มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 6 บทที่ 152 สำนักอสูรโชคชะตา

        “เรื่องนี้  พวกเรากลับมิใช่ไม่เชื่อในความประพฤติของจอมยุทธ์น้อยจ้าน  เพียงแต่ว่าเจ้าเพิ่งจะผ่านทัณฑ์สายฟ้ามา  แล้วยังถูกโม่ฉางชุนลงมือทำร้ายอีก  และในเวลาอันใกล้แต่ละสำนักนิกายเพื่อรับมือกับตระกูลโม่  อาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมากกว่าเดิม!  และในแผ่นดินทั้งหมดมีเพียงจอมยุทธ์น้อยจ้านเท่านั้นที่คุ้นเคยกับตระกูลโม่มากที่สุด  ดังนั้นเราขอแนะนำจอมยุทธ์น้อยจ้านยังคงอย่าได้ไปที่อาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนนี้ดีกว่าพวกเราต้องการให้จอมยุทธ์น้อยจ้านแบกรับผิดชอบภาระหนักพักฟื้นอยู่ในสำนัก  เพื่อเตรียมในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน!”  บรรพบุรุษผู้เฒ่าอู๋เฉินขานรับพูดขึ้น

        เวลานี้อู๋เฉินไม่ทราบเอาหน้าจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ไปทิ้งที่ใดแล้ว!  จ้านอู๋มิ่งผู้นี้ถึงแม้จะมีบุญคุณต่อสื่อรั่วหนาน  และก็นับว่ามีบุญคุณต่อสำนักหลอมโอสถเช่นกัน  แต่ว่าอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนนี้เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับลูกแก้วพลังแก่นแท้จิตวิญญาณของสำนักนิกาย  ถ้าจ้านอู๋มิ่งผู้นี้เข้าไปแล้ว  เกรงแต่ว่าถึงเวลานั้นผลลัพธ์ของแต่ละสำนักนิกายก็จะมีจำกัดแล้วเช่นกัน  ราชันปีศาจป่วนโลกผู้นี้  ผู้ใดสามารถพูดได้ถูกต้องว่าจะก่อกวนเป็นเรื่องราวใดขึ้นมา  พฤติการณ์ที่ไม่กลัวฟ้าดินนี้  เข้าไปในอาณาจักรเร้นลับแล้วผู้ใดจะสามารถยับยั้งเขาได้เล่า!

        แต่ถึงเวลานั้นศิษย์ของแต่ละสำนักนิกายกลับจากอาณาจักรเร้นลับ  หากไม่ได้หาลูกแก้วพลังแก่นแท้จิตวิญญาณให้เพียงพอ  เกรงว่าเทพเจ้าสงครามของแต่ละสำนักนิกายคงจะเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟแล้วถึงเวลานั้น  ผู้ที่มีความผิดและถูกตำหนิดุด่ายังมิใช่ตนเอง  และบรรดาจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในเหตุการณ์อีกหรือ!

        พูดจาดีๆ กับผู้เยาว์เปรียบเทียบกับกลับสำนักแล้วถูกเทพเจ้าสงครามตำหนิดุด่า  เสียหน้าหน่อยจะนับเป็นอะไรเล่า……

        “เรื่องนี้  ข้าในฐานะศิษย์สำนักบริบาลเดรัจฉาน  ก็ต้องช่วยแบ่งเบาภาระความกังวลของสำนักเช่นกัน  เรื่องของใต้หล้านี้ให้คนใต้หล้าจัดการ  ขาดข้าไปก็ไม่เห็นว่าแผ่นดินแห่งนี้และโลกนี้จะถึงกาลอวสานมิใช่หรือ  ถ้าหากข้าไม่ไป  สำนักก็จะพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่  ในฐานะศิษย์สำนักบริบาลเดรัจฉาน  ข้าก็ไม่มีหน้าจะอยู่ในสำนักพบท่านผู้เฒ่าปรมาจารย์อาจารย์ทวดแล้วเล่า?”  พลันจ้านอู๋มิ่งปฏิเสธทันที

        “เรื่องนี้ข้าคิดว่าสิ่งที่ศิษย์น้องอู๋เฉินและจอมยุทธ์น้อยจ้านพูดมานั้นล้วนเหตุผล  ในที่นี้เราผู้เฒ่าคิดวิธีประนีประนอมได้อย่างหนึ่ง  ไม่ทราบว่าทุกท่านลองฟังดูว่าเป็นอย่างไร?”  เมื่อเสวียนเสวียนจื่อได้ยินอู๋เฉินซึ่งยามปกติสัตย์ซื่อ  สามารถคิดหาเหตุผลที่ฟังดูสูงส่งเช่นนี้ขึ้นมาได้  อดที่จะแอบชื่นชมในใจไม่ได้!

