มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 5 บทที่ 150 มองมันด้วยสายตาประเมินใหม่

        “เมืองวันสิ้นโลกที่ใหญ่ขนาดนี้  จะต้องมียอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญการลงทัณฑ์อย่างแน่นอน  จะต้องมีวิธีการสารพัดนับพันชนิด  ทำให้ทราบสิ่งที่ต้องการจากปากของปีศาจเฒ่าผู้นี้  ถ้าเช่นนั้น  พวกเราก็ไม่ต้องยุ่งยากไปเที่ยวตามค้นหาพวกเขาทีละคนแล้ว”  จ้านอู๋มิ่งไม่สนใจหนานกงหลิวอวิ๋นอีกต่อไป  เขาทราบว่ามีบรรพบุรุษผู้เฒ่าสูงสุดอยู่  ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหนานกงและสำนักกระบี่วิญญาณ  จะต้องไม่ก่อเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาจริงๆ  และแล้วก็ชี้ไปที่บรรพบุรุษผู้เฒ่าผมแดงที่เหมือนสุนัขตายตัวหนึ่งพูดขึ้นอย่างเฉยชา

        “เรื่องนี้มอบให้พวกเราสองคนก็ใช้ได้แล้ว”  จู้เชียนชิวรู้สึกว่าตนไม่มีบารมีน่าภาคภูมิใจเช่นปีเก่าก่อนแล้วจริงๆ  แต่เขาสันทัดมากเกี่ยวกับบทลงทัณฑ์ชนิดต่างๆ บนแผ่นดินใหญ่  กล่าวถึงที่สุดแล้ว คุกในเมืองวันสิ้นโลกเป็นสถานที่ดีที่ที่สุดในการฝึกการลงทัณฑ์  ต้องการทราบข่าวสารเกี่ยวกับสำนักอสูรโชคชะตาจากปากของตัวประหลาดเฒ่าผมแดง  เช่นนั้นได้แต่ใช้การลงทัณฑ์ทรมานเพื่อรีดเค้นบังคับเท่านั้น

        “ถ้าเช่นนั้นก็รบกวนทั้งสองท่านแล้ว”  จ้านอู๋มิ่งมองจู้เชียนชิวและจู้ว่านเหนียน  แล้วผงกๆ ศีรษะ  สถานที่นี้คือเมืองวันสิ้นโลก  สถานที่ภายใต้การควบคุมของตระกูลจู้  มอบคนให้แก่จู้เชียนชิวและจู้ว่านเหนียน  เขากลับวางใจยิ่งกว่า  เนื่องเพราะตอนอยู่ในสมรภูมิรบกระดูกขาว  ขณะที่สองคนถูกพลังระเบิดตัวเองกระแทกจนกระเด็นเข้าไปในเกาะกระดูกขาว  จ้านอู๋มิ่งได้ให้ชางอวี่ดำลงไปในมหาสมุทรอย่างเงียบๆ และบังคับควบคุมจิตวิญญาณแห่งชีวิตของทั้งสองไว้แล้ว

        ที่เรียกกันว่าการร่วมมือชนิดต่างๆ นั้น  จ้านอู๋มิ่งยังคงเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายและทาสรับใช้  เมื่อตนกุมจิตวิญญาณแห่งชีวิตของอีกฝ่ายไว้ในกำมือ  ก็สามารถควบคุมเจตจำนงของเขาได้โดยตรง  เช่นนี้ก็จะไม่สามารถทรยศตนตลอดกาล  ก็เหมือนกับเช่นเดียวกันกับเหยียนเต้าจื่อ  ต่อให้จ้านอู๋มิ่งกับเขามีความแค้นของการสังหารบุตรชาย  แต่เจตจำนงของจ้านอู๋มิ่ง ทำให้เขาละเลยความอาฆาตแค้นนี้แล้ว!

        และวิธีการควบคุมชนิดนี้มาจาก “คัมภีร์เทพอนัตตา” นั่นเอง  ระดับขั้นสูงส่งเหนือล้ำกว่าอาวุธจิตวิญญาณลูกแก้วชำระจิตวิญญาณ  ที่เป็นเอกลักษณ์ของปรมาจารย์เต๋าสวรรค์เลยทีเดียวที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ  ผู้ถูกควบคุมจะศิโรราบเชื่อฟังอย่างเด็ดขาด  ขอเพียงจ้านอู๋มิ่งมีความคิดขึ้นวูบเดียว  ชีวิตและความเป็นตายของเขาก็จะถูกควบคุม  ดังนั้นจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามนี้คิดเห็นอย่างไร  จ้านอู๋มิ่งล้วนสามารถทราบทั้งสิ้น!

