มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 6 บทที่ 151 อาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียน

        จ้านอู๋มิ่งอ้าๆ ปาก  ยังคงไม่ได้กล่าวคำพูดใดออกมา  เขาได้ยินเสวียนเสวียนจื่อกล่าวขึ้นมาเช่นนี้  ยังคิดว่าเสวียนเสวียนจื่อจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องลดราคาจะซื้อด้วยหินจิตวิญญาณคุณภาพสูงหนึ่งแสนก้อนก้อนเสียอีก  คิดไม่ถึงว่าผู้เฒ่าท่านนี้ก็พูดเรื่องไร้สาระรอบหนึ่ง  กลับยังคงให้ตนต้องลดอีกสองในสิบส่วน  หรือว่าตนจะไม่มีพรสวรรค์ในการทำให้ผู้อื่นซาบซึ้งเลยจริงๆ?  แต่คิดๆ แล้ว  แปดหมื่นก็แปดหมื่นเถิด  ถึงอย่างไรกำไรเล็กน้อยก็ถือว่ากำไร  คนมากมายขนาดนี้รวมขึ้นมาก็มีหินจิตวิญญาณคุณภาพสูงนับล้านก้อนแล้ว  เช่นนี้คิดขึ้นมาแล้ว  ในแผ่นดินแห่งนี้  ตนสามารถนับได้ว่าเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวยมั่งคั่งที่สุดแล้ว  ต่อให้พวกตระกูลมั่งคั่งพวกนั้น  ไม่นับรวมมรดกของตระกูล  มีสักกี่คนที่สามารถมีหินจิตวิญญาณมากกว่าตนเล่า?

        จ้านอู๋มิ่งรู้สึกว่าความร่วมมือระหว่างเหยียนเต้าจื่อยิ่งมายิ่งเข้าใจมากขึ้นโดยปริยาย  ผนึกรับเหยียนเต้าจื่อไว้แล้ว  ความคิดของตนสามารถถ่ายทอดเข้าสู่จิตใจเหยียนเต้าจื่อได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย  ดังนั้น  ขอเพียงไม่มีอะไรผิดปกติกับเหยียนเต้าจื่อ  คำพูดที่จะต้องพูดช่างตรงกับใจของตนจริงๆ

        มีเสวียนเสวียนจื่อเป็นคนนำยินดีจ่ายเงินให้แล้ว  คนอื่นๆ ก็ไม่พูดอะไรแล้วเช่นกัน  อู๋เฉินจื่อเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักหลอมโอสถ  นับได้ว่าร่ำรวยมั่งคั่งที่สุดในบรรดาสำนักนิกาย  เนื่องเพราะเม็ดโอสถของพวกเขาเป็นของหายาก  เขาสบายอกสบายใจมากที่สุด  กลับต้องการซื้อทีเดียวสองลูก  ยังบอกอีกว่าสิ่งนี้เป็นสมบัติวิเศษที่หายากจริงๆ  ลูกหนึ่งเหลือไว้ให้สำนักนิกาย  ลูกหนึ่งเหลือไว้ใช้เอง

        อู๋เฉินจื่อเศรษฐีท้องถิ่นผู้นี้มือเติบขนาดนี้  เดิมลูกแก้วชำระจิตวิญญาณนี้จำนวนก็ไม่มากอยู่แล้ว  คนเดียวกลับคว้าไปแล้วสองลูก  คนอื่นๆ ที่เหลือถ้าไม่รีบละก็  ถึงตอนท้ายสุดเกิดคว้าของไม่ได้นั่นก็ยุ่งยากแล้ว  พอนึกถึงหมากเร้นลับตระกูลโม่จำนวนมากที่แฝงเร้นอยู่ในสำนักนิกาย  พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่คนเดียวต้องการได้สักหลายสิบลูกขึ้นมา  ตรวจสอบตลอดทั่วทั้งสำนักทั้งหมด  ในคราวเดียว  และกวาดล้างครั้งใหญ่อีกรอบหนึ่ง

