มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 6 ตอนที่ 157 ลำบากใจสองทาง

        หลิ่วจิ้งพยักหน้าไปโดยไม่ทันคิด นางฟังสิ่งที่อวี้จิ่นพูด แต่จิตใจกลับไม่ได้อยู่ที่เรื่องทานอาหาร นางกำลังทบทวนว่าเหตุที่วันนี้ป้าจ้าวมีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีเรื่องใดที่นางยังคาดไม่ถึงอีกหรือไม่

        อวี้จิ่นเห็นว่าหลิ่วจิ้งกำลังไตร่ตรองบางอย่าง จึงดึงตัวอิ๋งเหอออกไปเตรียมอาหารให้นาง

        หลิ่วจิ้งเอนกายลงบนเก้าอี้เอนหลังริมหน้าต่าง มองนกข้างนอกหน้าต่างที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ซึ่งกำลังเอียงหัวมองนางเช่นกัน ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าตนต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกขังเอาไว้ในกรง ส่วนนกกลับเป็นผู้ที่ได้เสพสุขกับความสำราญแห่งอิสรภาพ

        เรื่องที่เกิดในวันนี้ มองเผินๆ แล้วก็เป็นแค่เรื่องแย่งโจ๊กชามหนึ่งที่แสนธรรมดาสามัญ เรื่องแย่งชิงของกันระหว่างบ่าวก็มิใช่ว่ามีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่เรื่องในวันนี้จะไม่มีสิ่งใดซับซ้อนเหมือนอย่างที่มองเห็นภายนอกจริงๆ หรือไม่?

        หลิ่วจิ้งกำลังทบทวนว่าหากเป็นแค่เรื่องแย่งโจ๊กชามหนึ่งธรรมดาๆ เท่านั้นจริงๆ ซึ่งนางเองก็คะเนเอาว่าป้าจ้าวไม่น่ามีความกล้าขนาดนั้น หรือทางฮูหยินผู้เฒ่าวางแผนจัดแจงตำแหน่งฐานะของนางเสียใหม่

        เมื่อคิดถึงข่าวที่อาหนูนำมาบอกนางว่าหั่วอี้มีเจตนาจะรอให้นางจ้าวคลอดบุตรชายก่อนจากนั้นก็จะยกนางจ้าวให้เป็นเอก หรือท่าทีกระด้างกระเดื่องของป้าจ้าวจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย หากเป็นดังนี้ นางก็ควรจะลงมือทำบางสิ่งแล้วใช่หรือไม่

        หลิ่วจิ้งยิ่งคิดต่อไปอีก นางหาใช่คนดีอะไร แต่นางก็ทำเรื่องโหดเหี้ยมอำมหิตไม่ลง เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงจุดนี้กลับต้องมาเจอทางตัน แล้วนางจะขจัดอุปสรรคใหญ่หลวงนี้ไปได้อย่างไร ไม่ว่าจะคิดแล้วคิดอีก คิดอย่างไรก็หาทางออกมิได้

        หลังจากถูกเฉินเหยียนโยนเข้าไปในห้องเก็บฟืน ไม่นานป้าจ้าวก็ค่อยๆ ได้สติขึ้นมา นางมองไปรอบๆ ห้องเก็บฟืน พักใหญ่จึงนึกเรื่องที่เกิดขึ้นได้ นางยังคงไม่เชื่อว่าฮูหยินจะเอานางมาขังจริงๆ

        “สวรรค์ รีบปล่อยข้าออกไป” นางกรีดร้องตะโกนเต็มเสียง เหล่าบ่าวที่ยามปกติแล้วคอยทำตามนางต่างหวาดกลัวทำตัวลำบากทั้งสองทาง ทั้งกลัวว่าจะล่วงเกินฮูหยินผู้เฒ่า และในเวลาเดียวกันก็ไม่อยากไปขวางทางฮูหยิน พวกเขาจึงหนีออกไปให้ห่างห้องเก็บฟืนเสียตั้งนานแล้ว ต่อให้นางตะโกนร้องจนคอเจ็บก็ไม่มีใครผ่านมาทางนี้

        ป้าจ้าวตะโกนจนคอแห้ง เสียงแหบไปหมด จึงหมดแรงนั่งพับลงบนกองฟืน

        นังฮูหยินที่มีแต่ตำแหน่งกลวงๆ เจ้าคอยดู ข้าจะไม่ให้เจ้าจากไปดีๆ แน่

        ป้าจ้าวมีสีหน้าแสนร้ายกาจขึ้นมา มองไปทางห้องนอนของหลิ่วจิ้งด้วยสายตาเย็นเฉียบ

        ตอนที่ป้าหวังใหญ่มาถึงนั้น ป้าจ้าวกำลังนั่งเอนหลังครึ่งตัวอยู่บนกองฟืน แม้ไม่นับว่านางมีชีวิตอยู่ดีกินดี แต่ก็นับว่ามีฐานะเป็นครึ่งหนึ่งของนายในจวนแม่ทัพ ยามปกติก็มีบ่าวคอยรับใช้เรื่องการกินการอยู่ให้ แล้วนางจะเคยต้องมารับทุกข์เช่นนี้ที่ใดกัน?

