มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่6 บทที่ 160 สี่แดนศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่ในตำนาน

         “กู่ชิวหง?” ถ้อยคำของหลานเสวี่ยหลอทำให้หยุนเช่อตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นจึงนิ่งครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำการผ่าตัดบนร่างกายของชางว่านเฮ่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหัวใจ จะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างมากหรือมีความใกล้ชิดสนิทสนมอย่างที่สุด แต่เดิมหยุนเช่อคาดคิดว่าอาจเป็นองค์รัชทายาท องค์ชายสาม หรือองค์ชายคนอื่นๆ มันมิได้คาดคิดว่าจะได้ยินชื่อของกู่ชิวหงจากปากของหลานเสวี่ยหลอ

        แต่จากคำกล่าวของหลานเสวี่ยหลอ กู่ชิวหงดูมิได้มีเหตุจูงใจใดในการทำร้ายชางว่านเฮ่อ เว้นเสียแต่ว่า…

        “หยุนเช่อ..” ชางว่านเฮ่อมีสีหน้าสับสนซับซ้อนอย่างยิ่ง มันกล่าวถามด้วยความลำบากใจ “ปรสิตประเภทนี้ที่เกาะเส้นเลือดหัวใจอยู่ ตรวจพบได้ยากยิ่งหรือไม่?

        หยุนเช่อเข้าใจถึงการถามคำถามนี้ จึงตอบคำถามไปตามตรง “หมอทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่มิได้ศึกษาพิษปรสิตและแมลงกาฝาก ในความเป็นจริงแล้วย่อมยากที่จะตรวจพบการคงอยู่ของมันได้ อย่างไรก็ตาม หากความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของกู่ชิวหงเป็นเลิศตามที่ผู้คนร่ำลือกันจริง เป็นไปไม่ได้ที่มันจะตรวจไม่พบการคงอยู่ของปรสิตกลืนจิตผูกชีพจร ตามจริงแล้ว หากมันเป็นผู้ที่ฝังปรสิตนี้ไว้เอง.. เห็นได้ชัดว่ามันคงจะตั้งใจ ‘ไม่ตรวจพบ’ เสียมากกว่า”

        “เราเข้าใจ…” ชางว่านเฮ่อถอนหายใจอย่างหนักหน่วง การที่ได้แต่นอนทอดร่างอยู่บนเตียง กอปรกับผิวพรรณที่ซีดเซียว คล้ายกับว่ามันพลันกลับกลายเป็นแก่ชรามากยิ่งขึ้น “เยว่เอ๋อร์ เป็นเช่นนั้นมิผิด ความจริงทั้งหมดพิสูจน์ยืนยันได้ว่า กู่ชิวหงเป็นผู้ฝังปรสิตนี่ แผลเป็นบนหน้าอกนี้เป็นมันทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนจริงๆ และตั้งแต่วันนั้นที่เราต้องนอนป่วยหนักมาเป็นเวลาถึงสามปี หยุนเช่อได้พยายามนำปรสิตออกมาให้เราได้เห็นว่ามันมีตัวตนอยู่จริง นี่เป็นความจริงแท้ที่สุด ทั้งหมดนอกจากนั้น…ล้วนลวงหลอก”

        ในช่วงเวลานี้ มันรู้สึกว่ามันไม่คู่ควรที่จะเป็นจักรพรรดิ ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา มันได้ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจและแม้กระทั่งให้ความเคารพแก่ผู้ที่วางยาพิษแก่มัน ตอนนี้เมื่อย้อนคิดกลับไปแล้ว มันผู้เป็นจักรพรรดิวายุครามทีได้รับความเคารพเทิดทูนกลับเหมือนคนโง่เขลาที่ถูกจัดฉากกลายเป็นของเล่นในกำมือของพวกมัน… ช่างเป็นคนที่โง่เขลาจนน่าขันยิ่งนัก

        “แต่ว่า เหตุใดท่านหมอกู่จึงต้องทำเช่นนี้? ราชวงศ์ของเราปฏิบัติกับมันด้วยดีมาโดยตลอด กระทั่งพระบิดายังให้ความเคารพมันอย่างลึงซึ้ง แล้วเหตุใดมันจึงต้องทำถึงขนาดนี้?” หลานเสวี่ยหลอกัดริมฝีปากแน่น ยากจะทำใจเชื่อ