        แต่เขาทราบว่าคนอย่างจ้านอู๋มิ่งนี้  จะไม่ยอมเสียสละโดยปราศจากผลประโยชน์อย่างแน่นอน  แน่นอน  สมรภูมิรบกระดูกขาวนี้เป็นข้อยกเว้น  และสำนักบริบาลเดรัจฉานก็จะไม่เห็นด้วยเช่นกัน  เปลี่ยนไปเป็นสำนักนิกายอื่น  ผู้ใดจะสามารถยอมรับได้เล่า  ศิษย์แข็งแกร่งที่สุดของตนไม่ได้รับอนุญาตเข้าร่วม  ทราบอยู่แล้วว่าศิษย์คนนี้ออกศึก  ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องอุดมสมบูรณ์อย่างแน่นอน  จะยอมรับข้อเรียกร้องของสำนักนิกายอื่นได้อย่างไร  ดังนั้น  เขาจึงนึกถึงวิธีการประนีประนอมขึ้นมา

        “ศิษย์พี่เสวียนเสวียนลองพูดมาฟังดู”  ตัวประหลาดเฒ่าแต่ละสำนักนิกายก็กังวลมาก  เกี่ยวกับราชันปีศาจป่วนโลกที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยคนนี้  ไม่มีสักคนที่ไม่กังวล  ถ้าบอกว่าคนผู้นี้ความประพฤติดีมากจริงๆ ก็แล้วกันไป  พลังความสามารถมากกว่าก็ไม่เป็นไรเช่นกัน  แต่คนผู้นี้ไม่อยู่กับร่องกับรอยเกินไปแล้ว  เป็นโจรผู้ร้ายดีๆ นี่เอง  ไม่เพียงแต่หาของวิเศษเก่ง  ปล้นแย่งชิงของวิเศษยิ่งเก่งกว่า  สายสร้อยหลายเส้นที่ร้อยขึ้นด้วยแหวนจักรวาลอย่างมีสีสัน  คล้ายดั่งกำลังประกาศต่อจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ว่า  พี่ชายก็คือราชันปีศาจป่วนโลกที่ชื่นชอบปล้นชิงมากที่สุดผู้นั้น  โดยเฉพาะชื่นชอบถือโอกาสปล้นเล็กๆ น้อยๆ เป็นพิเศษ!

        “ถ้าจอมยุทธ์น้อยจ้านไม่สามารถเข้าร่วมการทดสอบของอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียน  สำหรับสำนักบริบาลเดรัจฉานก็เป็นที่น่าเสียดายและการสูญเสียอย่างหนึ่ง  ดังนั้น  แต่ละสำนักนิกายมอบสิทธิ์ผู้รับอนุญาตหนึ่งคนออกมาให้สำนักบริบาลเดรัจฉาน  เพื่อชดเชยความสูญเสีย  นอกจากนี้  สำหรับความเสียหายส่วนตัวของจอมยุทธ์น้อยจ้าน  ที่พลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ไปครั้งหนึ่ง  พวกเราก็จะให้การชดเชยที่เหมาะสมส่วนหนึ่งเช่นกัน  อย่างเช่นการใช้หินจิตวิญญาณหรือวัสดุอะไรทำนองนั้น  ข้าเห็นจอมยุทธ์น้อยจ้านก็ยังไม่มีอาวุธที่ถนัดมือสักชิ้นเช่นกัน  พวกเราสามารถดูว่าจะให้จอมยุทธ์น้อยจ้านเป็นอาวุธที่ถนัดมือสักชิ้นก็ดีเหมือนกัน”  เสวียนเสวียนจื่อคิดๆ แล้วพูดขึ้น