        จ้านอู๋มิ่งยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนดอกไม้ก็มิปาน  นี่คือเงินทองนะ  แม้แต่หนานกงหลิวอวิ๋นที่เมื่อครู่นี้ยังโวยวายขัดคอก็ต้องการซื้อสองลูก  ตระกูลชนชั้นสูงหนานกงนี้เป็นตระกูลใหญ่โตจำนวนลูกศิษย์มากมาย  ลูกแก้วเพียงลูกเดียวไม่เพียงพอใช้ตรวจสอบ  เกรงว่าจะทำให้เสียเวลา  เห็นลูกแก้วชำระจิตวิญญาณนี้สั่งกันจำนวนมากเช่นนี้  ต่อมาแม้แต่เสวียนเสวียนจื่อก็อดไม่ได้ที่จะสั่งเพิ่มอีกลูกหนึ่งเช่นกัน  สั่งทำไว้สองลูกแล้ว  สถานที่นี้นอกจากสำนักอสูรโชคชะตาที่โชคร้ายนั่นแล้ว  เจ็ดสำนักนิกายหลักมารวมตัวกัน  ยังมีตระกูลชนชั้นสูงหนานกงและตระกูลจู้เมืองวันสิ้นโลก  แน่นอน  สำนักบริบาลเดรัจฉานที่ไม่กล้าคิดเงินนี้ออกแล้ว  ยังมีถึงแปดราย  คนละสองลูก  และต่อมาบรรพบุรุษผู้เฒ่าอู๋เฉินสั่งเพิ่มอีกหนึ่งลูก  ก็เท่ากับว่าขายทีเดียวสิบเจ็ดลูก  จ้านอู๋มิ่งพยักหน้าตลอดเวลา  ยังคอยใช้นิ้วคำนวณว่าตนกำไรได้รับหินจิตวิญญาณมากน้อยเท่าไรกันแน่

        ส่วนลูกแก้วชำระจิตวิญญาณนี้จะคุ้มค่ากับเงินจำนวนมากจริงหรือไม่กันแน่นั้น  ถึงแม้ตัวประหลาดเฒ่าของแต่ละสำนักนิกายใหญ่จะมีคำนินทาให้ร้ายอยู่เต็มท้อง  แต่ว่าของนี้มีเพียงเจ้าเดียวเท่านั้น  ท่านไม่ซื้อจะไปหาที่อื่นไม่ได้อีกแล้วนะเนี่ย  นี่ก็คือความน่ากลัวของการผูกขาด  ผู้อื่นต้องการตั้งราคาเท่าไร  ท่านกลับไม่สามารถต่อรองขอลดราคา  ตัวประหลาดเฒ่าเหล่านี้แต่ละคนล้วนเป็นยอดคนทั้งสิ้น  มองดูใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนดอกไม้ก็มิปานของจ้านอู๋มิ่งแล้ว  ล้วนทราบกระจ่างเป็นอย่างดี  ตนเองถูกไอ้หนูสารเลวผู้นี้ฟันราคาโหดๆ แล้วคราหนึ่งอย่างแน่นอน  แต่เรื่องนี้ได้แต่กัดฟันกล้ำกลืนฝืนทนเท่านั้น  มิฉะนั้นแล้วท่านจะทำเช่นไร?  แย่งชิงไอ้หนูนี่หรือผู้ใดจะไปทราบว่าในตัวเขามีลูกแก้วชำระจิตวิญญาณนี้จำนวนกี่ลูก  แต่เพื่อหินจิตวิญญาณระดับสูงแปดหมื่นก้อนนี้  จะให้พวกเขาไปปล้นชิงเหมือนเช่นจ้านอู๋มิ่ง  พวกเขาหน้าหนาสู้คนผู้นี้ไม่ได้นะ

        บรรดาจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์อดที่จะถอนหายใจไม่ได้  ต่อให้จะประพฤติตัวเป็นโจรผู้หนึ่ง  ก็จำเป็นต้องฝึกฝนหนังหน้าให้หนาไร้เทียมทานเช่นกันจึงจะใช้ได้  คนที่หนังหน้าบาง  จะประกอบอาชีพนี้ไม่ได้เลยจริงๆ

