มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 6 ตอนที่ 156 จิ้งจอกแอบอ้างบารมีพยัคฆ์

        หลิ่วจิ้งเอื้อมมือออกไปรับปิ่นมา พลางพยักหน้าให้เฉินเหยียน “ดีมาก นี่เป็นของที่ข้าต้องใช้จริงๆ ขอบใจเจ้าที่นำกลับมาส่งให้”

        เฉินเหยียนพยักหน้ารับน้อยๆ ไม่ได้คำนับหลิ่วจิ้ง ก่อนหันหลังขวับและเดินไปทันที

        หลิ่วจิ้งเองก็ไม่ได้ถือสาแต่อย่างใด คล้ายว่าเฉินเหยียนไม่มีมารยาทเช่นนี้ก็เป็นเรื่องปกตินัก นางเดาว่าเฉินเหยียนคงตรวจดูปิ่นอุบะทองนี้แล้วและรู้ว่ามันมีประโยชน์ใช้สอยอย่างไร

        หลิ่วจิ้งจ้องปิ่นอุบะทอง ความรู้สึกทั้งเปรี้ยวหวานขมประเดประดังเข้ามาในใจ ปิ่นอุบะทองนี้เป็นหยวนเซิ่งชิงมอบให้นาง

        เหตุที่นางยังคงเก็บมันไว้จนถึงทุกวันนี้ ประการแรกเพราะต้องการใช้มันเตือนสติว่าความแค้นของนางมาจากผู้ใด ประการที่สองเพราะปิ่นอุบะทองนี้ถูกหยวนเซิ่งชิงปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในให้สามารถเก็บซ่อนยาสลบที่เพียงพอทำให้คนห้าคนหมดสติได้

        ดูท่าว่านางจะต้องเตรียมหาที่ซ่อนยาสลบพวกนี้เอาไว้ที่อื่นบนตัวเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นหากพลั้งเผลอทำปิ่นอุบะทองที่มีกลไกอยู่ภายในหล่นหายเช่นในวันนี้ แล้วต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเช่นตอนถูกคนจับตัวไปคราวก่อน ในมือก็จะไร้อาวุธไว้ใช้สอย

        “ฮูหยินเจ้าคะ ปิ่นอุบะทองนี้มีดีที่ใดเจ้าคะ ฮูหยินมีเครื่องประดับศีรษะตั้งมากมายก็ไม่เห็นว่าฮูหยินจะใช้ เห็นแต่ปักปิ่นอุบะทองนี้ด้ามเดียวอยู่ทุกวัน”

         อิ๋งเหอเป็นคนรับผิดชอบเรื่องการแต่งตัวให้หลิ่วจิ้ง เห็นปิ่นแล้วก็เริ่มบ่นขึ้นมา นางช่วยหลิ่วจิ้งแต่งตัวอยู่ทุกวัน อุตส่าห์ออกแบบทรงผมไว้ตั้งมากมาย แต่หลิ่วจิ้งกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือเปลี่ยนปิ่นอุบะทองด้ามนี้เสียที ทำให้นางมีฝีมือเสียเปล่าแต่กลับไม่ได้ใช้

        “เอาล่ะๆ นับแต่วันพรุ่ง เจ้าว่าให้ใช้ด้ามใดก็ใช้ด้ามนั้น” หลิ่วจิ้งจะไม่เข้าใจความคิดของอิ๋งเหอได้อย่างไร เพียงแต่ตอนนี้นางมีปิ่นอุบะทองด้ามนี้ด้ามเดียวที่มีกลไกลับสามารถเก็บซ่อนยาสลบเอาไว้ได้ ครั้งก่อนนับว่าโชคดีนักที่มีมันอยู่ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนางจึงจัดการพวกโจรที่คิดมิดีมิร้ายกับนางได้ในที่สุด

        คำพูดของอิ๋งเหอก็เตือนสตินางขึ้นมาเช่นกันว่าหากทุกวันนางสวมแต่ปิ่นอุบะทองนี้อยู่ด้ามเดียวไม่เปลี่ยนสักที อาจเป็นที่สังเกตของผู้ประสงค์ร้าย เห็นทีว่ายาสลบที่เอาไว้ป้องกันตัวนี้จะต้องคิดหาวิธีอื่นจัดเก็บจึงจะได้