        “ยังคงทำลายฐานบ่มเพาะของเขาโดยตรงก่อนจะปลอดภัยกว่า  กล่าวถึงที่สุดแล้วจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่งยังคงค่อนข้างตึงมืออยู่บ้าง  ไม่กลัวว่าเหตุการณ์หนึ่งหมื่นครั้ง  แต่กลัวเหตุไม่คาดฝันหนึ่งในหมื่น[1]  รอบคอบปลอดภัยไว้ก่อน  กันไว้ดีกว่าแก้”  และแล้วจุดจบที่น่าเศร้าของบรรพบุรุษผู้เฒ่าผมแดงก็เริ่มต้นตั้งแต่วินาทีนี้  ฐานบ่มเพาะของเขาถูกทำลาย  หน้าตาแปรเปลี่ยนเป็นแก่เฒ่าชราลงมากมายสุดเปรียบปาน  ทว่ากลับยังมีชีวิตอยู่  แต่ปราศจากพลังจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้แม้แต่น้อย  แม้ว่าจู้เชียนชิวและจู้ว่านเหนียนได้รับบาดเจ็บจากสมรภูมิรบกระดูกขาวยังไม่หายดี  ก็ไม่กลัวการต่อต้านใดๆ ของหงเหมา

        บรรพบุรุษผู้เฒ่าผมแดงตกอยู่ในอันตรายอย่างเดียวดาย  ผลสุดท้ายกลายเป็นนักโทษถูกจองจำอย่างน่าเศร้า  เวลานี้ถูกทำลายฐานบ่มเพาะหมดสิ้นโดยตรง  ถูกลากตัวเข้าไปในคุกลับของตระกูลจู้  เรื่องการสอบปากคำเช่นนี้  เมืองวันสิ้นโลกมีผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์อยู่ไม่น้อย   จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์แห่งยุคผู้น่าสมเพชเวทนา  จุดจบโศกนาฏกรรมของเขาไม่จำเป็นต้องพูดอย่างละเอียด  ย่อมมีรายงานข้อมูลตอบกลับมาจากตระกูลจู้

        จ้านอู๋มิ่งปรบๆ มือและหยิบลูกแก้วชำระจิตวิญญาณบนพื้นขึ้นมาพูดว่า “ดูแล้วสิ่งนี้จะยังคงใช้ได้ผลอยู่  แต่ผลลัพธ์ของสิ่งนี้กลับไม่อาจเผยแพร่รั่วไหลออกไป  ทุกท่านสามารถอาศัยจังหวะที่บรรดาหมากเร้นลับของตระกูลโม่ยังไม่ทันรู้ตัว  ให้สำนักนิกายจัดให้มีการทดสอบสักครั้ง  โดยบอกว่าเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งและอ่อนแอของพลังชีวิตอะไรนั่น  คาดว่าภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีการเตรียมตัวเตรียมใจ  จะสามารถค้นหาหนอนบ่อนไส้ออกมาได้เป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน  สามารถจดชื่อของคนพวกนี้เอาไว้ก่อน  และหลังจากนั้นกวาดล้างในคราวเดียว  ย่อมสามารถจัดการสำเร็จได้อย่างง่ายดาย

        “แต่ว่าจอมยุทธ์น้อยจ้านมีลูกแก้วชำระจิตวิญญาณเพียงอันเดียว  สำนักนิกายพวกเรามากมายเช่นนี้จะแบ่งกันอย่างไร?”  เสวียนเสวียนจื่อถามด้วยความสงสัย

        “เรื่องนี้  ลูกแก้วข้ากลับยังมีอีกหลายลูก  เพียงแต่ว่าวัสดุที่ใช้ทำลูกแก้วนี้ราคาแพงอย่างยิ่ง  ถ้าหากทุกท่านต้องการ  สามารถสั่งทำกับข้าได้  เรื่องราคานี้ต้องยุติธรรมอย่างแน่นอน  ลูกแก้วลูกนี้ย่อมเหลือไว้ให้สำหรับสำนักบริบาลเดรัจฉานใช้ก่อน”  พูดถึงเรื่องของการค้าขายนี้  จ้านอู๋มิ่งกระปรี้กระเปร่าอย่างยิ่ง  มีพลังความแข็งแกร่งขึ้นมาทันทีแล้ว  ดูจนจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทุกคนพากันมองหน้ากัน  เจ้าหมอนี่กำลังจะเริ่มจะสร้างกำไรเงินทองอีกแล้ว