        จ้านอู๋มิ่งย่อมมีความสุขสำราญใจที่สุดแล้ว  วัสดุของลูกแก้วชำระจิตวิญญาณนี้หายากยิ่งนักนั้นถูกต้องแล้ว  แต่ว่าเขาไม่ขาดแคลนแม้แต่น้อย  ไข่มุกที่จมอยู่ในมหาสมุทรมรณะมีอยู่เป็นจำนวนมากมาย  ในคลังสมบัติของปลาเปลวเพลิงแกนปฐพี  นั่นล้วนแล้วแต่สะสมมานานปีจนนับไม่ถ้วน  ปลาชนิดนี้ที่ดำเนินชีวิตอยู่ภายในน่านน้ำมหาสมุทรวันสิ้นโลก  และอดีตเคยเป็นถูกขนานนามเป็นทรราชอหังการ  ครอบครองบริเวณอาณาเขตน่านน้ำมหาสมุทรแห่งหนึ่งมาก่อน  การเก็บรวบรวมไข่มุกแห่งมหาสมุทรมรณะนั่น  ยังมิใช่ง่ายดายเหมือนเก็บมูลสุกรหรอกหรือ!

        และสิ่งที่เรียกว่าพลังไม่มีคุณสมบัติของธาตุใดๆ  เรื่องนี้จ้านอู๋มิ่งยิ่งไม่ต้องกังวลใจแล้ว  เนื่องเพราะพลังดังกล่าวที่อยู่ในของเล่นนี้  ทั้งหมดล้วนเป็นพลังปราณเที่ยงแท้อนัตตานั่นเอง  สิ่งนี้สำหรับผู้อื่นเทียบกับพลังนั้นแล้วล้ำค่ายิ่งและหายากยิ่งนัก  แต่สำหรับจ้านอู๋มิ่ง  ต้องการเท่าไรก็สามารถมีเท่านั้น  ขอเพียงเขายินยอมไปบ่มเพาะเท่านั้น  ดังนั้นกล่าวได้ว่า  ลูกแก้วชำระจิตวิญญาณที่เรียกว่าเป็นสมบัติล้ำค่าหายากเหล่านี้  จ้านอู๋มิ่งไม่ได้ใช้เงินทุนแต่อย่างไรเลย  ล้วนเป็นวัสดุที่ค้นหาหยิบฉวยมาทั้งสิ้น

        “เรื่องนี้จะต้องชำระเงินก่อนแล้วจึงค่อยรับสินค้าภายหลัง  หินจิตวิญญาณของข้าระเบิดหมดสิ้นแล้ว  ตอนนี้ข้าต้องนำหินจิตวิญญาณไปซื้อวัตถุดิบจากชนเผ่าสมุทรมิใช่หรือดังนั้นข้าหวังว่าทุกคนจะสามารถให้ความร่วมมือสักครั้ง  จ่ายเงินวันนี้  แล้วท่านจะได้ลูกแก้วนี้ในวันพรุ่งนี้และมะรืนนี้อย่างแน่นอน  ถ้าไม่จ่ายเงินวันนี้  เช่นนั้นจะได้รับสินค้าอีกเมื่อไรข้าก็ไม่สามารถรับประกันได้แล้ว  ชนเผ่าสมุทรนี้ก็ไม่รอทำการค้ากับพวกเราทุกวัน  พวกเขาต้องการใช้เวลาสำหรับการค้นหาไข่มุกแห่งมหาสมุทรมรณะมิใช่หรือ  ดังนั้น  ไม่รับการค้างชำระหนี้”  คำพูดของจ้านอู๋มิ่งประโยคเดียวกำหนดการค้านี้แล้ว  คิดจะค้างค่าสินค้า  ไม่มีทาง!