        “บางทีมันมิได้มีเหตุผลโดยตรง แต่แน่นอนว่าย่อมมีเหตุผลโดยอ้อม เช่นว่า มันอาจทำข้อตกลงบางอย่างกับลูกอกตัญญูชางหลินและชางซว่อ.. และอาจจะมีส่วนเกี่ยวพันกับพรรคตระกูลเซี่ยวหรือตระกูลอัคคีผลาญฟ้าด้วย นอกจากนั้น… เยว่เอ๋อร์ เจ้าบริสุทธ์ผ่องใสและจิตใจดีงามเกินไป ให้ความเคารพกู่ชิวหงมาโดยตลอด ยิ่งกว่านั้นเจ้ายังเห็นมันเป็นประดุจเทพเซียน แต่เมื่อเราได้ทำความคุ้นเคยกับมันในหลายปีที่ผ่านมาแล้ว เราได้พบว่าลักษณะนิสัยของมันมิได้เที่ยงธรรมและไม่เป็นพิษเป็นภัยเหมือนอย่างที่มันแสดงออกมาให้เห็นภายนอก ตรงกันข้าม คงมีหลายครั้งที่มันแอบกระทำการที่น่ารังเกียจอย่างลับๆ แต่ความเชี่ยวชาญเป็นเลิศทางการแพทย์ของมันนั้นหามีข้อกังขาไม่ ดังนั้นเราจึงพยายามปฏิบัติกับมันด้วยดีมาโดยตลอด แต่ผู้ที่ต้องการทำดีกับมันนั้นมีมากมายยิ่งนัก เปรียบเทียบกับพรรคใหญ่เหล่านั้นแล้ว ตำแหน่งจักรพรรดิของเรา อาจบางทีไม่ถือว่ายิ่งใหญ่มากมายเท่าใดนัก”

        ชางว่านเฮ่อส่ายหน้า เผยสีหน้าอันทุกข์ตรม แม้ว่ามันจะเป็นถึงจักรพรรดิก็ตาม มันทำได้แค่เพียงเก็บซ่อนความเสียใจจากเรื่องนี้ไว้ภายในใจ มันนอนซมอยู่บนเตียงมาตลอดระยะเวลาสามปีพร้อมกับเผชิญความยากลำบากอยู่แต่ภายในห้องนอน ตัวมันแลดูแล้วสภาพไม่ห่างจากคนตายเท่าใดนัก หากมันมิได้ “ถูกทำให้ป่วย” แล้ว ชางหลินและชางซว่อจักบังอาจกระทำการโดยไม่ไว้หน้ามันได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น กระทั่งพวกมันคงจักมิมีโอกาสได้ชักศึกเข้าบ้านเช่นนี้เป็นแน่

        “หยุนเช่อ ขอบใจเจ้ามาก หากมิใช่เจ้าแล้วบางทีแม้เราตายไปแล้วแต่คงยังไม่รู้ว่าตายเพราะสาเหตุใด กระทั่งในช่วงบั้นปลายของชีวิตเราอาจจะยังคงซาบซึ้งต่อบุคคลที่ทำร้ายเราโดยไม่รู้ตัว” ชางว่านเฮ่อหัวเราะเยาะเย้ยตนเอง “การที่เราสงสัยในความเชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ของเจ้านั้นทำให้เรารู้สึกละอายใจจริง ๆ”

        “ฝ่าบาทอย่าได้ทรงตรัสเช่นนั้น” หยุนเช่อโบกไม้โบกมือทันที “ฝ่าบาท ข้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องที่ถูกฝังปรสิตนี่ ฝ่าบาทน่าจะสามารถให้คำตอบแก่ข้าได้ แน่นอนว่า หากเรื่องนี้เกี่ยวพันกับความลับของราชวงศ์ เช่นนั้นฝ่าบาทย่อมไม่จำเป็นต้องตอบ”

        “เจ้าถามเถิด ชีวิตของเราเป็นชีวิตที่เรื่อยเฉื่อยไปแล้ว ความปรารถนาสุดท้ายทั้งหมดทั้งมวลล้วนอยู่กับเยว่เอ๋อร์ เจ้าเป็นผู้ที่เยว่เอ่อร์ไว้วางใจมากที่สุด ดังนั้นแล้ว เราจึงไม่คิดมีความลับต่อเจ้าเช่นกัน” ชางว่านเฮ่อปิดเปลือกตา ท่าทางสงบนิ่งปราศจากความสับสนวุ่นวาย