        “ฮูหยินเจ้าคะ ป้าหวังใหญ่เดินมาทางนี้เจ้าค่ะ” อวี้จิ่นกำลังนั่งให้ลมพัดผมให้แห้งอยู่ริมหน้าต่าง รีบเอ่ยปากเตือนหลิ่วจิ้งเมื่อเห็นป้าหวังใหญ่เดินเข้ามาในเรือนหลัก

        ป้าหวังใหญ่มาหาเร็วเพียงนี้ ท่าทางคงได้รับคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่าให้มาที่นี่กระมัง ข้าก็อยากดูนักว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะจัดการเรื่องของป้าจ้าวอย่างไร

        หลิ่วจิ้งยกมุมปากขึ้นยิ้ม นางใคร่รู้ด้วยใจจดจ่อทีเดียว

        “ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวได้รับการไหว้วานจากฮูหยินผู้เฒ่า มีคำจะบอกกล่าวกับฮูหยินเจ้าค่ะ” ป้าหวังใหญ่ใคร่ครวญอยู่ในหัวไม่หยุดหย่อนตลอดทางที่เดินมา ทว่านางคิดมาตลอดทางก็ยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของฮูหยินผู้เฒ่า แม้ว่ายามนี้จะมองเห็นเรือนหลักอยู่ตรงหน้าแล้วแต่ป้าหวังใหญ่ก็ยังคงคิดไม่ออก จึงคิดว่านอบน้อมกับหลิ่วจิ้งเอาไว้ก่อนเป็นดี

        “ฮูหยินผู้เฒ่ามีเรื่องใดฝากมา?” หลิ่วจิ้งไม่ได้เรียกให้ป้าหวังใหญ่เข้ามาในเรือน นางยืนอยู่ริมหน้าต่าง ใช้สายตาที่มองจากข้างบนกวาดตาลงไปยังป้าหวังใหญ่ที่อยู่เบื้องล่าง

        เวลานี้ป้าหวังใหญ่กระวนกระวายเหลือทน เพราะเมื่อครู่นางไม่ได้ทำตามคำสั่งของฮูหยิน ไม่รู้ว่าฮูหยินจะมองนางเช่นใด

         ป้าหวังใหญ่ไม่กล้ามองหลิ่วจิ้งตรงๆ เอาแต่ก้มหน้า เอ่ยอย่างหวาดกลัวร้อนรนว่า “เรียนฮูหยิน ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าระยะนี้อาการไหล่เจ็บซึ่งเป็นโรคเก่าของท่านกำเริบ จำเป็นต้องอาศัยฝีมือนวดของป้าจ้าวนวดเฟ้นอยู่เป็นประจำ จึงอยากขอให้ฮูหยินเลื่อนเวลาลงโทษป้าจ้าวออกไปก่อนสักวันสองวัน เพื่อให้ป้าจ้าวกลับไปช่วยนวดให้ฮูหยินผู้เฒ่าก่อนเจ้าค่ะ”

        ฮูหยินผู้เฒ่าลึกล้ำจริงๆ กลยุทธ์ ‘โจมตีตรงหน้า ลอบตีเฉินชาง [1] ’ ทั้งสองอย่างล้วนนำมาใช้จนหมด เรียกว่าทำให้นางลำบากใจเสียแล้ว เพราะกลับไม่ได้มาขอเอาคนคืนไปอย่างออกหน้าออกตา

        หลิ่วจิ้งขึงตายะเยือกลึกล้ำมองป้าหวังใหญ่ กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มครึ่งไม่ยิ้มครึ่งว่า “ป้าหวังใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่ามีอาการเจ็บป่วย ก็จำเป็นต้องให้ป้าจ้าวไปดูแลอย่างขาดไม่ได้ ต่อให้ป้าจ้าวมีความผิดอีกสักเท่าใด ผู้เยาว์เช่นพวกเราย่อมไม่อาจเพิกเฉยต่อสุขภาพของฮูหยินผู้เฒ่ามิใช่หรือ? เจ้าสามารถเอาคนกลับไปได้ แต่โทษนี้จะลดหย่อนไม่ได้ เดิมทีข้าคิดจะขังนางไว้วันหนึ่งเป็นพอ โทษนี้ก็ให้บันทึกเอาไว้ก่อน นางกลับมาช้าไปหนึ่งวัน ก็ขังเพิ่มหนึ่งวัน กลับมาช้าไปสองวันก็ขังเพิ่มสองวัน หวังเพียงว่าร่างกายของฮูหยินผู้เฒ่าจะหายโดยเร็ววันเป็นดี หาไม่ ป้าจ้าวก็คงต้องไปใช้ชีวิตบั้นปลายในห้องเก็บฟืนเสียแล้ว”