        พลันจ้านอู๋มิ่งอ้าปากค้างขึ้นทันใด  เสวียนเสวียนจื่อผู้นี้จิตใจกว้างขวางจริงๆ  สำนักหนึ่งมอบสิทธิ์ผู้รับอนุญาตหนึ่งคนให้สำนักบริบาลเดรัจฉาน  กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือสำนักบริบาลเดรัจฉานสามารถมีสิทธิ์มากกว่าสำนักนิกายอื่นถึงสิบกว่าคนแล้ว  และยังให้หินจิตวิญญาณส่วนหนึ่งกับอาวุธอะไรทำนองนั้นอีก  เรื่องนี้ทำให้จ้านอู๋มิ่งลอบรู้สึกมีความสุข  พลังปราณเที่ยงแท้อนัตตาประเสริฐเช่นนี้เอง  ปกปิดการบ่มเพาะของตนไว้  ตัวประหลาดเฒ่าเหล่านั้นยังเห็นว่าตนเป็นปรมาจารย์นักยุทธ์สูงสุด  สิ่งของเหล่านี้แทบจะเท่ากับได้มาเปล่าๆ  นี่ถ้าไม่รับไว้ก็เสียของเปล่าๆ  หากผ่านไปเวลาสองสามวันพวกเขาพบว่าตนเป็นราชันสงครามแล้ว  ไม่ทราบว่าพวกเขาจะแสดงออกอย่างไรบ้าง

        สีหน้าของเยว่หลิงซานก็ดีขึ้นแล้วเช่นกัน  เขาก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าตัวประหลาดเฒ่าของสำนักนิกายต่างๆ จะต่อต้านจ้านอู๋มิ่งเข้าสู่อาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนขนาดนี้  แต่สำหรับสำนักบริบาลเดรัจฉานแล้ว  ถ้าสามารถเพิ่มสิทธิ์มากขึ้นกว่าสิบคน  ก็เป็นทางเลือกที่ดียิ่งกว่าเช่นกัน  ถ้าให้จ้านอู๋มิ่งจอมตอแยสร้างปัญหาผู้นี้เข้าสู่อาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนจริงๆ  ไม่ทราบเช่นกันว่าจะทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายหรือไม่  เกิดเข้าไปแล้วออกมาตอแยจนทุกสำนักนิกายร่วมกันต่อต้าน  นั่นก็จะไม่จบลงง่ายๆ แล้ว  จ้านอู๋มิ่งไม่เข้าไป  ถึงแม้อาจจะมีการสูญเสียบ้าง  แต่มีคนเพิ่มมากขึ้นกว่าสิบคน  เชื่อว่าสามารถชดเชยได้ไม่น้อย  สำหรับส่วนที่เหลือนอกจากนั้น  ก็ต้องดูความเห็นของจ้านอู๋มิ่งเองแล้ว  กล่าวถึงที่สุดแล้วนี่คือการหาประสบการณ์เที่ยวหนึ่ง  สำหรับตัวจ้านอู๋มิ่งเองก็ถือว่าเป็นการขัดเกลาชนิดหนึ่ง  ดังนั้นเขาจึงไม่พูดอะไร

        “ไม่ทราบว่าข้าต้องการวัสดุหลายอย่างเป็นการชดเชยจะได้หรือไม่”  จ้านอู๋มิ่งคิดๆ แล้ว  พลันพูดขึ้น

        “วัสดุมันคือวัสดุอะไร?”  เสวียนเสวียนจื่อประหลาดใจเล็กน้อย  ถามขึ้น

        “เหล็กเย็นหลัวเทียน  ทรายดาราซิงเฉิน  ทองลอยโคลนเมฆา  ดีงูหลามอสูรเกล็ดทอง……  จ้านอู๋มิ่งพูดรายชื่อวัสดุออกมาแถวหนึ่ง  จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดฟังจนคิ้วขมวดย่นขึ้นมา  วัสดุจำนวนมากพวกเขาก็ไม่ค่อยจะได้เห็นมาก่อนเช่นกัน  ยังมีส่วนหนึ่งถึงแม้สำนักนิกายจะสำรองไว้  แต่ก็มีไม่มากเช่นกัน  วัสดุส่วนหนึ่งที่จ้านอู๋มิ่งพูดออกมายังคงค่อนข้างเห็นบ่อยอยู่บ้าง  แต่มีอยู่หลายสิ่งที่มูลค่าสูงล้ำค่ามาก

