มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 5 บทที่ 125 องค์หญิง ท่านอยากให้พวกเราตายหรือไร

        นางบอกว่าอยากแต่งงาน…

        เซียวเจวี๋ยอ่านตำราพิชัยสงครามอยู่หลังม่าน เขาจำเนื้อหาในตำราได้ทั้งหมดมานานแล้ว ถึงขนาดสามารถท่องเนื้อหาได้เหมือนกับน้ำไหลไม่ขาดสาย ทว่า ยามนี้เขากลับจำตัวอักษรที่อ่านไปก่อนหน้านั้นไม่ได้

        คำพูดสุดท้ายของนางยังคงติดอยู่ห้วงความคิด

        เขาเงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านไปก็พบว่านางนอนหลับ โดยเหยียดแขนเหยียดขา บางครั้งก็เตะนอนกลับหัวกลับหาง ไม่ต่างจากเด็กน้อยนอนดิ้น

        เซียวเจวี๋ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกสับสนวุ่นวายอย่างอธิบายไม่ได้

        เหตุใดนางถึงพูดเช่นนั้น แล้วแวบแรกเขาก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธเช่นกัน?

        มัน…เป็นความสุขที่ยากจะบรรยาย

        จะชอบใจอะไรขนาดนั้น!

        เซียวเจวี๋ยขมวดคิ้ว เขาไม่อาจอ่านตำราต่อได้ คำราเล่มนี้ไม่รู้ใครเป็นคนเขียน ลายมืออย่างกับไก่เขี่ยเลยอ่านไม่ออกสักนิด

        เขาโยนหนังสือลงบนโต๊ะด้วยความรำคาญ แล้วลุกพรวดไปรินน้ำชาที่เย็นชืดมาดื่ม ความว้าวุ่นในใจก็ยังไม่บรรเทาลง แต่เขากลับยิ่งใจเต้นระรัวอีกรอบ

        น่ารำคาญ!

        เซียวเจวี๋ยหันข้างแอบมอบผ่านม่านอีกครั้ง โดยสายตาจับจ้องเท้าที่ขยับไปมาอยู่ตลอดเวลา

        สุดท้ายแล้วก็อาศัยอยู่ในร่างมนุษย์ ราชินีภูตผีอาจไม่ป่วย แต่เมื่อมาเป็นมนุษย์ธรรมดาสามารถป่วย ไม่กี่วันก่อน นางก็เมาจนหัวทิ่ม อาเจียนออกมาตั้งมากมาย มันชัดเจนว่าร่างกายนางบอบบางยิ่งนัก

        คืนนี้ก็ลงไปในสระ ทั้งยังวิ่งไปมาด้วยเท้าเปล่า หากเป็นป่วยขึ้นมา เจ้าตัวปัญหาตัวน้อยนี่ต้องสร้างเรื่องอีกแน่

        เขาจมอยู่ในห้วงความคิด รู้ตัวอีกทีก็เดินผ่านม่านมายืนข้างเตียงแล้ว

        เซียวเจวี๋ยย่อตัวลงดึงผ้าห่มมาคลุมเท้านาง จากนั้นก็หันไปหยิบหมอนที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่นออก แล้วค่อยสอดใต้ศีรษะนางอีกครั้ง หลังจากจัดการเรียบร้อย นางก็เตะออกอีกรอบ

        เขาก็คลุมกลับอีกรอบ

        นางก็เตะออกอีก

        แล้วเขาก็ต้องคลุมให้ใหม่…

        ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

        บนหน้าผากของเซียวเจวี๋ยถึงกับมีเส้นเลือดปูดขึ้นมา เขาจ้องนางอย่างหงุดหงิด

        ทำไมถึงนอนดิ้นขนาดนี้!

        เซียวเจวี๋ยดึงเชือกที่แขวนอยู่ข้างม่านมามัดเท้าทั้งสองข้างของนาง คิดๆ ดูแล้วมันน่าจะยังไม่พอ เขาเลยดึงมาอีกเส้นมามัดมือนางเอาไว้ ก่อนจะยัดมันเข้าใต้ผ้าห่ม

        ตอนนี้คงยืดแขนขาไม่ได้แล้วใช่ไหม?

        เขายกยิ้ม แต่พอเตรียมจะเดินจากไป ชิงอีก็พลิกตัวจนผ้าห่มเลื่อนลงมา

        เซียวเจวี๋ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วขมวดคิ้ว แล้วครู่ต่อมาก็มีดักแด้ตัวหนึ่งปรากฏอยู่บนเตียง มันถูกผ้าห่มห่อไว้อย่างแน่นหนาและยังมีเชือกอีกสองสามเส้นผูกอยู่รอบๆ

        ดูซิว่าจะพลิกตัวได้อีกไหม!