        ป้าหวังใหญ่ฟังหลิ่วจิ้งพูดจนจบก็นิ่งอึ้งไปทันที ไม่กล้ามากความอีก คิดว่านางนำคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่ามา แต่ฮูหยินก็ยังกล้าลงโทษป้าจ้าวต่อ หากไม่มีคนหนุนหลังฮูหยินจะกล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร เบื้องหลังของฮูหยินจะต้องไม่ใช่เล็กน้อยเป็นแน่

        “ขอบคุณฮูหยินเจ้าค่ะ บ่าวจะนำคำของฮูหยินไปแจ้งต่อฮูหยินผู้เฒ่าและป้าจ้าวเจ้าค่ะ” ป้าหวังใหญ่คำนับหลิ่วจิ้งเต็มพิธี ก่อนจะถอยหลังออกไป

        เมื่อป้าหวังใหญ่ถอยหลังออกไปจนพ้นจากสายตาของหลิ่วจิ้งแล้ว นางจึงกล้ายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดออกมาจากหน้าผาก พอเห็นว่าหลิ่วจิ้งสามารถบุกถอยได้ดังใจ ป้าหวังใหญ่จึงรู้สึกหวาดกลัวอีกฝ่ายมาจากขั้วหัวใจ

        แรกเริ่มนั้นนางนึกว่าฮูหยินก็เป็นเช่นอาหนู ที่ล้วนต้องอาศัยความรักหลงของท่านแม่ทัพจึงจะมีที่ยืนในจวนแม่ทัพแห่งนี้ ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุที่นางกล้าไม่เชื่อฟังคำของหลิ่วจิ้ง

        ก่อนนี้พวกนางล้วนอาศัยบารมีของป้าจ้าว จึงยึดถือท่าทีของป้าจ้าวเป็นแนวทางให้พวกนางปฏิบัติตาม เมื่อวันนี้พวกนางพบว่าป้าจ้าวไม่เห็นฮูหยินอยู่ในสายตาแต่อย่างใด จึงทึกทักเอาว่าฮูหยินคงทำให้เกิดคลื่นลมใหญ่โตอันใดขึ้นมามิได้

        ฮูหยินย่อมรู้ดีว่าที่ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกตัวป้าจ้าวกลับไปนั้นเป็นคำเท็จ แต่นางกลับไม่แสดงสีหน้าอาการ ไม่ได้บันดาลโทสะทั้งไม่ปฏิเสธ ท่าทางเยือกเย็นและเรียบเฉยประหนึ่งว่าสามารถควบคุมทุกสิ่งเอาไว้ในมือนาง ท่าทีทั้งหมดของฮูหยินเกินกว่าสิ่งที่ป้าหวังใหญ่คาดเอาไว้ แล้วจะไม่ทำให้ป้าหวังใหญ่กลัวได้อย่างไร

        หลิ่วจิ้งมองตามแผ่นหลังของป้าหวังใหญ่ขณะเดินกลับไปจากทางหน้าต่างก่อนเริ่มใคร่ครวญในใจ พวกบ่าวชราในจวนบางคนไม่ได้มีพื้นนิสัยชั่วร้ายเจ้าเล่ห์ เพียงแต่ต้องมีชีวิตอยู่ในชนชั้นล่างของสังคม จึงคุ้นเคยกับการทำตามสีหน้าของผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าเท่านั้น นางต้องหาวิธีดึงคนเหล่านี้มาอยู่ในอาณัติของนาง มีเพียงยามที่เรือนหลังไร้ซึ่งความกังวลใดๆ แล้วเท่านั้น นางถึงจะสามารถออกไปต่อสู้ศึกภายนอกได้เต็มกำลัง

