มิติใหม่ของพื้นที่อ่านนิยาย จัดเต็มแบบล้นคลัง ทั้งนิยายแปลจีน ญี่ปุ่นและไทย เฟ้นหาทุกหมวดคุณภาพให้ทุกคนได้อ่านกันฟินๆ พร้อมอ่านฟรีจำนวนมาก!! อย่ารอช้า! รีบสมัครสมาชิกมาเปิดประสบการณ์ความสนุก พร้อมระเบิดความมันส์ ผ่านการอ่านไปพร้อมกันได้ที่ อ่านนิยายด็อทเน็ต  

อ่านนิยาย เล่มที่ 5 จากใจนักเขียน

        สวัสดีครับ สุเอะบะชิครับ สครัมเบิ้ล วิซาร์ดก็มาถึงเล่ม 5 แล้วนะครับ

         

        นี่เล่ม 5 แล้วนะครับ เล่มที่ 5

        ตัวผมเองก็ออกหนังสือมาถึง 5 เล่มแล้วโดยใช้ระยะเวลาต่อเล่มเพียงแค่ 4 เดือน เหมือนกับเด็ก ๆ ที่ใกล้จะเปิดภาคเรียนใหม่จึงต้องทำการบ้านของวันหยุดให้เสร็จสิ้นไป ……อย่างกับปาฏิหารย์แหน่ะครับ

        ไม่สิ เรื่องพวกนี้อาจจะไม่สามารถแสดงออกด้วยคำพูดธรรมดา ๆ ได้ เพราะนี่เป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ที่สมควรจะได้รับคำชมเชียวนะครับ! นี่น่ะเป็นผลลัพธ์ของความพยายามจากทั้งเลือด หยาดเหงื่อ และน้ำตาเลยนะครับ!

        ………รวมถึงไปผู้วาดภาพประกอบ บรรณาธิการ และผู้ตรวจสอบคำผิดด้วยครับ

        …………….

        ขอโทษด้วยนะครับที่ส่งต้นฉบับหลังเดดไลน์ทุกทีเลย…….

         

        เอาล่ะ ครั้งนี้ผมจะลองพูดถึงการกินอาหารแบบห่วงโซ่กันดูครับ

        ทุกคนคงจะเคยมีประสบการณ์เช่น กินโดนัทแล้วก็อยากดื่มนมขึ้นมา หรือว่ากินเนื้อย่างแล้วก็อยากดื่มเบียร์ขึ้นมาอยู่บ้างไหมครับ? ผมเรียกปรากฎการณ์ที่คนเรารู้สึกอยากกินของกินเป็นห่วงโซ่แบบนี้ว่าการกินอาหารแบบห่วงโซ่ครับ

        แน่นอนว่าแต่ละคนก็มีรสนิยมแตกต่างกันออกไป แต่ทว่าเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าอาหารบางกลุ่มหากได้ลองจับคู่กัน ก็จะสามารถดึงเอารสชาติของอาหารนั้น ๆ ออกมาได้มากขึ้น และทำให้ทานได้อย่างเอร็ดอร่อยกว่าเดิม หากจะให้ผมยกตัวอย่างแบบง่าย ๆ ล่ะก็ คงจะเป็นน้ำชากับขนมหวานครับ สรุปก็คือวุ้นถั่วแดง(หวาน)นั้นเป็นของกินห่วงโซ่ของชาเขียว(ญี่ปุ่น) ส่วนขนมเค้กก็เป็นของกินห่วงโซ่ของชาแดง(ชาต่างประเทศ) คงประมาณนี้ล่ะมั้งครับ การจับคู่กันของเครื่องดื่มและขนมที่เป็นของแข็งนั้นก็เพื่อชำระล้างรสชาติหวานที่ติดปลายลิ้นออกไป หรือไม่ก็คือการได้ลิ้มรสของหวานด้วยความรู้สึกที่สดใหม่

        เอาล่ะ ผมเองก็จะลองคิดในเรื่องนี้ดู

        ว่ากันว่าของหวานน่ะเป็นของที่เข้าคู่อย่างลงตัวกับน้ำชามาก ๆ เลยใช่ไหมล่ะครับ แต่ว่าไม่เพียงแต่เฉพาะเครื่องดื่มอย่างเดียวเท่านั้น ผมกลับคิดว่าน่าจะเป็นการที่รสชาติตัดกันอย่างมากจึงทำให้สามารถดึงเอาความอร่อยของกันและกันออกมาได้ หรือพูดอีกอย่างก็คือการสร้างวงจรห่วงโซ่ “ของหวาน>ของเค็ม>ของหวาน>ของเค็ม” ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีขีดจำกัดยังไงล่ะครับ

        ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงได้ลองทดสอบอะไรหลาย ๆ อย่างดู

         

        ช็อคโกแลต>มันฝรั่งทอดกรอบ

        อย่างแรกเลยก็คือส่วนที่เป็นตัวแทนของขนมทั้งหลาย ผลออกมาอย่างที่คาดการณ์ไว้เลยล่ะครับ รสชาติหวานถูกกลบด้วยความเค็มนิด ๆ เข้ากันอย่างดีเลยล่ะครับ แต่ว่าพอกินมาก ๆ เข้าก็รู้สึกจุกเสียดในช่องท้องเพราะว่าสัดส่วนน้ำมันที่มีมากเกินไป