        เซียวเจวี๋ยมองผลงานชิ้นเอกของตนเอง พลางร้องหึอย่างเย็นชา ทว่า เขาก็ต้องยิ้มอีกครั้ง

        ยิ้มไป ยิ้มมา แล้วก็ยิ้มไม่ออกอีกเลย

        เขาหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นและยกมือข้างหนึ่งมาปิดใบหน้า

        เป่ยอิน เจ้ากำลังทำอะไรอยู่…

        เขาลืมตาขึ้นครึ่งหนึ่ง พลางคิดว่าตนต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

        ลุงเป่ยอิน ท่านจะมัดตัวนางมารร้ายผู้นี้ให้ตาย เพื่อแก้แค้นงั้นหรือ” เจ้าเด็กอ้วนโผล่ออกมาจากแหวนจื่อจิน และถามอย่างไร้เดียงสา

        เซียวเจวี๋ยสบตากับเจ้าเด็กอ้วยด้วยสีหน้าเขินอายเล็กน้อย “อืม มัดให้ตายไปเลย”

        เจ้าเด็กอ้วนตกใจมาก ลุงช่างโหดร้ายนัก! นี่จะฆ่าภรรยาในอนาคตหรือไร? อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร!

        จริงๆ หรือ?” เขาถามอย่างตื่นเต้น “เช่นนั้นข้ากลับได้แล้วใช่ไหม ไม่ต้องทำงานให้นางมารร้ายอีกแล้วใช่ไหม! นางนิสัยไม่ดีจริงๆ นะ หลอกใช้แรงงานเด็กแล้วไม่จ่ายเงิน ทั้งยัง…”

        ก่อนที่เขาจะบ่นจบ เซียวเจวี๋ยก็ส่ายหน้า “ไม่”

        สีหน้าท่าทางสนุกสนานของเจ้าเด็กอ้วนหายไปทันตา “ทำไมล่ะ?”

        เซียวเจวี๋ยขมวดคิ้ว แล้วบอกแต่เพียงว่า “รับใช้นางให้ดีๆ” ปล่อยให้เจ้าเด็กอ้วนอยู่ที่เดิมในสภาพหมดแรง น่าสงสาร และจนปัญญา

        ส่วนเขาเดินออกไป โดยไม่หันกลับมามอง แผ่นหลังของเขาดูห่อลงเล็กน้อย…

        ก่อนฟ้าสางในวันรุ่งขึ้น เซ่อเจิ้งอ๋องไปราชสำนัก หลังจากที่เขาไปได้ไม่นาน ก็มีเสียงโกรธเกรี้ยวลั่นอยู่ในจวนของเขา

        กระเบื้องมุงหลังคาสองสามแผ่นกระเด็นตกจากหลังคาจนแตกเป็นชิ้นๆ

        เซียวเจวี๋ย ไอ้คนบ้า!”

        ชิงอีวิ่งออกนอกห้องด้วยผมอันยุ่งเหยิง พร้อมกับคว้าดาบที่แขวนอยู่บนผนังออกมากวัดแกว่งราวกับจะเชือดผู้คน นางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างดุดัน

        หลิงเฟิงเห็นแล้วก็ตกใจ จนรีบคุกเข่าลง และพูดว่า “ท่านอ๋องไปที่ราชสำนักแล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง โปรดทรงใจเย็นก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ!”

        ใจเย็น? หากเจ้าอยากใจเย็น ก็ไสหัวไปใจเย็นคนเดียวสิ!

        ชิงอีโกรธเกรี้ยวจนอกแทบระเบิด ตื่นมานางก็พบว่าภายนอกถูกมัดเป็นบ๊ะจ่าง ไม่พอข้างในยังถูกมัดแขนมัดขาอีกต่างหาก!

        เหอะ ลุงคงทนกับป้าไม่ไหวแล้วจริงๆ สินะ!

        คิดว่าหลบไปราชสำนักแต่เช้า แล้วจะรอดพ้นหรือ?

        ปกติเซียวเจวี๋ยชอบอะไรที่สุด?”

        หลิงเฟิงคิดอย่างรวดเร็วและตอบโดยไม่รู้ตัวว่า “การประดิษฐ์ตัวอักษรและการวาดภาพพ่ะย่ะค่ะ”

        ชิงอีเลิกคิ้ว “ของพวกนั้นวางไว้ที่ไหน?”

        ห้องหนังสือพ่ะย่ะค่ะ”

        ฮ่าฮ่า องค์หญิงทรงหมุนตัวจากไปอย่างแสนซน นางมุ่งตรงไปห้องหนังสืออันคุ้นเคย!

        นางตรงดิ่งไปห้องหนังสือ องครักษ์ของจวนอ๋องที่เห็นเช่นนี้ก็ไม่กล้าหยุดนาง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่องค์หญิงทรงมีอารมณ์รุนแรงเลย แม้แต่ท่านอ๋องก็ทรงไม่กล้าต่อกรเลย นี่สิ ถึงจะเป็นหวังเฟยในอนาคต!