        หยุนเช่อรู้สึกตื้นตันใจ.. คำพูดจากปากของจักรพรรดินี้ ผู้ฟังสามารถเห็นถึงน้ำหนักของมันได้ เพียงไม่กี่ประโยคนี้ฉายให้เห็นถึงความโศกเศร้าในใจ ยิ่งกว่านั้นยังเต็มไปด้วยความเอาใจใส่และความรักที่มีต่อหลานเสวี่ยหลอ กว่าสามปีที่ได้แต่นอนป่วยอยู่บนเตียง สุดท้ายแล้วทำให้มันได้เห็นว่า ตลอดทั้งชีวิตของมัน สิ่งมีค่าที่สุดที่มันครอบครองนั้น มิใช่บัลลังก์จักรพรรดิ มิใช่ผู้อยู่ใต้ปกครองที่รัก หรือบุตรชายทั้งหลาย แต่เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของมันเท่านั้น

        หยุนเช่อกล่าวช้าๆ “ตามที่ข้าทราบ การเลี้ยงดูปรสิตผูกชีวิตกลืนวิญญาณนี่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก ไม่เฉพาะแต่ถิ่นกำเนิดของปรสิตชนิดนี้หายากมากแม้จะมีเงินทองมากมายสักปานใดก็ตาม แม้แต่ขั้นตอนการเลี้ยงดู ความสำเร็จมีเพียงหนึ่งในพัน ที่เหลือทั้งหมดล้วนไม่อาจอยู่รอด ดังนั้น การจะได้ปรสิตผูกชีวิตกลืนวิญญาณมาสักตัวหนึ่งจำเป็นต้องใช้ทั้งเวลาและเงินทองมากมายมหาศาล เมื่อปรสิตผูกชีวิตกลืนวิญญาณเข้าไปในร่างกายแล้ว การจะตรวจพบมันนั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญ ร่างกายของเหยื่อจะอ่อนแอ เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว และจะต้องตายอย่างแน่นอนภายในห้าปี ปรสิตผูกชีวิตกลืนวิญญาณยังจะตายในทันทีพร้อมกับร่างที่มันอาศัยอยู่ด้วย กลายเป็นแอ่งเลือดกองหนึ่งในร่างกาย ไม่ทิ้งร่องรอยหลักฐานการมีอยู่ของมันไว้ เพราะฉะนั้นแล้ว โดยปกติ ปรสิตชนิดนี้จะถูกใช้ในการลอบสังหารโดยปราศจากร่อยรอย ทำให้ผู้คนไม่ตระหนักถึงสาเหตุการตายที่แท้จริง และเชื่อว่าเป็นการตายด้วยความเจ็บไข้ได้ป่วยทั่วไป”

        “แต่ข่าวลือบอกว่าองค์รัชทายาทและองค์ชายสามทั้งสองพระองค์ต่อสู้แย่งชิงบัลลังก์อย่างกระวนกระวาย ขณะที่ตระกูลเซี่ยวและตระกูลอัคคีผลาญฟ้าลอบเติมเชื้อไฟอยู่เบื้องหลัง กู่ชิวหงได้ฝังปรสิตในร่างของพระองค์มีบางอย่างที่เกี่ยวกับพวกมันอย่างแน่นอน แต่ในเมื่อพวกมันเร่งร้อนต้องการให้พระองค์สวรรคต ทำไมพวกมันจึงไม่ใช้วิธีที่รวดเร็วกว่าเช่นการลอบปลงพระชนม์หรือใช้ยาพิษ แต่กลับเลือกใช้วิธีนี้ซึ่งไม่เพียงแต่ยุ่งยาก ทว่ายังใช้เวลานาน? ถ้าพรรคตระกูลเซี่ยวและตระกูลอัคคีผลาญฟ้ามีความมักใหญ่ใฝ่สูงนี้จริงๆ การลอบปลงพระชนม์หรือให้ยาพิษพระจักรพรรดิอย่างลับๆนั้นดูมีเหตุผลกว่ามาก คำอธิบายเพียงหนึ่งเดียวที่ข้าสามารถคิดออกคือ….เบื้องหลังพระจักรพรรดิมีบางสิ่งที่แม้แต่พรรคตระกูลเซี่ยวและตระกูลอัคคีผลาญฟ้ายังกริ่งเกรง ทำให้พวกมันกลัวที่จะทิ้งร่องรอยไว้?