        สีหน้าของเยว่หลิงซานเหมือนต้นไม้เก่าแก่ที่ผลิดอกกำลังเบ่งบาน  รอยยิ้มนั้นเหมือนภาพวาดก็มิปานตลอดเวลาไม่หยุดเลย!  ศิษย์หลานผู้นี้ทำให้สำนักบริบาลเดรัจฉานมีหน้ามีตาจริงๆ!  กลับไปจะต้องให้รางวัลดีๆ แก่เลวี่ยเหวินซิวสักครา  เรื่องที่เลวี่ยเหวินซิวผู้นี้กระทำถูกต้องที่สุดก็คือ  ยอมผิดใจกับสำนักกระบี่วิญญาณ  ก็ต้องนำจ้านอู๋มิ่งกลับมาสำนักให้ได้  ฐานการบ่มเพาะของเจ้าเหวินซิวนี่ยังไม่ค่อยกระไรมากนัก  แต่สายตาที่มองการณ์ไกลนี่ไม่เลวเลยจริงๆ  ต้องคุยอวดสักหน่อยแล้วจริงๆ……

        ไอ้หนูจ้านอู๋มิ่งคนนี้คือสมบัติวิเศษของสำนักนิกายนะเนี่ย  ถึงแม้จะมองดูจ้านอู๋มิ่งกำไรได้รับหินจิตวิญญาณระดับสูงมากกว่าหนึ่งล้านก้อนในครั้งเดียว  แต่เขากลับไม่รู้สึกว่าไม่สมควรแต่อย่างไร  พูดถึงว่าหากสำนักบริบาลเดรัจฉานรู้จักกำไรเงินทองก็ไม่เลวนะ  อีกทั้งเอาเงินมาจากภายในกระเป๋าของตัวประหลาดเฒ่าเหล่านั้น  นี่ก็จะต้องมีมาตรฐานในระดับหนึ่งแล้ว  เปลี่ยนเป็นจักรพรรดิสงครามหรือแม้แต่มหาจักรพรรดิสงครามคนใดมาถึงที่นี่  อยู่ต่อหน้าจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากขนาดนี้  ยังมิใช่ต้องอ่อนน้อมประจบเอาใจหรอกหรือ  ไหนเลยจะเหมือนกับจ้านอู๋มิ่งเช่นนี้  สง่าผ่าเผยอกผายไหล่ผึ่ง  อีกทั้งยังทำให้ท่านต้องเอาใจเขาด้วยซ้ำ

        “โลกหล้านี้แปรเปลี่ยนเป็นคลุ้มคลั่งเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร  จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์นี้ก็ดำเนินชีพอย่างไม่ค่อยมีความหมายใดแล้ว  โชคดีที่ไม่มีคนสุดยอดล้ำเลิศอย่างจ้านอู๋มิ่งคนที่สองในแผ่นดินแห่งนี้  มิฉะนั้น  ไม่ทราบเช่นกันว่าจะก่อกวนจนเป็นเช่นไร”  เยว่หลิงซานอดที่จะรู้สึกทอดถอนสะท้อนใจภายในใจขึ้นมาไม่ได้

        “น้องเฒ่าเยว่  อาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนยังมีสิบกว่าวันก็จะเปิดแล้ว  ไม่ทราบว่าสำนักของท่านตัดสินใจเลือกผู้สมัครหรือยัง?”  ขณะที่เยว่หลิงซานเต็มไปด้วยความพึงพอใจความสำเร็จอยู่นั่นเอง  ซือถูอี้เหวินของสำนักบริบาลปีศาจก็ถามขึ้น

        “อ้อ  เรื่องนี้  ใกล้จะตัดสินใจเสร็จแล้วกระมัง  รอข้ากลับสำนักสอบถามจึงจะทราบ”  เยว่หลิงซานสีหน้าแปรเปลี่ยน  ซือถูอี้เหวินของสำนักบริบาลปีศาจหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาในเวลานี้  ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ  เรื่องนี้ไม่สมควรโดยสิ้นเชิง  ดังนั้นเขาจึงโยนเรื่องนี้ไปทางสำนัก

        “ไม่ทราบว่าอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนครั้งนี้  จอมยุทธ์น้อยจ้านเป็นตัวแทนสำนักท่านเดินทางไปด้วยหรือไม่?”  ปรากฏว่าคำพูดของซือถูอี้เหวินมีความหมายแฝงอยู่จริงๆ  หัวข้อสนทนามุ่งไปทางจ้านอู๋มิ่ง