        เมื่อคิดถึงว่านับตั้งแต่นางเข้ามาในจวนก็ไม่เคยทำเรื่องนอกลู่นอกทาง แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดฮูหยินผู้เฒ่ากลับไม่ชอบนาง ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกขัดหูขัดตานางมาโดยตลอด มักหาทางให้นางอยู่อย่างไม่เป็นสุข เช่นนั้นนางก็ควรใช้วิธีกำนัลมากำนัลกลับ มีของกำนัลมอบกลับให้ฮูหยินผู้เฒ่าบ้างจึงจะดี

        “ฮูหยินเจ้าคะ ท่านแน่ใจว่าจะให้ฮูหยินผู้เฒ่าเอาตัวป้าจ้าวกลับไปง่ายดายเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?” อิ๋งเหอไม่พอใจ ตอนนี้หน้าของอวี้จิ่นยังบวมอยู่เลย นางจึงรู้สึกเป็นเดือดเป็นแค้นแทนอวี้จิ่น

        เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความไม่พอใจของอิ๋งเหอ หลิ่วจิ้งกลับเดินไปข้างๆ อวี้จิ่นอย่างไม่เร่งร้อน จับจ้องอีกฝ่ายพลางกล่าวว่า “อวี้จิ่น เจ้าคิดเห็นเช่นใดกับเรื่องนี้ เจ้าเป็นเจ้าทุกข์ คิดว่าควรจะเอาคืนเช่นใด”

        “เรื่องนี้?” เมื่อถูกหลิ่วจิ้งถามอวี้จิ่นก็นิ่งไปครู่หนึ่ง คิดสักพักจึงบอกว่า “บ่าวคิดว่าควรใช้วิธีเขาเอาคืนเขา [2] เป็นดีเจ้าค่ะ เพียงแต่ยามนี้บ่าวยังไม่มีความสามารถจะไปต่อกรกับฮูหยินผู้เฒ่า บ่าวคิดว่าอย่างไรก็ควรต้องอดทนไปก่อน ให้โอกาสสุกงอมค่อยโต้กลับเจ้าค่ะ”

         คำพูดของอวี้จิ่นทำให้ดวงตาของหลิ่วจิ้งเปล่งประกาย นางเป็นคนที่บ่มเพาะได้จริงๆ จากนั้นกลับหันมองอิ๋งเหอด้วยความเสียดายหนหนึ่ง นางอยากให้อิ๋งเหอสามารถมองการณ์ไกลและมองทะลุปรุโปร่งได้เช่นนี้เหลือเกิน

        อิ๋งเหอมองหลิ่วจิ้งด้วยสีหน้างุนงง แล้วหันมองอวี้จิ่นต่อ คล้ายเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่ง

        “อิ๋งเหอ เจ้าลองไปคิดให้ดีๆ ฮูหยินผู้เฒ่าอ้างเหตุผลเรื่องการเจ็บป่วยเพื่อมาขอตัวป้าจ้าวไป อย่างน้อยในฉากหน้าก็นับว่าไว้หน้าข้า ซึ่งแน่นอนว่าข้าก็สามารถไม่ให้นางเอาคนไป แต่เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ ผลของการทำเช่นนั้นจะเป็นอย่างไร พวกเราจะสามารถอาศัยผู้ใดมาออกหน้าให้ พวกเรากันเองนี่หรือ? หรือจะเป็นท่านแม่ทัพ?” หลิ่วจิ้งถอนใจเบาๆ นางหวังให้อิ๋งเหอเติบโตขึ้นโดยเร็ว

        “ฮูหยินเจ้าคะ ท่านคงหิวแล้วกระมัง บ่าวจะไปเอาอาหารมาเจ้าค่ะ” อวี้จิ่นเห็นว่าหลิ่วจิ้งอ่อนล้าแล้ว ไม่ใช่แค่ความอ่อนล้าที่ร่างกาย แต่ยังอ่อนล้าที่ใจด้วย

        _____________________________

เชิงอรรถ

        [1] โจมตีตรงหน้า ลอบตีเฉินชาง เป็นกลยุทธ์ที่แสร้งโจมตีตรงหน้าให้ข้าศึกมาตั้งรับ แต่กลับเอากำลังอีกส่วนเข้าโจมตีทางด้านข้าง

        [2] ใช้วิธีเขาเอาคืนเขา หมายถึง หนามยอกเอาหนามบ่ง

Author Jinovel