        ชางว่านเฮ่อรู้แน่ชัดแล้วว่าหยุนเช่อต้องการถามสิ่งใดตั้งแต่ครึ่งแรกของประโยคที่มันกล่าวขึ้น หลังจากหยุนเช่อพูดจบ พระองค์พยักหน้าช้าๆ ไม่ต้องการปิดบังสิ่งใดจากหยุนเช่อ พระองค์ทรงตอบอย่างอ่อนโยน “เป็นเพราะหมู่บ้านกระบี่สวรรค์”

        “หมู่บ้านกระบี่สวรรค์?

        “ราชวงศ์วายุครามและหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ได้ก่อตั้งขึ้นในวันและปีเดียวกัน บรรพชนของเราและผู้ก่อตั้งหมู่บ้านกระบี่สวรรค์สนิทกันราวกับเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันแต่ต่างแซ่ หลังจากราชวงค์วายุครามได้มีอำนาจ พวกเขาสนับสนุนหมู่บ้านกระบี่สวรรค์อย่างต่อเนื่องด้วยความพยายามของทั้งหมดที่มี จนกระทั่งมันได้กลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของอาณาจักรวายุคราม และหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ยังคงเป็นผู้พิทักษ์ราชวงศ์เสมอมา แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์และหมู่บ้านกระบี่สวรรค์จะค่อยๆห่างเหินกันไป แต่ข้อตกลงบางอย่างยังไม่เคยถูกฝ่าฝืน พวกเขาจะไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวภายในราชวงศ์ แต่ถ้ามีกำลังภายนอกคุกคามราชวงศ์ พวกเขาจะยื่นมือเข้ามา ถ้าเราตายจากการลอบสังหารหรือยาพิษ พวกเขาจะเคลื่อนพลและสอบสวนเรื่องนี้จนถึงที่สุดอย่างแน่นอน”

        “….แต่ตระกูลเซี่ยว ตระกูลอัคคีผลาญฟ้าและหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ได้รับการเรียกขานว่าสี่ตระกูลหลัก ทำไมพวกเขาจึงต้องกริ่งเกรงหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ถึงเพียงนี้?” หยุ่นเช่อถามในลักษณะที่สับสน

        ชางว่านเฮ่อส่ายศีรษะอย่างเบาๆ “บางทีเจ้าอาจไม่รู้ แม้ว่าในทางทฤษฎีพวกเขาได้รับชื่อเป็นสี่ตระกูลหลัก แต่แม้ว่าแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาเยือกแข็ง พรรคตระกูลเซี่ยว และตระกูลอัคคีผลาญฟ้าจะรวมกำลังกัน ก็ไม่อาจเปรียบเทียบกับหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ได้ แม้ว่าหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ได้มีชื่อร่วมกับพวกเขา ตามความเป็นจริงระดับของมันเหนือกว่าพวกเขาอย่างสิ้นเชิง ยิ่งกว่านั้นเบื้องหลังของหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ยังทำให้ตระกูลยิ่งใหญ่ตระกูลอื่นทั้งสามตระกูลสั่นเทาไปด้วยความกลัว

        “เบื้องหลัง? หมู่บ้านกระบี่สวรรค์ยังคงมีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง?” หยุนเช่อสะดุ้งตกใจอีกครั้ง หมู่บ้านกระบี่สวรรค์เป็นตระกูลอันดับหนึ่งของอาณาจักรวายุครามและอยู่ระดับสูงที่สุดแล้ว แต่จริงๆแล้วกลับยังมีบางสิ่งอยู่เบื้องหลังพวกเขา?

