสิ!”

        ท่อนแขนขาวเนียนนุ่ม ดุจดั่งรากบัวโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง ดึงสายตาของผู้คนไม่น้อยให้มองดู ทันใดนั้น พวกเขาก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว เป็นองค์ชายของพวกเขาที่เหลือบมองด้วยสายตาคมกริบ

        พวกเขากลัวจนต้องก้มหัวงุดๆ รีบไปต้มน้ำ

        นั่นคือองค์หญิงใหญ่ นายหญิงในอนาคตของจวนอ๋อง! พวกเขาไม่กล้าสบตา เพราะเกรงว่านางไม่อยากได้อะไรเพิ่มอีกแล้ว!

        มันไม่เหมาะสม!” จู่ๆ เซียวเจวี๋ยก็กระแทกเสียง ชิงอีขมวดคิ้วและกำลังจะถามว่าหนุ่มน้อยนี่เป็นบ้าอะไร? ทว่า เขาก็ถอดเสื้อคลุมมาคลุมนางอย่างรวดเร็ว

        ครั้นนางจะโยนมันทิ้งไป เซียวเจวี๋ยก็ดึงแขนเสื้อทั้งสองข้างมาผูกปมไว้ข้างหน้า

        สายตาคู่นั้นคมกริบเสมือนมีดเจาะที่ใบหน้าของนาง สายตาบอกชัดว่าหากกล้าถอดมันออก ก็ลองดู!

Author Jinovel