        “ไม่ทราบว่าลูกแก้วชำระจิตวิญญาณนี้ จอมยุทธ์น้อยจ้านเตรียมจะขายราคาเท่าไร?”  บรรพบุรุษอู๋เฉินคิดๆ แล้วถามขึ้น

        “ไม่แพงไม่แพง  สำหรับแต่ละสำนักนิกายใหญ่แล้ว  นี่เพียงแค่ขนเส้นเดียวของวัวเก้าตัว[2]เท่านั้น ลูกแก้วชำระจิตวิญญาณลูกหนึ่งคิดราคาหินจิตวิญญาณระดับสูงหนึ่งแสนก้อนก็ใช้ได้แล้ว…”

        “ไฉนเจ้าไม่ไปปล้นเสียเลยเล่า!”  พลันหนานกงหลิวอวิ๋นขัดจังหวะคำพูดของจ้านอู๋มิ่ง  อาวุธจิตวิญญาณชั้นยอดชิ้นหนึ่งราคาก็เพียงหินจิตวิญญาณระดับสูงหนึ่งหมื่นก้อนเท่านั้น  ราคาลูกแก้วชำระจิตวิญญาณลูกนี้สามารถซื้ออาวุธจิตวิญญาณชั้นยอดได้จำนวนหลายชิ้นแล้ว  จ้านอู๋มิ่งนี้ก็ตั้งราคาสูงมากโหดเกินไปหน่อยแล้ว

        “แค่ก แค่ก…”  จ้านอู๋มิ่งไออยู่หลายครา  พูดโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนว่า  “บรรพบุรุษผู้เฒ่าของตระกูลหนานกงผู้นี้นิสัยก็ใจร้อนมากเกินไปหน่อยแล้ว  ข้ายังพูดไม่ทันจบเลยนะ ความจริงแล้วเพื่อให้สามารถรักษาความสงบสุขของโลกหล้า  เดิมทีข้าตั้งใจเตรียมจะให้ส่วนลดสองในสิบส่วนกับทุกคน  ควรทราบว่าของสิ่งนี้ดูไปแล้วก็เหมือนเช่นไข่มุกราตรี  แต่ความจริงแล้ว  ข้างในกอปรด้วยพลังที่ไม่มีคุณสมบัติของธาตุเจือปนใดๆ อยู่  คิดว่าบรรพบุรุษผู้เฒ่าทุกคนต้องทราบกระจ่าง  ถึงระดับความล้ำค่าของพลังที่ไม่มีคุณสมบัติของธาตุใดๆ นี้  และร่างเดิมมันถูกนำมาจากไข่มุกที่จมอยู่ในมหาสมุทรมรณะ  ถึงแม้สิ่งนี้จะไม่ใช่สิ่งที่มีราคาค่างวดอย่างยิ่ง  แต่กลับมีจำนวนน้อยมาก หายากยิ่งนัก  เพื่อสิ่งนี้ ข้าก็ต้องจ่ายไปมากมายมหาศาลเช่นกัน  เสนอเป็นรางวัลเพื่อให้ได้สิ่งนี้มาจากพวกชนเผ่าสมุทร

        หยุดคิดครู่หนึ่ง  จ้านอู๋มิ่งพูดอีกว่า “แน่นอนว่ายังมีวัสดุลับชนิดอื่นๆ เพิ่มเติมอยู่ในนั้นอีกด้วย  ข้าเสนอราคาหินจิตวิญญาณระดับสูงหนึ่งแสนก้อน  ความจริงแล้วข้าเพียงแค่คิดกำไรค่าทักษะวิชานิดหน่อยเท่านั้น  แต่ข้าเป็นคนทำการค้าที่มีมโนธรรมมิใช่หรือ  เรื่องใหญ่เช่นนี้ที่เกี่ยวข้องคนทั่วไปของโลกหล้า  ข้าจะไม่เก็บค่าทักษะวิชานี้หรอกนะ  ดังนั้นข้าเตรียมให้ส่วนลดสองในสิบส่วนกับทุกคน  หากผู้ใดมีข้อสงสัยกังขา  รู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่า  ย่อมสามารถที่จะไม่ซื้อได้  สามารถใช้วิธีนี้ได้เช่นกันว่าสำนักนิกายใดที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน  ขอยืมมาใช้สักครั้งก็ได้ อย่าว่าแต่ข้าก็ไม่ได้กำไรอะไรมากมายนัก