        ช่างมันเถอะ ทำเป็นตาบอด ทำเป็นไม่เห็นไปก็แล้วกัน

        เมื่อเข้ามาที่ห้องหนังสือ ชิงอีก็กวาดตามองเครื่องเรือนภายในห้อง แล้วส่งเสียงฮึอย่างเย็นชา

        หนุ่มน้อยผู้นี้เป็นนักวรยุทธ์ไม่ใช่หรือ? ยังมาเรียนรู้เรื่องประดิษฐ์ตัวอักษรและภาพวาดที่บรรดานักปราชญ์คลั่งไคล้อีก ดัดจริตจริงๆ!

        ถ้าชอบขนาดนี้ เช่นนั้นข้าจะเพิ่มสีสันให้เจ้าเอง”

        ทันใดนั้น ชิงอีก็หยิบพู่กันและหมึกมาเริ่มสร้างภาพวาดอันยอดเยี่ยม ภายในเวลาไม่นาน ก็มีเต่าขนาดใหญ่มากกว่าสิบสองตัวบนตัวอักษรและภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนัง

        สมบูรณ์แบบ!

        ชิงอีเลิกคิ้วอย่างมีชัย พอจะโยนพู่กันทิ้ง สายตาก็เหลือบไปเห็นม้วนกระดาษที่ซ่อนอยู่บนโต๊ะ

        ภาพวาดพู่กันนั้นที่อยู่ในกรอบเพียงแค่ครึ่งหนึ่ง ซึ่งกรอบนั้นเป็นผ้าทอสีสันงดงามแค่มองแวบเดียวก็รู้ได้ว่าเป็นวัสดุชั้นดี เป็นภาพเหมือนของยอดฝีมือคนไหนกันแน่ ถึงคู่ควรกับความพยายามของเขาเช่นนี้ ทั้งยังทำที่แขวนภาพด้วยตัวเองอีก?

        ชิงอียื่นมือไปด้วยความสงสัย เมื่อกำลังจะแตะภาพวาด หลิงเฟิงก็เดินพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน “องค์หญิงแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ มีจดหมายจากวังส่งมาบอกว่าให้ท่านเสด็จกลับวังโดยเร็ว!”

        หืม? มือของชิงอีชะงักค้างกลางอากาศ

        ชิงอีขมวดคิ้วและถามว่า “ในวังเกิดอะไรขึ้น?”

        เถาเซียงให้คนส่งจดหมายมาบอกว่าฝ่าบาทมีพระประสงค์ให้ทางเข้าเฝ้า ทว่า พระราชโองการของฝ่าบาทเพิ่งจะมาถึงได้ไม่นาน ฮองเฮาเองก็เสด็จมาที่ตำหนักเชียนชิว นางพยายามยื้ออย่างสุดความสามารถแล้ว แต่เกรงว่าจะรับมือไว้ได้อีกไม่นาน”

        ชิงอีขมวดคิ้ว ฮ่องเต้เฒ่านั่นช่างเลือกเวลาได้ถูกจริงๆ

        รวมถึงฮองเฮาตู้นั่นก็ด้วย

        ชิงอียิ้มดูถูกและเดินออกไป แววตาของนางเต็มไปด้วยความเย็นชา เหอะ เรื่องลอบสังหารครั้งที่แล้วยังไม่ได้คิดบัญชีเลย นางแทบรอไม่ไหวที่จะไปจัดการด้วยตัวเองแล้ว!

        หลิงเฟิงเตรียมตัวเดินทางไปด้วย เขารีบสั่งให้คนเตรียมรถม้า แต่เมื่อออกมากลับไม่พบแม้แต่เงาของชิงอีแล้ว

        องค์หญิงเดินเร็วขนาดนั้นเลยหรือ?!

        หลิงเฟิงบ่นและกลับไปที่ห้องหนังสือ เขายังไม่ทันเข้าไปก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจากข้างใน

        เกิดอะไรขึ้น!” หลิงเฟิงวิ่งเข้าไป แล้วพบว่าคนใช้ที่เตรียมมาทำความสะอาดนั่งกองอยู่กับพื้น และชี้ไปที่ผนังด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

        หลิงเฟิงมองตามนิ้วขึ้นไป และเกือบจะทรุดเข่าอย่างอ่อนแรง

        เขาอ้าปากค้าง ดวงตาแข็งทื่อ มองผนังที่เต็มไปด้วยการเขียนลวกๆ

        คุณพระ!

        ทั้งหมดนี้เป็นงานเขียนอักษรและภาพวาดที่ท่านอ๋องชื่นชอบ เหตุใดถึงมีภาพเต่าทับอยู่บนภาพพวกนั้นล่ะ?

        หลิงเฟิงไม่กล้าจินตนาการต่อไปว่าท่านอ๋องจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น…

        องค์หญิง ท่านอยากให้พวกเราตายหรือไร!!

Author Jinovel