        สีหน้าของตัวประหลาดเฒ่าแต่ละสำนักของนิกายแปรเปลี่ยนอย่างกะทันหัน  ทั้งหมดมองมาทางเยว่หลิงซานอย่างตื่นเต้น  มุ่งหวังจะได้ยินคำพูดของเยว่หลิงซาน  ราชันปีศาจป่วนโลกผู้นี้เดินทางไปน่านน้ำมหาสมุทรคุนเผิงรอบหนึ่ง  แทบจะปล้นชิงไปตลอดทาง  เฉพาะแหวนจักรวาลก็ได้มาหลายร้อยวงนี่แทบเป็นเห็นสิ่งใดก็ปล้นชิงสิ่งนั้นไปแล้ว  หากว่าให้จ้านอู๋มิ่งก็ไปอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนด้วยเช่นกัน  เช่นนั้นผลสุดท้ายไม่กล้าครุ่นคิดจริงๆ  ด้วยเหตุนี้  เวลาที่ซือถูอี้เหวินหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมา  จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทุกคนล้วนตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว

        ควรทราบว่า  สถานพำนักของคุนเผิงนี้ยังเป็นความแข็งแกร่งของราชันสงครามขั้นต้น  แต่ว่าอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียน  ทั้งหมดที่สามารถเข้าไปได้ต้องระดับต่ำกว่าราชันสงครามเท่านั้น  ควรทราบว่า  จ้านอู๋มิ่งเจ้าตัวน้อยผิดปกติผู้นี้  เคยใช้พลังของปรมาจารย์นักยุทธ์สูงสุดสังหารสิบราชันพั่วเหยียนมาก่อน  ปล้นชิงราชันสงครามมากมายนับไม่ถ้วน  ตลอดจนเล่นงานโม่ฉางชุนจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเสียชีวิต  หากว่าปล่อยให้เขาเข้าไปในอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนละก็  ก็เหมือนเช่นท่ามกลางแกะฝูงหนึ่งปล่อยหมาป่าหิวโหยเข้าไปตัวหนึ่ง……นั่นยังมิใช่พูดว่าอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนเปิดเพื่อจ้านอู๋มิ่งคนเดียวแล้ว  ผู้อื่นค้นพบสมบัติวิเศษใดๆ ทั้งหมดล้วนเหมือนช่วยจ้านอู๋มิ่งค้นหาแล้ว  เจ้าหมอนี่เป็นปู่ปรมาจารย์ที่ถือโอกาสปล้นชิง

        “เรื่องนี้  ฐานบ่มเพาะของจ้านอู๋มิ่งอยู่ระดับปรมาจารย์นักยุทธ์สูงสุด  หรือว่าไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนหรือ?”  เยว่หลิงซานไม่ตอบแต่ถามกลับ

        “เรื่องนี้  จอมยุทธ์น้อยจ้านย่อมมีคุณสมบัติเข้าไป  เพียงแต่ว่าจอมยุทธ์น้อยจ้านมิใช่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเนื่องจากการต่อสู้กับโม่ฉางชุน  จำเป็นต้องพักฟื้นมากหน่อยหรอกหรือดังนั้นข้ารู้สึกว่าจอมยุทธ์น้อยจ้านยังคงต้องพักฟื้นมากหน่อยจึงจะดี”  ซือถูอี้เหวินยิ้มอย่างเคอะเขิน  และจากนั้นเขาก็รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง  เล่นกับผีมากไปแล้วจริงๆ  เวลานี้กลับสามารถพูดจาบิดเบือนได้อย่างหน้าตาเฉย