        คำพูดของจ้านอู๋มิ่งครึ่งจริงครึ่งเท็จ  กลับทำให้จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทุกคนพูดไม่ออกแล้ว บรรพบุรุษผู้เฒ่าสูงสุดพูดอย่างขุ่นเคืองอยู่บ้างว่า “เจ้าได้ปล้นชิงศิษย์สำนักนิกายต่างๆ ในน่านน้ำมหาสมุทรคุนเผิงไปไม่จำนวนไม่น้อยเลย  มูลค่าของที่ได้มาจะน้อยได้อย่างไร  เรื่องราวเหล่านี้พวกเราเหล่าตัวประหลาดเฒ่าก็เพียงแค่ลืมตาข้างหนึ่งหลับตาข้างหนึ่ง  แต่ว่าลูกแก้วชำระจิตวิญญาณจะสามารถขายให้พวกเราราคาที่ถูกกว่านี้หน่อยได้หรือไม่เล่า

        จ้านอู๋มิ่งลุกขึ้นมายืน  สีหน้าหน้าขุ่นข้องหงุดหงิดพูดว่า  “ไม่พูดถึงเรื่องนี้ยังดีอยู่  พอพูดถึงหินจิตวิญญาณที่ปล้นมา ข้าก็โมโหขึ้นมาทันที  ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะโม่ฉางชุนที่น่าตาย  เพื่อที่จะสังหารโม่ฉางชุนในครั้งนี้ ข้าได้เสียสละมากมายเกินไปแล้ว

        “แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น  พวกเราล้วนทราบว่าเจ้าผ่านทัณฑ์สายฟ้า  แต่ดูจากลักษณะท่าทางของเจ้าแล้วก็แค่บาดเจ็บนิดหน่อยเท่านั้นเอง  พักผ่อนฟื้นฟูสักหน่อยก็หายดีแล้ว!”  เสวียนเสวียนจื่องวยงงไม่เข้าใจ

        “ข้าจะไม่พูดแล้ว  ท่านถามบรรพบุรุษผู้เฒ่าเหยียนเต้าจื่อสักครั้ง  ดูว่าเรื่องราวใช่รวบรัดง่ายดายขนาดนี้หรือไม่”  จ้านอู๋มิ่งดูขุ่นข้องพูดไม่ออกอย่างยิ่ง

        สายตาของจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะหันมองไปทางเหยียนเต้าจื่อ  ไม่ทราบว่าเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับเหยียนเต้าจื่ออีก

        เหยียนเต้าจื่อหัวเราะอย่างเคอะเขิน “เรื่องนี้ก็ต้องโทษข้าด้วยเช่นกัน  ที่ตอนแรกไม่ได้อธิบายให้ทุกคนฟัง  ก่อนหน้านี้ตอนที่จอมยุทธ์น้อยจ้านและข้าได้พบเห็นมหาค่ายกลหมื่นดวงวิญญาณสักการะฟ้านั้น  ก็สรุปได้ว่าคนที่จัดวางค่ายกลนี้อาจจะย้อนกลับสู่ภายในค่ายกลแห่งนี้  ตลอดจนใช้ประโยชน์จากค่ายกลใหญ่นี้ในการสังหาร  ดังนั้นก่อนที่พวกเราจะกลับมายังจวนเจ้าเมืองวันสิ้นโลกเพื่อเปิดโปงโม่ฉางชุน  อันที่จริง จอมยุทธ์น้อยจ้านได้วางแผนการลับเพื่อโจมตีกลับที่สมรภูมิรบกระดูกขาวไว้ก่อนเนิ่นนานแล้ว  นั่นก็คือนำหินจิตวิญญาณทั้งหมดไว้ใต้บริเวณตาค่ายกลต่างๆ หลายแห่งของสมรภูมิรบกระดูกขาว  ใช้หินวิญญาณระดับต่ำร่วมประมาณสิบล้านก้อน  หินจิตวิญญาณระดับกลางและหินจิตวิญญาณระดับสูง  แน่นอน  หลังจากใส่หินจิตวิญญาณของเขาทั้งหมดลงไปแล้วยังรู้สึกว่าไม่เพียงพออยู่บ้าง  ดังนั้นข้าก็ใส่ของข้าเพิ่มเติมเข้าไปส่วนหนึ่งด้วย