        “เจ้าเคยได้ยินเกี่ยวกับ ‘สี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์’ ในทวีปวายุครามแห่งนี้หรือไม่?” ซางว่านเฮ่อกล่าวถาม

        “สี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ….. ข้าจำได้เหมือนว่าท่านปู่เคยกล่าวถึง…” หยุนเช่อคิดตรึกตรองเกี่ยวกับเรื่องนี้และกล่าวถามออกไปอย่างกระทันหัน “แต่ มิใช่ว่าสีดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นแค่ตำนานหรอกหรือ? หรือว่าพวกเขาจะมีอยู่จริง?

        “ฮ่า ฮ่า ถ้ากล่าวถึงระดับ สี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นระดับตำนานจริงๆ ยิ่งใหญ่เสียจนการคงอยู่ของพวกมันเป็นราวกับเรื่องปรัมปรา กระทั่งเราก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าใกล้ระดับนั้น ไม่มีคุณสมบัติแม้กระทั่งคิดหวังถึง สี่พรรคที่ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรวายุครามเมื่ออยู่ต่อหน้าสี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเปรียบได้ดั่งมดปลวก หากสี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นคิดที่จะทำลาย ทั้งทวีปวายุครามทั้งเจ็ดจักรวรรติคงไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งได้

        “กลับยังมี…การคงอยู่เช่นนี้จริง” หยุนเช่อตกตะลึง “เป็นไปได้หรือว่าเบื้องหลังของหมู่บ้านกระบี่สวรรค์คือหนึ่งในสี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์?

        “ถูกต้อง” ชางว่านเฮ่อผงกศีรษะอย่างช้าๆ “ แดนศักดิ์สิทธิ์เหนือราชัน แดนกระบี่เดชาสวรรค์ วิหารเทพสุริยันจันทรา และวังเจ้าสมุทร …นี่เป็นชื่อของสี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งทวีปลมปราณฟ้า เพราะพวกมันคงอยู่เพื่อหน้าที่ของ ‘ผู้พิทักษ์’ พวกมันจะไม่มีส่วนร่วมหรือแทรกแซงการต่อสู้ภายในเจ็ดจักรวรรดิเลย สำหรับหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ พวกมันเกี่ยวดองกับแดนกระบี่เดชาสวรรค์ หนึ่งในสี่ดินแดนศักสิทธิ์ เนื่องเพราะผู้ที่ก่อตั้งหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ขึ้นเป็นบุตรชายคนโตของผู้อาวุโสคนหนึ่งที่มีพลังลมปราณขั้นปราณราชันย์จักรพรรดิ แต่เพราะความสามารถของมันนั้นต่ำต้อย มันจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะอยู่ในแดนกระบี่เดชาสวรรค์ ผลที่ตามมาคือการที่มันถูกขับไสไล่ส่ง จนมันมาก่อตั้งหมู่บ้านกระบี่สวรรค์บนผืนแผ่นดินนี้ วิชากระบี่ที่หมู่บ้านกระบี่สวรรค์ใช้ยังมีเงาของแดนกระบี่เดชาสวรรค์แฝงอยู่ด้วย”

        ศิษย์ที่ถูกละทิ้งจากแดนกระบี่เดชาสวรรค์ ไม่น่าเชื่อว่ากลับก่อตั้งตระกูลอันดับหนึ่งในจักรวรรดิวายุคราม ความน่ากลัวของสี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเรียกได้ว่ามิอาจจินตนาการได้

        “เป็นเพราะความเกี่ยวดองกันของบรรพบุรุษ ทุกสามปีหมู่บ้านกระบี่สวรรค์จะส่งบรรณาการไปให้แดนกระบี่เดชาสวรรค์ หนแรกแดนกระบี่เดชาสวรรค์หาได้สนใจมันไม่ ทว่าภายหลังแล้วในที่สุดพวกมันก็ได้รับการยอมรับ ด้วยเหตุนี้นี่จึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหมู่บ้านกระบี่สวรรค์และแดนกระบี่เดชาสวรรค์ แม้ว่าความสัมพันธ์นี้จะเหลาะแหละและตื้นเขินมาก แต่ก็ยังคงเป็นถึงแดนกระบี่เดชาสวรรค์ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าระรานหมู่บ้านกระบี่สวรรค์และไม่กล้าปลุกปั่นพวกมันแม้แต่เพียงเล็กน้อย เรายังได้ยินว่าแดนกระบี่เดชาสวรรค์ลอบจองจำ ‘อสูร’ ที่มีความสำคัญมากไว้ภายในหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ตั้งแต่หนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา เช่นนั้นจึงเห็นได้ชัดเจนว่าพวกมันให้ความสำคัญกับหมู่บ้านกระบี่สวรรค์อยู่พอสมควร”