        “แน่นอน  ข้าทราบว่ามีหลายอย่างที่มูลค่าสูงมาก  ข้าไม่ใช่ต้องการทุกอย่างทั้งหมดจากพวกท่าน  แต่ถ้าสิ่งของมีอยู่ในมือพวกท่าน  ข้าสามารถซื้อหรือจะแลกเปลี่ยนก็ได้  รับรองว่าการแลกเปลี่ยนเป็นที่พึงพอใจของทุกคน  แน่นอน  ข้าจะต้องทราบก่อนว่าท่านมีอะไรบ้างก่อนจึงจะเสนอสิ่งของแลกเปลี่ยน”  จ้านอู๋มิ่งเห็นสีหน้าจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทุกคนล้วนเขียวแล้ว  จึงรีบพูดเพิ่มเติมคำหนึ่ง

        บรรดาจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์พอได้ยิน  จึงค่อยๆ ถอนหายใจโล่งอกขึ้นมาบ้าง  ไม่เช่นนั้นพวกเขายังคิดว่าคนผู้นี้เสียสติบ้าไปแล้วจริงๆ  กลับตั้งเงื่อนไขสูงต้องการวัสดุจำนวนมากเช่นนี้  ถ้าหากเป็นการซื้อหรือแลกเปลี่ยนกันนั่นก็พูดกันง่ายแล้ว  ไอ้หนูนี่มีหินจิตวิญญาณระดับสูงมากกว่าหนึ่งล้านก้อน  นับว่าเป็นคนที่ไม่ขาดแคลนเงินทองจริงๆ  บางคนถึงกับคิดว่าจะฉวยโอกาสโก่งราคาสับแรงๆ สักครั้งดีหรือไม่  แต่แล้วนึกถึงนิสัยจ้านอู๋มิ่งผู้นี้ที่มีแค้นต้องชำระแล้ว  ก็ล้มเลิกความคิดนี้ไปอีกแล้ว  ราชันปีศาจป่วนโลกผู้นี้  ยังคงคล้อยตามสักเล็กน้อยจะดีกว่า

        “วัสดุพวกนี้พวกเราก็ได้แต่ช่วยหาให้เจ้าอย่างเต็มที่เท่านั้น  ถ้ามีพวกเราจะมอบให้เจ้า  แน่นอนว่าสิ่งของล้ำค่าหายากพวกเราจะต้องแลกเปลี่ยนหรือขาย  หากเจ้าไม่สามารถนำของที่สมน้ำสมเนื้อออกมา  พวกเราก็จะไม่ให้เจ้าเช่นกัน  เจ้าจะตกลงหรือไม่”  เสวียนเสวียนจื่อถาม

        “อย่างน้อยท่านต้องช่วยให้ข้าแน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้ต้องมีอยู่จริง  ไม่ว่ามีมากหรือน้อย”  จ้านอู๋มิ่งพูดจายืนยัน

        เสวียนเสวียนจื่อหันศีรษะมองไปทางจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์รอบๆ  เห็นหลายคนพยักหน้าเล็กน้อย  ก็ผงกศีรษะเช่นกันพูดว่า  “ได้  เชื่อว่าวัสดุที่เจ้าพูดถึงเหล่านี้แต่ละสำนักนิกายอาจมีอยู่ส่วนหนึ่งมากบ้างน้อยบ้างในห้องเก็บของ  ขอเพียงเจ้าสามารถจ่ายได้  อย่างอื่นล้วนไม่มีปัญหา

        ในดวงตาจ้านอู๋มิ่งปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นวูบ  มองเยว่หลิงซานคราหนึ่ง  เยว่หลิงซานผงกศีรษะ  เขาก็ผงกศีรษะเช่นกันตอบว่า  “เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้แล้วกัน

        จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก  ขอเพียงราชันปีศาจป่วนโลกผู้นี้ไม่ไปอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียน  เช่นนั้นพวกเขาก็สามารถถอนหายใจด้วยความโล่งอก