        “อา!”  พลันจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดมองจ้านอู๋มิ่งด้วยสายตาที่ประเมินใหม่  พวกเขาคิดไม่ถึงว่าจ้านอู๋มิ่งผู้นี้ที่เอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเงินทอง  รักทรัพย์สมบัติยิ่งชีพ  ปล้นชิงจนเป็นนิสัย  เพื่อส่วนรวมทุกคนแล้วกลับยอมสละหินจิตวิญญาณที่ปล้นมาได้ทั้งหมด  อีกทั้งยังยอมสูญเสียหินจิตวิญญาณจำนวนมหาศาลที่ได้รับจากการต่อสู้เดิมพันด้วยชีวิต  จำนวนสองส่วนรวมขึ้นมาแล้วมากจนน่ากลัว  ทำให้ตัวประหลาดเฒ่าทั้งหมดล้วนลอบอึ้งจนพูดไม่ออก  หากว่าสลับกัน  ใครในห้องนี้ที่จะมีความกล้าหาญมือเติบอย่างจ้านอู๋มิ่งบ้าง  กลับยอมทิ้งของมูลค่าแทบเท่ากับรายได้ของทั้งสำนักนิกายเป็นเวลาหลายเดือนไปหมดเพื่อทำการโต้กลับครั้งใหญ่

        เวลานี้จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดย้อนนึกไปถึงปรากฏการณ์แปลกๆ ภายในสมรภูมิรบกระดูกขาวก่อนจะเกิดทัณฑ์สายฟ้า  ความปั่นป่วนทางจิตวิญญาณที่วุ่นวายสับสนนั้น  ดูแล้ว  จ้านอู๋มิ่งเป็นผู้จุดชนวนกองหินจิตวิญญาณที่วางไว้ก่อนแล้วนั่นเอง  ไม่แปลกใจเลยที่โม่ฉางชุนในฐานะจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์กลับต้องตอบโต้อย่างสุดกำลัง  คาดว่าโม่ฉางชุนผู้นี้ถูกระเบิดจนไหม้เกรียมด้วยการระเบิดของหินจิตวิญญาณแล้วจึงพบกับทัณฑ์สายฟ้าซ้ำอีก  คิดจะไม่ตายก็ยากแล้ว

        จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดพลันระบุว่าจ้านอู๋มิ่งผู้นี้เป็นคู่ต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัว  คนบ้าผู้หนึ่งไม่น่ากลัว  คนคลั่งผู้หนึ่งไม่น่ากลัว  ที่น่ากลัวคือคนน่ารังเกียจที่ทั้งบ้าทั้งคลั่งและทั้งมือเติบกล้าทุ่มทุกอย่าง!

        ไม่น่าแปลกใจเลยที่เหยียนเต้าจื่อเชื่อมั่นมากที่สุดในเวลานั้นว่า  จ้านอู๋มิ่งสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย  กลับได้วางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนเนิ่นนานแล้วนั่นเอง

        “เวลานี้ข้ายากจนเหลือแต่แหวนจักรวาลว่างเปล่าเหล่านี้  ไม่มีอะไรจะใส่ข้าได้แต่ร้อยเป็นสร้อยคอเพื่อทำเป็นเครื่องประดับแล้ว  แน่นอนว่ามีแท่งทองคำกองหนึ่งอยู่ข้างใน  ถ้าพวกท่านผู้ใดสนใจ  ข้าขอแลกมันทั้งหมดกับพวกเจ้า  รับรองว่าถูกกว่าราคาท้องตลาดแน่นอน”  จ้านอู๋มิ่งท่าทางราวกับอันธพาล  เขาหยิบสร้อยคอยาวออกมาแล้วส่ายไปมาต่อหน้าพวกจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์

        เหล่าจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดพูดไม่ออกแล้ว  เฉพาะสร้อยคอนี้ก็มีแหวนร่วมร้อยวงแล้ว  ในน่านน้ำมหาสมุทรคุนเผิง ไอ้หนูนี่ปล้นชิงเขามาทั้งหมดกี่คนกันแน่  กลับรวบรวมแหวนจักรวาลมาได้มากมายถึงเพียงนี้  แล้วยังห้อยไว้รอบคออย่างไร้สาระขนาดนี้  ชอบอวดโอ่มากเกินไปแล้ว!