        “ภายในจักรวรรดิวายุครามนั้นหลายพรรคได้ต่อสู้กันตลอดทั้งปีไม่ว่าจะเป็นต่อหน้าหรือลับหลัง แต่กลับไม่มีพรรคใดเลยกล้าที่จะแตะต้องตำแหน่งอันดับหนึ่งของหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ พวกมันต้องการให้เราตายแต่พวกมันไม่มีทางเลือกอื่นนั่นเพราะต้องกริ่งเกรงในบารมีของหมู่บ้านกระบี่สวรรค์ ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่พวกมันจะเลือกวิธีที่จะไม่ทิ้งเบาะแสใดๆ ในภายหลัง”

        หลังจากชางว่านเฮ่อพูดจบ ชายชราได้ถอนหายใจยาวพร้อมแสดงความอ่อนเพลียออกทางสีหน้า

        หยุนเช่อที่ไม่ได้พูดสิ่งใดเป็นเวลานาน และคิดตรึกตรองคำพูดของชางว่านเฮ่อ

        หลานเสวี่ยหลอซึ่งกำลังกระวนกระวายใจมิได้ใส่ใจฟังคำพูดระหว่างพวกเขาทั้งสองนัก และนั่นมิใช่เรื่องที่นางกังวลใจที่สุด นางดึงแขนเสื้อของหยุนเช่อและถามอย่างกังวล “ศิษย์น้องหยุน เจ้ายังไม่ได้บอกพวกเรา …. ในเมื่อเจ้ารู้จักปรสิตชนิดนี้ เช่นนั้นมีวิธีที่จะกำจัดมันบ้างหรือไม่?

        หยุนเช่อยังคงยืนเงียบไม่ได้กล่าวสิ่งใดไปอีกชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย “มีวิธีอยู่”

        “อาาาาาา” หลานเสวี่ยหลออุทานแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ดวงตาคู่งามของนางกลับกลายเป็นเปล่งประกายสดใส ชางว่านเฮ่อลืมพระเนตรขึ้นมาในทันที สายพระเนตรมืดหม่นพลันแสดงออกถึงประกายแห่งความหวัง “หยุนเช่อ ที่เจ้าพูดออกมาเป็นเรื่องจริงหรือ? ปรสิตชนิดมิใช่ไม่อาจกำจัดได้หรือ?

        “สิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบล้วนมีความสมดุล ทุกสิ่งอย่างสามารถหาบางสิ่งมาลบล้างออกได้ ในโลกนี้ไม่มีปรสิตชนิดใดที่ไม่อาจกำจัดได้ เพียงแต่…การกำจัดปรสิตกลืนจิตผูกชีพจรนั้นถ้าผู้ใดจะกล่าวว่าง่ายนั้นก็ง่ายดายอย่างยิ่ง แต่ถ้าผู้ใดจะกล่าวว่ายาก นั่นก็ยากเฉกเช่นปีนป่ายขึ้นไปบนฟ้า” หยุนเช่อกล่าวอย่างใจเย็น

        “เช่นนั้นทำเช่นไรจึงจะสามารถกำจัดมันออกไปได้?” หลานเสวี่ยหลอจับแขนของหยุนเช่อแน่น สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะโลหิตในกายวิ่งพล่านด้วยความตื่นเต้น ”ตราบใดก็ตามที่สามารถช่วยชีวิตเสด็จพ่อ ไม่ว่าวิธีการจะยากเช่นไร ข้าก็จะทำมันอย่างแน่นอน”

        “บุปผาผลาญวิญญาณ” หยุนเช่อมองไปยังหลานเสวี่ยหลอและพูดชื่อของสิ่งนั้นอย่างแผ่วเบา “มีเพียงแค่บุปผาผลาญวิญญานเท่านั้นที่จะสามารถกำจัดปรสิตกลืนจิตผูกชีพจรออกไปจากร่างของฝ่าบาทได้ เพียงแต่ บุปผาผลาญวิญญาณนั้น…เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง”

         

Author aradeer