         

        ช็อคโกแลต>ขนมเซมเบ้รสโชยุ

        มันเป็นการผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออก รสชาติอ่อน ๆ เข้ากันได้ดีกว่ามันฝรั่งทอด เนื่องจากเศษของขนมเซมเบ้ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในปาก ดังนั้นคนที่ต้องการชิมรสชาติแยกเดี่ยว ๆ อาจจะต้องระวังสักหน่อย

         

        น้ำตาล>เกลือ

        ผมลองอะไรที่เรียบง่ายดูครับ แต่ว่ารสชาติมันประหลาดเกินไป ในท้องรู้สึกปั่นป่วนเลยล่ะครับ

         

        .เค้ก>เกลือ

        ในครั้งนี้ผมเพิ่มระดับของหวานขึ้นเพราะว่าสำนึกผิดจากรอบที่แล้ว ผมทานต่อไปเรื่อย ๆ หากเกิดรู้สึกเบื่อครีมสดขึ้นมา ก็จะเลียเกลือหนึ่งที หากคุณสามารถยอมรับการจับคู่ของเหล้าและเกลือได้ล่ะก็ คู่อันนี้เองก็น่าจะยอมรับได้เหมือนกันนะครับ ผมแนะนำให้บดเกลือที่เป็นเม็ดผลึกด้วยกระปุกบดเกลือ หรือพริกไทยในปริมาณที่พอดีครับ

        เค้ก>อุด้ง

        เค้ก>พาสต้า

        เค้ก>ราเมง

        ผมลองยกระดับในส่วนของเค็ม ๆ ดูด้วย เป็นการจับคู่ของเค้กและอาหารประเภทเส้นต่าง ๆ คู่เหล่านี้มันสุดยอดไปเลยครับ ไม่ว่าจะอันไหนยิ่งกินก็ยิ่งอร่อย แนะนำมาก ๆ เลยครับ

        ผมเป็นคนที่ชอบของหวานอยู่แล้ว ดังนั้นบางทีก็มักจะแวะเวียนไปร้านบุฟเฟ่ของหวาน แต่ถึงอย่างนั้นรสชาติหวาน ๆ ก็ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยดี และถึงขีดจำกัดก่อนปริมาณความจุของกระเพาะครับ แต่ว่าร้านไหนที่เข้าใจดีก็มักจะนำโซบะ หรือไม่ก็พาสต้ามาวางไว้ให้ด้วยครับ ดีมาก ๆ เลยล่ะ

         

        คู่ที่ดีที่สุดก็ต้องเป็นเค้กกับอาหารประเภทเส้นทั้งหลายนั่นล่ะครับ ทั้งสองอย่างนั้นสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพิ่มรสชาติความอร่อยให้มากขึ้น และได้สร้างการกินอาหารแบบห่วงโซ่ที่ไม่มีวันจบสิ้นขึ้นมา ทุกคนเองก็ลองดูสักครั้งสิครับ

        แต่ถึงอย่างนั้น ใครบางคนกำหนดเอาไว้ใช่ไหมล่ะครับว่า อาหารกับของหวาน (หรือว่าขนม) นั้นต้องแยกกัน ผมจะยกเลิกการแบ่งแยกแบบนั้นครับ ผมคิดว่าเราควรที่จะกินของหวานไปพร้อม ๆ กับการกินอาหารสิ

         

        ………พอมาพูดเรื่องแบบนี้แล้ว คนส่วนใหญ่ก็คงจะทำหน้าแปลก ๆ

        และพอผมสั่งว่า

        “แฮมเบอร์เกอร์ สปาเกตตี้ผัดกระเทียมน้ำมันมะกอก แล้วก็ช็อคโกแลตพาเฟ่ อ้อ เอาพาเฟ่มาพร้อมกันเลยนะครับ”

        แบบนี้ออกไป คนก็ยิ่งทำหน้าแปลกกว่าเดิมเสียอีก

        ที่ญี่ปุ่นยังคงมีความรู้เกี่ยวกับการกินอาหารแบบห่วงโซ่น้อยอยู่เลยครับ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก

         

        อา แต่ละคนลองไปค้นหาคำว่า “การกินแบบห่วงโซ่” ดูด้วยนะครับ

        บางทีนักเขียนเองก็พูดโกหกได้เหมือนกับการหายใจเลยล่ะ

         

        เอาล่ะ หนังสือเล่มนี้เองก็ได้รับความช่วยเหลือจากหลาย ๆ ท่าน

        ขอบคุณผู้ดูแลคุณมาเอะดะ คุณคะโบะจะผู้วาดภาพประกอบ ทีมออกแบบ ฝ่ายดูแลเรื่องการตีพิมพ์ และฝ่ายตัวแทนจำหน่ายหรือร้านค้าต่าง ๆ ทุกท่าน รวมถึงท่านอื่น ๆ ที่มีส่วนช่วยในการกระจายหนังสือเล่มนี้ด้วยครับ

        เช่นนั้น ไว้พบกันอีกครั้งในเล่มที่ 6 นะครับ

        เดือนตุลาคม ปี 2009      สุเอะบะชิ เคน

Author asdfjaksdf