        แต่น่าเสียดาย  ข้างในล้วนเป็นแท่งทองคำทั้งหมดที่ใช้กันในทางโลกิยะเท่านั้น  ในสายตาของตัวประหลาดเฒ่าเหล่านี้  ทองคำก็เหมือนอุจจาระก็มิปานนี่เอง  ใครเขาจะเอาหินจิตวิญญาณไปแลกเปลี่ยนกับทองของผู้อื่นกันเล่า

        “คิดไม่ถึงว่าจอมยุทธ์น้อยจ้านจะมีคุณธรรมสัตย์ซื่อเช่นนี้  เพื่อใต้โลกแล้วยอมตัดใจเสียสละมากมายขนาดนี้  ทำให้เสวียนเสวียนจื่อรู้สึกชื่นชมจริงๆ  ลูกแก้วชำระจิตวิญญาณนี้  สำนักวิญญาณเร้นลับข้ายินดีจ่ายหินจิตวิญญาณระดับสูงแปดหมื่นก้อนซื้อเอาไว้”  เสวียนเสวียนจื่อพยักหน้ายอมรับการกระทำของจ้านอู๋มิ่ง……

        ถึงแม้ตอนแรกเขาก็อึดอัดขัดตากับนิสัยเด็กคนนี้มาก  เขาค่อนข้างชั่วร้ายอยู่บ้าง  ไม่เดินในเส้นทางอันชอบธรรม  ทั้งปล้นชิงและกรรโชกอีกทั้งความหยิ่งผยองขนาดนั้น  แม้แต่เขาที่มีนิสัยชืดชาตลอดมาก็ยังทนทานไม่ได้อยู่บ้าง  แต่พอได้ยินสิ่งที่เหยียนเต้าจื่อพูดแล้ว  พลันเขามองจ้านอู๋มิ่งอย่างประเมินใหม่แล้วทันที  ถึงแม้ว่าคนผู้นี้นิสัยข้อด้อยมีมากมายยิ่ง  โลภในทรัพย์เงินทองชอบเอาชนะ  ตลอดจนเจ้าเล่ห์มากอุบายอุตส่าห์วางแผนการมากมายนับไม่ถ้วน  แต่เมื่อเผชิญกับปัญหาใหญ่ในเรื่องของส่วนรวม  ไอ้หนูคนนี้ก็ไม่เหลวไหลเลยแม้แต่น้อยเช่นกัน!

        นี่ทำให้เขารู้สึกว่าตนได้เห็นข้อดีของจ้านอู๋มิ่งแล้วจริงๆ  ลองคิดดู  บรรดาคนหนุ่มอัจฉริยะรุ่นราวคราวเดียวกับจ้านอู๋มิ่ง  มีผู้ใดสามารถมีความน่าภาคภูมิใจเช่นจ้านอู๋มิ่งบ้าง  ถึงกับจุดชนวนหินวิญญาณหลายสิบล้านก้อนพร้อมกัน?  ผู้ใดจะกล้าเดิมพันคราวเดียวด้วยทรัพย์สมบัติของตนมากขนาดนี้ เพียงเพื่อช่วยเหลือคนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตนเลย?

        พูดตามความจริง  จ้านอู๋มิ่งกับพวกคนกลุ่มนี้ยังไม่ค่อยจะมีน้ำใจไมตรีมากมายอะไรนัก  อย่างมากที่สุดก็ใกล้ชิดสนิทกับจู้เชียนเชียนและจู้ชิงขวงอยู่บ้าง  หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น  บางทีอาจเพียงแค่นำคนของสำนักตนจากไปเท่านั้น  พาจู้เชียนเชียนจากไปก็พอแล้ว  คนอื่นๆ จะเป็นหรือตายเกี่ยวข้องอันใดกับตนเล่า!

        แต่จ้านอู๋มิ่งกลับไม่ได้ทำเช่นนั้น  แต่คิดหาทางออกให้ทุกคนไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว  ถ้าเกิดค่ายกลใหญ่นี้เริ่มต้นทำงานขึ้นมา  ก็ระเบิดรูปค่ายกลนี้พังทลายพินาศทิ้งโดยตรง  และวิกฤตของจวนเจ้าเมืองวันสิ้นโลกก็จัดการแก้ไขล่วงหน้าแล้วเช่นกัน  สามารถกล่าวได้ว่า  จ้านอู๋มิ่งผู้นี้มีความดีความชอบอันยิ่งใหญ่เลยทีเดียว!

[1] พบเจอเรื่องราวมากมายที่เป็นปกติ ไม่น่าหวั่นใจเท่าพบเจอเรื่องไม่คาดฝันเพียงหนึ่งเรื่อง

[2] ขนหน้าแข้งไม่ร่วง

Author Glory Forever