        “ป้าจ้าว ป้าจ้าว…” ตอนที่ป้าหวังใหญ่เอาลูกกุญแจไขเปิดประตูห้องเก็บฟืนออกก็พบว่าป้าจ้าวนั่งพาดอยู่บนกองฟืนในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตาย นางก็ลนลานไม่รู้จะทำอย่างไร

        นางร้องเรียกหลายครา ป้าจ้าวจึงลืมดวงตาที่หรี่เล็กโรยแรงเหมือนปลาตายขึ้นมา

        ป้าจ้าวเห็นว่าคนที่มาคือป้าหวังใหญ่ จึงรีบตั้งสติเรียกกำลังวังชา นางเอื้อมมือสั่นเทิ้มไปหาป้าหวังใหญ่ ป้าหวังใหญ่เข้าใจรีบเอื้อมมือไปประคองให้นางลุกขึ้น

        “เป็นฮูหยินผู้เฒ่าบอกให้เจ้ามารับข้าใช่หรือไม่” ป้าจ้าวพูดกับป้าหวังใหญ่ด้วยความดีใจ

        ป้าหวังใหญ่พยักหน้ารับหงึกหงักเป็นการตอบรับ

        “หึ! ฮูหยินผู้เฒ่าจะต้องออกหน้าให้ข้า ข้ากลับอยากดูนักว่าฮูหยินจะทำอย่างไรกับข้าได้?” เมื่อป้าจ้าวได้พูดออกไปความโกรธก็บรรเทาลงบ้าง คล้ายว่าสามารถมองเห็นจุดจบของฮูหยินแล้ว นางปัดฝุ่นผงบนตัวก่อนเดินอาดๆ ออกไป

        ป้าหวังใหญ่รีบเดินตามหลังป้าจ้าวเพื่อไปรับคำสั่งจากฮูหยินผู้เฒ่า

        “ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ ท่านต้องจัดการให้บ่าวนะเจ้าคะ!” เมื่อกลับถึงเรือนฮูหยินผู้เฒ่า ป้าจ้าวยังไม่ทันเข้ามาในห้องก็ร้องไห้มาแต่ไกล

        นางร้องไห้พลางถลาเข้าไปข้างๆ ฮูหยินผู้เฒ่า คุกเข่าลงกอดขาผู้เป็นนายและร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหล

        ฮูหยินผู้เฒ่ามองป้าจ้าวที่เป็นบ่าวติดตามมาตั้งแต่นางแต่งงานออกมาไกลบ้าน รู้สึกทั้งโมโหทั้งสงสาร

        ความทุกข์ใจและรังเกียจผสมปนเปกัน ในใจร้อนรนไม่เป็นสุขเหลือทน นางโกรธองค์หญิงที่บังอาจเอาป้าจ้าวไปขังที่ห้องเก็บฟืน

        โทสะของนางมีต้นเหตุมาจากตัวองค์หญิง เพราะองค์หญิงเอาป้าจ้าวไปขังก็เท่ากับตบหน้านาง ลึกๆ นั้นนางกับองค์หญิงก็ชิงชังกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ด้วยเรื่องของป้าจ้าวกลับทำให้ความชิงชังนี้เผยออกมายังเบื้องหน้า นับแต่นี้ไป ทั้งนางและองค์หญิงก็จะเริ่มเปิดฉากการต่อสู้กันอย่างลับๆ ที่กินเวลายาวนานหลายปี

        ในขณะที่ฮูหยินผู้เฒ่าโมโหอยู่นั้น นางก็โกรธป้าจ้าวด้วยที่ไม่รู้จักระงับโทสะ ในช่วงเวลาที่หั่วอี้ยังหลงของใหม่อยู่ แม้แต่นางเองก็ยังพยายามไม่ไปปะทะกับองค์หญิง เพื่อไม่ต้องให้หั่วอี้ลำบากใจ นึกไม่ถึงว่าป้าจ้าวกลับเป็นคนไปแตะต้ององค์หญิงก่อน นี่มิเท่ากับบีบให้นางเป็นคนถูกกระทำหรอกหรือ?