        “เรื่องนี้  อาการบาดเจ็บของอู๋มิ่งเกิดขึ้นได้อย่างไร  ทุกคนล้วนทราบกระจ่างดี  และทางสำนักจะพยายามจะช่วยรักษาเขาให้ดีที่สุด  ถึงเวลาที่อาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนเปิด  เชื่อว่าอู๋มิ่งจะต้องฟื้นคืนสุขภาพจนแข็งแรงเนิ่นนานแล้ว  ในจุดนี้พี่ซือถูกลับไม่จำเป็นต้องกังวลใจ”  เยว่หลิงซานสีหน้าแปรเปลี่ยน  เขาก็เป็นผู้มากประสบการณ์ในยุทธภพ  คำพูดของซือถูอี้เหวินดูเหมือนจะห่วงใยจ้านอู๋มิ่ง  ความจริงแล้วเขากลัวว่าจ้านอู๋มิ่งจะเข้าไปในอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนจริงๆ  ดังนั้นใช้เหตุผลนี้มาดักไว้ก่อน!  แต่ความคิดของซือถูอี้เหวิน เยว่หลิงซานรู้สึกเห็นใจอย่างยิ่ง  แต่เพื่อผลประโยชน์ของสำนักตนเอง  เขามิอาจไม่ให้จ้านอู๋มิ่งเข้าไปในอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียน

        “เรื่องนี้  ข้าก็รู้สึกว่าจอมยุทธ์น้อยจ้านร่างกายอ่อนแอเกินไป  ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่วันถึงแม้จะรักษาหาย  ก็ต้องพักผ่อนๆ หน่อย  อย่าได้ทิ้งเป็นต้นตอของโรคในข้างหลังประเสริฐกว่า  ดังนั้นข้าคิดว่ายังคงต้องพักผ่อนให้มากหน่อยดีกว่า……ไม่จำเป็นต้องเอาอนาคตทั้งชีวิตไปเสี่ยง!”  เสวียนเสวียนจื่อพูดเหตุผลนี้ออกมา  จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ รับขานรับเห็นด้วย!

        “ขอบคุณจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทุกท่านที่ใส่ใจ  ความจริงแล้วข้าเข้าใจความกังวลในใจของจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทุกคนเป็นอย่างดี  ก่อนหน้านี้ข้าอู๋มิ่งความประพฤติไม่ค่อยดีนัก  มักจะอดไม่ได้ที่จะปล้นชิง  แต่หากไม่ได้แย่งชิงหินจิตวิญญาณมามากมายขนาดนี้  จะระเบิดโม่ฉางชุนให้เสียชีวิตได้อย่างไรล่ะหากผู้อาวุโสทุกท่านเกรงว่าผู้เยาว์ของตนจะถูกข้าปล้นชิงละก็  ข้าในที่นี้เห็นแก่หน้าของผู้อาวุโสทุกท่าน  ข้ารับประกันว่าเข้าไปในอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนแล้ว  จะไม่เที่ยวไปปล้นชิงสิ่งของผู้อื่นอย่างวุ่นวายอีกก็แล้วกัน!”  พลันจ้านอู๋มิ่งพูดจาสอดขึ้นมา  กล่าวคำพูดที่ทำให้จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทั้งกลุ่มตะลึงงันออกมา

        ไอ้หนูนี่พูดจาตรงเกินไปแล้ว  อันใดเรียกว่าเห็นแก่หน้าพวกเรา  ไม่เที่ยวไปปล้นชิงสิ่งของผู้อื่นอย่างวุ่นวายอีก!

        เป็นไปได้ไหมว่า……ความหมายที่เขาจะไม่เที่ยวไปปล้นชิงอย่างวุ่นวาย  จะเป็นการปล้นอย่างมีการวางแผนและจัดระเบียบก่อน!  เรื่องนี้ทำให้ภายในสมองของจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละสำนักนิกาย  ปรากฏภาพหลังจากจ้านอู๋มิ่งปล้นชิงไปรอบทิศแล้วพูดว่า——ข้าได้รับรองกับพวกท่านแล้วว่าจะไม่เที่ยวไปปล้นชิงอย่างวุ่นวาย!  แต่ครั้งนี้ข้าวางแผนการอย่างดี ปล้นชิงอย่างตั้งใจเลยเชียวนะ

        คำพูดของจ้านอู๋มิ่งนี้  ทำให้จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจ  ไอ้หนูคนนี้เป็นผู้ที่ระดับต่ำกว่าราชันสงครามคนแรกอย่างแน่นอน  ที่ทำให้พวกเขารู้สึกอกสั่นขวัญแขวนขึ้นมา

Author Glory Forever