        การประชุมลับของสำนักนิกายต่างๆ ในเมืองวันสิ้นโลก  โลกภายนอกไม่ทราบกระจ่าง  กล่าวถึงที่สุดแล้วเป็นเพียงเรื่องราวที่อาจมีซึ่งสื่อสารกันแค่ในกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น  เนื่องเพราะตัวประหลาดเฒ่าจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้  กลับชุมนุมต่ออย่างหาได้ยากอยู่ในเมืองวันสิ้นโลกอีกหลายวันอย่าง

        และหลังจากนั้นตัวประหลาดเฒ่าเหล่านี้ก็หายตัวไปจากเมืองวันสิ้นโลกอย่างไร้ร่องรอย  คล้ายดั่งไม่เคยมีเหตุการณ์ของโม่ฉางชุนมาก่อน  เพียงแต่ว่าเมื่อผู้คนไม่เห็นเงาร่างตระกูลโหยวอีกต่อไป  จึงนึกขึ้นได้  ตระกูลโหยวที่น่าเศร้าถูกลบชื่อออกจากแผ่นดินแห่งนี้แล้ว

        บ้านบรรพบุรุษของตระกูลโหยวถูกรื้อถอนจนเป็นพื้นราบ  แม้แต่ดินของบ้านก็ยังถูกขุดจนเป็นหลุมเป็นบ่อ  ก็ไม่มีการตำหนิเช่นกัน  ผู้ใดให้ตระกูลโหยวร่ำรวยมั่งคั่งเช่นนี้  บนพื้นดินของบ้านบรรพบุรุษนี้ล้วนปูด้วยหยกชั้นดีทั้งสิ้น  สวยงามหรูหราอลังการสุดเปรียบปาน  ตระกูลจู้และศิษย์ของสำนักนิกายหลักต่างๆ ย่อมไม่สนใจสิ่งของเหล่านี้  และก็คร้านที่จะไปสิ้นเปลืองแรงเช่นกัน  แต่ในเมืองวันสิ้นโลกนี้ยังมีคนฐานะยากจนอีกจำนวนมาก  ดังนั้น  หลังจากตระกูลโหยวบาดเจ็บและเสียชีวิต  หรือหลบหนีไปอย่างไร้ร่องรอย  ไม่ทราบเช่นกันว่าผู้ใดเป็นคนเริ่มขุดหยกขึ้นมาจากพื้นดินก่อน  ที่ยิ่งเลยเถิดไปก็คือ  แม้แต่กระเบื้องจากบ้านเสื้อผ้าตระกูลโหยวก็เตรียมพร้อมย้ายออก  ถ้าไม่ใช่เพราะภายหลังถูกตระกูลจู้ยับยั้งไว้  เกรงว่าแม้แต่อิฐสักก้อนก็ไม่เหลือแล้ว

        แม้แต่อิฐก้อนหนึ่งภายในบ้านของมหาเศรษฐีระดับสูงนี้ก็ยังสามารถทำให้คนจนใช้ชีวิตอย่างอิสระได้หนึ่งหรือสองเดือน  รอจนเมื่อตระกูลจู้ทราบว่าคนจนเหล่านี้กำลังรื้อบ้านของตระกูลโหยว  ก็ถูกรื้อถอนจนเละเทะไปแล้ว  สุดท้ายก็เหลือแต่เคร้าโครงหยาบๆ แห่งหนึ่ง  ตระกูลจู้มอบบ้านหลังนี้ให้แก่ตระกูลในเครือโดยตรง

        แน่นอน  เล่าขานกันว่ามีบรรพบุรุษจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ผู้หนึ่งหนีจากตระกูลจู้  เมื่อตระหนักทราบว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี  เขาไม่เคยปรากฏตัวในเมืองวันสิ้นโลกอีกเลย  ดังนั้น  บ้านของบรรพบุรุษตระกูลโหยวแห่งนี้นอกจากกลุ่มอำนาจของตระกูลจู้แล้ว  คนอื่นๆ ไม่มีใครกล้าครอบครอง

        วันถัดมาจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทุกคนก็ได้รับลูกแก้วชำระจิตวิญญาณที่ทำโดยจ้านอู๋มิ่ง  ส่วนจ้านอู๋มิ่งได้ซื้อไข่มุกที่จมอยู่ในมหาสมุทรมรณะอะไรนั่นจากชนเผ่าสมุทรหรือไม่นั้น  ทุกคนใช้นิ้วโป้งหัวแม่เท้าคิดก็ทราบว่าเขาพูดเกินจริงเพื่อเกลี้ยกล่อมคนนั่นเอง  และสิ่งที่ทำให้บรรพบุรุษผู้เฒ่าจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดคลั่งปั่นป่วนที่สุดก็คือ  หลังจากที่พวกเขาได้รับลูกแก้วชำระจิตวิญญาณแล้ว  กลับพบว่าฐานบ่มเพาะของจ้านอู๋มิ่งบรรลุราชันสงครามขั้นต้นแล้ว  และจ้านอู๋มิ่งอ้างว่าทะลวงด่านบรรลุชั่วคราวเมื่อคืนนี้เอง  ทราบว่าตนเองไม่มีความหวังที่จะเข้าไปในอาณาจักรฟ้าเร้นลับเสวียนเทียนแล้ว  ดังนั้นก็เลยทะลวงด่านบรรลุขอบเขตเสียเลย  สิ่งนี้ทำให้จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดพูดไม่ออกยิ่งนัก  เนื่องเพราะพวกเขาไม่เคยเห็นคนที่ไร้ยางอายมากไปกว่าจ้านอู๋มิ่งอีกแล้ว  แต่เรื่องการชดเชยที่ได้ตกลงรับปากสัญญาไว้ก่อนหน้านี้  นั่นยังคงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถขาดได้  สำนักนิกายมีข้อตกลงกันเป็นมั่นเหมาะ  เนื่องเพราะทุกสำนักนิกายมีศัตรูร่วมกัน  นั่นก็คือสำนักอสูรโชคชะตา

        สิ่งที่ทำให้จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ทุกคนตกใจก็คือ  ผลลัพธ์จากการสอบสวนบรรพบุรุษผู้เฒ่าผมแดงผู้นั้น  ตาเฒ่าผู้นี้ปากแข็งดื้อรั้นเป็นอย่างยิ่ง  แต่น่าเสียดายที่มีเคล็ดวิชาชนิดหนึ่งที่เรียกว่าวิชาควานวิญญาณ  ดังนั้นบรรพบุรุษผู้เฒ่าผมแดงที่ถูกทำลายการบ่มเพาะแล้วกลับถูกจักรพรรดิสงครามผู้หนึ่งใช้วิชาควานวิญญาณ  เพื่อจะได้ทราบความลับเกี่ยวกับสำนักอสูรโชคชะตา  บรรพบุรุษผู้เฒ่าผมแดงนั้นก็ย่อมติดตามด้วยอาการคลุ้มคลั่งเช่นกัน  แต่จ้านอู๋มิ่งยังคงไม่ต้องการให้บรรพบุรุษผู้เฒ่าผมแดงผู้นี้เสียชีวิต  เนื่องเพราะบรรพบุรุษผู้เฒ่าผมแดงในฐานะจักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์  หากว่าดับสูญ  จะทำให้ป้ายวิญญาณของสำนักอสูรโชคชะตามีการตอบสนอง  ขอเพียงบรรพบุรุษผู้เฒ่าผมแดงผู้นี้ยังไม่สิ้นชีวิต  เช่นนั้นสำนักอสูรโชคชะตาจะยังไม่รู้ตัว  เนื่องเพราะผู้ใดจะเชื่อว่า  จักรพรรดิสงครามศักดิ์สิทธิ์ระดับกลางผู้หนึ่งถูกคุมขังอย่างเงียบเชียบ

        สิ่งที่ทุกคนประหลาดใจก็คือ  สำนักอสูรโชคชะตาไม่ได้ถูกควบคุมโดยตระกูลโม่แต่อย่างไร  และรากฐานของมันก็คือพลังอำนาจของตระกูลโม่ในทางเปิดเผย  เพียงแต่หลายปีมานี้ไม่เคยอวดอ้างแสดงศักยภาพทักษะความสามารถตลอดมา  ทำตัวไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด  ไม่เข้าเข้ากับกลุ่มใดๆ ทั้งสิ้น  ด้วยเหตุนี้  จึงไม่มีใครสามารถค้นพบความลับของสำนักอสูรโชคชะตาได้อย่างแท้จริงเช่นกัน

Author Glory Forever