        “ป้าจ้าว เจ้าเป็นคนเก่าแก่ที่อยู่ข้างกายข้า ก็ควรจะรู้ว่าเรื่องใดควรทำเรื่องใดไม่ควรทำ”

        ฮูหยินผู้เฒ่ามองป้าจ้าวอย่างโกรธเกรี้ยว เอ่ยต่อไปอย่างชังเหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า [1] ว่า “ทั้งที่เจ้าก็รู้ว่าอี้เอ๋อร์กำลังรักหลงหญิงผู้นั้น แต่กลับไม่รู้จักระงับอารมณ์ ก่อเรื่องขึ้นมาได้”

        ป้าจ้าวเย็นวาบอยู่ในใจ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเหตุใดฮูหยินผู้เฒ่าต้องกลัวองค์หญิงนั่นด้วย แล้วตอนนี้จะทำเช่นใดดี นางอุตส่าห์หวังให้ฮูหยินผู้เฒ่าจัดการให้นาง

        ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ให้โอกาสป้าจ้าวพูด สั่งสอนต่อไปว่า “เจ้าอยากให้ข้าช่วยหรือไม่ช่วยเจ้า? หากช่วยเจ้าก็กลับทำร้ายจิตใจของอี้เอ๋อร์ ไม่ช่วย เจ้าก็ทนกล้ำกลืนแค้นนี้มิได้ จะทำการใดรู้จักไตร่ตรองให้ชัดแจ้งก่อนได้หรือไม่”

        ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจหนักๆ คราหนึ่ง แต่ละคนก่อเรื่องเดือดร้อนให้นางจริงๆ

        คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าเป็นดั่งสายฟ้าฟาดหู ยามนี้ป้าจ้าวจึงเพิ่งสำเหนียกได้ว่านางหุนหันพลันแล่นนัก คิดถึงเพียงความสะใจเฉพาะหน้า แต่กลับไม่ได้ใคร่ครวญให้ดีว่าการลงมือกับองค์หญิงในเวลานี้กลับไม่ใช่โอกาสเหมาะ

        “บ่าวสมควรตาย บ่าวสมควรตายนักเจ้าค่ะ” ป้าจ้าวไม่มีหน้ามาร้องไห้อีก ตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่านางไร้หัวคิด การที่นางไปตบหน้าองค์หญิงก็เท่ากับตบหน้าท่านแม่ทัพด้วย อย่างน้อยก่อนที่นางจ้าวจะคลอดบุตรชาย ก็ยังไม่ใช่โอกาสดีที่จะกำราบองค์หญิง อีกประการคือเรื่องนี้อาจทำให้องค์หญิงระวังตัวขึ้นมา

        ป้าจ้าวรู้แล้วว่านางทำเสียเรื่อง จึงรีบโขกหัวให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ยอมหยุด นางไม่กล้าหวังให้ฮูหยินผู้เฒ่าออกหน้าให้นางอีก แค่ไม่ลงโทษนางอย่างหนักก็นับว่าต้องขอบคุณฟ้าดินมากแล้ว

        “ข้ารับเจ้ากลับมา ก็นับเป็นการแสดงท่าทีของข้าต่อองค์หญิงอย่างชัดเจนแล้ว คนของข้าหาใช่คนที่เด็กสาวตัวน้อยเช่นนางจะมาแตะต้อง! แต่เรื่องนี้ก็ต้องดูท่าทีของอี้เอ๋อร์ด้วย หากเขาจะออกหน้าเพื่อสตรีผู้หนึ่ง เจ้าก็ยังต้องทนรับเคราะห์ไปก่อน ทั้งหมดต้องแล้วแต่บุญวาสนาของเจ้าแล้ว”

         ฮูหยินผู้เฒ่าพูดจบก็ถีบป้าจ้าวออกไปอย่างค่อนข้างรังเกียจ “ลุกขึ้นมาก่อนเถิด เจ้าก็อายุปูนนี้แล้วต้องมาทรมานอยู่ครึ่งค่อนวันคงจะแทบไม่ไหวแล้วกระมัง ไปอาบน้ำอาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดมาก่อน ค่อยไปหาอะไรกินเถิด!”

        ฮูหยินผู้เฒ่านึกว่าเรื่องนี้จะเลิกแล้วต่อกันไปง่ายๆ เช่นนี้ เพราะไม่เชื่อว่าองค์หญิงจะทำตามคำขู่ของนางจริงๆ หรือนางยังจะกล้ามาเอาคนไปตามที่นางพูดไว้เสียให้ได้? ทว่าแม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะคาดเดาจิตใจของหลิ่วจิ้งถูก แต่กลับเดาใจของบุตรชายสุดที่รักที่มีต่อหลิ่วจิ้งไม่ถูก

        _____________________________

เชิงอรรถ

        [1] ชังเหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า หมายถึง คับแค้นใจที่ไม่ได้ดั่งใจ ไม่ดีสมใจ

Author Jinovel